หลังจากว่างเว้นไปจากการจัดงานเต็มรูปแบบไป 3 ปี มาในปีนี้สมาคมโฆษณาเอเชียแปซิฟิค พร้อมแล้วสำหรับการจัดงานมหกรรม ADFEST 2023 ครั้งที่ 26 อย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้ช่วงก่อน โควิด 19 โดยในปีนี้กลับมากับธีม “Rise” ที่ตั้งขึ้นได้อย่างเหมาะสม เพราะหมายถึงการลุกขึ้นจากมุมที่มืดมิดของสถานการณ์โควิด สลัดความเครียด ความขุ่นมัวเหนื่อยล้าที่ได้พบเจอมาตลอดหลายปีนี้ ออกมาสู่แสงสว่างของพลังสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัดอีกครั้ง
ซึ่งงาน ADFEST ในปีนี้ มีผลงานเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น 1,699 ชิ้นงาน ใน 20 ประเภท และคาดว่าจะมีบุคลากรในสายความคิดสร้างสรรค์ สายการผลิตงานโฆษณาทุกแขนง และนักการตลาด ในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค และจากทั่วโลก มาร่วมงานกว่า 1,000 คน งานจะจัดขึ้นทั้งหมด 3 วัน ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมรอยัล คลิฟ โฮเท็ล กรุ๊ป เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
วินิจ สุรพงษ์ชัย นายกสมาคมโฆษณาเอเชียแปซิฟิกและประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมADFEST กล่าวว่า “ปีนี้นับว่าเป็นปีที่พิเศษมากของ ADFEST เพราะเป็นปีแรกที่เราได้กลับมาจัดงานหลังจากที่เราต้องเว้นไปนานถึง 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด สถานการณ์ที่ทำให้ทั้งสุขภาพกายและใจทุกคนเสื่อมสภาพลง เราเชื่อว่าทุกคนผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกเศร้าและเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เปรียบเหมือนอยู่ในมุมมืดตลอดเวลา แต่เราจะปล่อยให้ตัวเองอยู่ในความเศร้าหมองไปตลอดไม่ได้ เราต้องอยู่อย่างมีความหวังและลุกขึ้นสู้ และนั่นจึงเป็นที่มาของธีมของADFESTในปีนี้ที่มีชื่อว่า “Rise” (ไรส์) ซึ่งก็คือการลุกออกจากมุมมืดมาสู่แสงสว่างและความสดใส ลุกขึ้นมาดำเนินชีวิตต่อไป ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะปลุกทุกคนให้ลุกขึ้นได้ก็คือการมีทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้และไม่หยุดคิดหาทางออก เพื่อให้ก้าวเดินต่อไปได้ ในกรณีของนักสร้างสรรค์ วิกฤติโควิดและเศรษฐกิจที่ทรุดตัวทั่วโลกทำให้เราต้องบอบช้ำไม่น้อยไปกว่าคนอื่น แต่มันก็เหมือนเป็นโจทย์ที่ทำให้ทุกคนยิ่งต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อกลั่นเอาความคิดที่ไม่เพียงแต่จะต้องเป็นไปในเชิงบวกคือมีความรับผิดชอบต่อผู้คนและโลกมากขึ้น แต่ยังจะต้องสามารถช่วยเหลือเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนอีกด้วย”

ADFESTครั้งที่ 26 นี้ยังมีเวที Symposium ที่เป็นเวทีที่ให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งในปีนี้ มีวิทยากรมากประสบการณ์จากทั่วทุกมุมโลกมาบรรยายในประเด็นที่กำลังอยู่ในความสนใจมากมาย 30 กว่าหัวข้อ ได้แก่ เรื่องความยั่งยืน อาทิ Getting There Together Safely บรรยายโดย Umaporn Whittaker-Thompson และ Vu-Quan Nguyen-Masse จาก Vero 2023 The Year of Travel…But At What Cost? บรรยายโดย Carly Stone & Anna Hewitt จาก Madam Film Gabi Key จาก Green The Bid Claire Wilkie จาก Limitless Broadcast และ Rob Payton จาก Arri VP Stage หรือ How Brand Green. Can We Solve The Consumption Conundrum? บรรยายโดย Paul Kemp-Rebertson จาก Contagious หรือ เรื่องของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความสร้างสรรค์ อาทิ How AI Impacts the Creative Industry บรรยายโดย Nicola Stefanovic จาก The Mill Shanghai หรือ Your Future In The Metaverse บรรยายโดย Emile Rademeyer จาก VANDAL
ไม่เพียงเท่านั้น งาน ADFEST ในปีนี้ยังจะมีเวิร์คช้อปด้วยกัน 4 เวิร์คช้อป อาทิ World Producers Summit ซึ่งจัดเพื่อให้เป็นเวทีของเหล่าโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์โฆษณาทั่วโลกที่มารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และไอเดีย Creativity for The Mobile-First Era ซึ่งเป็นเวิร์คช้อปสำหรับผู้ที่สนใจทำวีดีโอคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม TikTok หรืออีกหนึ่งเวิร์คช้อปที่จัดโดย Meta ที่มีชื่อว่า Step into AR & Reels. Entertainment Isn’t What It Used To Be ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานADFESTสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้
อีกทั้งในงานยังจัดให้มีการมอบรางวัล Special Awards ซึ่งปีนี้มีทั้งสิ้น 8 รางวัล ได้แก่ Network of the Year, Agency of the Year, Independent Agency of the Year, Digital Agency of the Year, Media Agency of the Year, Production Company of the Year, Advertiser of the Year และรางวัลสุดท้ายซึ่งได้จัดให้มีขึ้นเป็นปีแรกคือ PR Agency Of The Year

งาน ADFEST นั้นเป็นงานระดับภูมิภาคที่จัดขึ้นโดยคนไทยและได้การสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนมาโดยตลอด โดยADFEST 2023 นั้นได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB นั่นก็เพราะทุกหน่วยงานได้เล็งเห็นความสำคัญที่งานADFESTมีต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศและในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่าการจัดงานมหกรรมADFESTเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง
ผลที่คาดว่าจะได้รับ- การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพของงาน ADFEST ย่อมเน้นถึงความสามารถ ศักดิ์ศรี และความสำคัญของประเทศไทยในวงการสร้างสรรค์ในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค เป็นผลพวงในการสร้างความน่าเชื่อถือใน ความสามารถด้านการจัดงาน ตั้งแต่สถานที่ไปจนถึงบุคลากรและอุปกรณ์ต่างๆ
- ทำให้วงการโฆษณาทั้งในและนอกประเทศเห็นความสำคัญของงานความคิดสร้างสรรค์ เป็นแรงบันดาลใจไปในตัว ทำให้เกิดความตั้งใจและการพัฒนาที่มากขึ้น
- เป็นการเน้นความเป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ในภาคพื้นนี้ (Asia-Pacific Advertising Creative Center) และสำหรับประเทศไทยด้วย
- เป็นการกระตุ้นธุรกิจต่อเนื่องในวงการ กล่าวคือทำให้มีการมาใช้บริการด้านความคิดสร้างสรรค์ และถ่ายทำ ภาพยนตร์โฆษณาในประเทศไทยมากขึ้น เพราะเห็นผลงานดีเด่นของประเทศไทย
- เป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศจากการจัดงาน โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ทั้งทางตรงและทางอ้อม
- เป็นโอกาสอันดีของจังหวัดในการแสดงศักยภาพในด้านการจัดประชุม นิทรรศการนานาชาติ
- เป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

ประเภทของงานประกวดในปีนี้ทั้ง 20 ประเภท- Brand Experience Lotus
- Commerce Lotus
- Design Lotus
- Digital & Social Lotus
- Digital Craft Lotus
- Direct Lotus
- Effective Lotus
- Entertainment Lotus
- Film Craft Lotus
- Film Lotus
- INNOVA Lotus
- Lotus Roots
- Media Lotus
- Mobile Lotus
- New Director Lotus
- Outdoor Lotus
- PR Lotus
- Press Lotus
- Print & Outdoor Craft Lotus
- Radio & Audio Lotus