นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับ SC Asset ที่ใช้เวลาเพียง 20 ปีเท่านั้นในการบุกเบิกธุรกิจอสังหาจนขึ้นเป็นผู้นำบ้านเดี่ยวตัวจริง แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ SC Asset ยืนอยู่ในจุดนี้ได้คงหนีไม่พ้นคุณภาพของโปรดักต์ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่สร้างการยอมรับจากผู้บริโภคจนกลายเป็นความไว้ใจ ถ่ายทอดมาสู่แบรนด์ให้มีความแข็งแกร่ง และเป็นที่จดจำให้กับผู้บริโภคท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน และนี่เองที่ทำให้ SC Asset สามารถครองรางวัลพิเศษ Brand Star Award ในฐานะแบรนด์ที่มีความโดดเด่นจาก 2023 Thailand’s Most Admired Brand

คุณโฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้แบรนด์ SC Asset โดดเด่นเพราะ SC Asset ไม่ได้ตั้งต้นการทำธุรกิจจากความคิดที่จะแข่งขันกับคู่แข่งอื่นในตลาด ในทางกลับกัน SC Asset มองว่าสิ่งที่ต้องแข่งมีเพียง “ลูกค้า” ที่เราต้องเข้าใจเขาก่อน เพื่อสร้างคุณค่าให้ตรงในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
“SC Asset เป็นองค์กรที่มีภารกิจในการสร้างเช้าที่ดีให้กับทุกคน หรือที่เรียกว่า “For Good Mornings” ภารกิจนี้เกิดมาจากความเชื่อที่ว่า หากทุกคนมีความสุขไร้ความกังวลก็จะมีพลังในการสร้างสรรค์งานในทุกๆ วัน นอกจากนี้ยังมีภารกิจให้ For Good Mornings เกิดขึ้นกับ “ทุกคนทุกฝ่าย” ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ เริ่มตั้งแต่ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และโลก เป็น 4 เสาหลักที่ SC Asset ให้ความสำคัญโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง”
โดยในส่วนของลูกค้านั้น SC Asset มีหน้าที่สร้างบ้านที่ดีมีคุณภาพสูงและบริการหลังการขายมาตรฐานสูง เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีตอกย้ำการเป็น Living Solutions Provider เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า ทุกๆ เช้าที่ตื่นมาจะไม่มีความกังวลใดๆ เกี่ยวกับบ้าน หรือหากเกิดปัญหาก็ยังวางใจได้ว่าจะไม่ถูกทอดทิ้งแล้วปล่อยให้เรื่องบ้านเป็นหน้าที่ของ SC Asset
ด้านพนักงาน SC Asset มีทีม Committee ที่ตั้งขึ้นมาเป็นคณะกรรมการทำงานเพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ให้พนักงานไร้กังวล เพื่อที่จะได้เอาเวลาไปสร้างสรรค์งานได้อย่างเต็มที่ ปล่อยให้เรื่องชีวิตการทำงานที่นี่เป็นหน้าที่ทีมนี้คอยดูแล นอกเหนือจากรายได้และ Career Path ที่พนักงานจะได้รับแล้ว ที่นี่ยังมีสวัสดิการที่คิดขึ้นมาจากความเอาใจใส่ ยกตัวอย่างเงินสนับสนุนสำหรับพนักงานที่สมรสหรือเป็นโสด พนักงานชายได้สิทธิ์วันลา 30 วัน เพื่อช่วยภรรยาดูแลบุตรหลังคลอด สิทธิ์การลา Workcation โดยไม่เสียสิทธิ์วันลาพักร้อน หรือแม้กระทั่งห้องและบรรยากาศที่ทำงานที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจ ตลอดจนกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ที่เพิ่มความสุขให้กับพนักงาน
“พนักงานเป็นแกนหลักขององค์กร ซึ่ง SC Asset ให้ความสำคัญในการสร้างความสุขให้พนักงาน เพราะเราเชื่อว่าคนที่ไร้กังวลเท่านั้นที่จะมีพลังไปสร้างสินค้าและบริการที่ดีกับลูกค้าได้ เราเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งในงานแบรนด์ที่สำคัญมาก”
ในส่วนของคู่ค้า SC Asset เข้าไปสร้างความมั่นใจว่าจะได้รับความยุติธรรมในการทำธุรกิจร่วมกัน ตลอดจนเข้าไปดูแลแรงงาน และบุตรหลานของแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าเราจะมีคุณภาพที่ดีชีวิตระหว่างที่ทำงานกับเรา ยกตัวอย่างที่ผ่านมาเรามีการสร้างโรงเรียน Day Care จัดสรรพื้นที่ว่างให้เป็นแหล่งมอบความรู้ เสริมทักษะให้แก่น้องๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเด็กเล็กที่เป็นลูกหลานของแรงงานในไซต์ก่อสร้าง
และเสาหลักสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือโลก ซึ่งครอบคลุมทั้งผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดย SC Asset ตั้งเป้าการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลง 20% ภายในปี 2025 ด้วยการออกแบบและใช้วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก และพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด วางระบบบริหารจัดการไฟฟ้าสอดรับกับเทรนด์พลังงานโลก
For Good Mornings ที่ครบทั้ง 4 เสานี้ยังสะท้อนกลับมาสร้าง “คุณค่า” ให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายตามทิศทางที่องค์กรตั้งไว้
“สิ่งที่ทำให้ SC Asset เป็นแบรนด์ที่โดดเด่น เพราะเราเชื่อใจในความสามารถของทีมงานที่ดูแลงานในแต่ละส่วน ดังนั้นความสำเร็จของ SC Asset ไม่ได้ถูกชักจูงหรือการนำของแผนกใดแผนกหนึ่งหรือใครคนหนึ่ง แต่เกิดจากทิศทางที่เชื่อร่วมกันกับซีอีโอว่า ทุกคนต้องสร้างคุณค่าให้กับคนและโลกมาก่อนผลกำไร หมายความว่าสินค้าที่เราพัฒนามีคุณค่า ลูกค้าจึงเลือกเกิดเป็นผลกำไรกลับมาให้เรามีเม็ดเงินกลับไปสร้างคุณค่าในด้านอื่นๆ เป็นวงจรในลักษณะนี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ”
คุณโฉมชฎา ยกตัวอย่างว่า ทีมการตลาดก็จะพัฒนาคอนเซ็ปต์สินค้าและเทคนิคการตลาดให้ตรงตามความต้องการลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้คุณค่าสูงสุด ถัดมาที่สถาปนิกและวิศวะก็จะตั้งใจหาทางพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าได้คุณค่ากับที่อยู่อาศัยได้อย่างยาวนาน เช่นเดียวกับทีมการสื่อสารต้องพยายามสร้างแบรนด์เพื่อมอบคุณค่าทางจิตใจให้กับลูกค้า
“คุณค่าสำหรับเรา คือการสื่อสารที่ผูกกับความไว้ใจ ความสุข ความทุกข์ เพื่อทำให้ลูกค้ารับรู้ว่า SC Asset จะไม่มีวันทิ้งเขา และเป็นแบรนด์ที่เขาอยู่อาศัยได้แบบไร้กังวล ผ่านออกมาในรูปแบบงานสื่อสารที่มาจากเรื่องจริง ดังนั้นเวลาเราทำโฆษณาจึงมักไม่ได้เขียนเรื่องขึ้นมาใหม่ แต่เป็นเรื่องที่มาจากประสบการณ์ชีวิตทำงานพบกับลูกค้าเราจริง ๆ มีหลายเคสที่โดนใจ เราก็เลือกมาแบ่งปันให้คนอื่นฟังถึงวิถีการทำงานของเรา และหวังว่าคนเสพจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เรามีให้”
แคมเปญ #จะกี่ปีSCไม่ทิ้งคุณ เป็นกรณีตัวอย่างการใช้ความ Real มาสื่อสาร เพราะเกิดขึ้นจากการบันทึกเสียงจริงของลูกค้าตัวจริงที่โทรเข้ามาถึง SC Contact Center 1749 เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ซึ่งคอยดูแลอย่างดีมาโดยตลอดในหลากหลายโครงการ จนกลายเป็นความสัมพันธ์อบอุ่นระหว่างลูกบ้านและเจ้าหน้าที่ที่มาพร้อมกับความไว้วางใจ
ในเวลาเดียวกัน “คุณค่า” ที่เป็นแกนหลักยังถูกนำมาสื่อสารต่อยอดไปยังลูกค้าในเซ็กเม้นต์ต่างๆ โดยเชื่อมโยงกับโปรดักต์ซีรีส์ใหม่ๆ อย่างบ้านคนโสด หรือกลุ่มที่มีสมาชิกครอบครัวน้อย บ้านในคอนเซ็ปต์ Home is everything, บ้านเกมเมอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เป็นต้น
“พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนเร็วมาก และเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์ใหม่ๆ ประกอบกับมีเจนเนอเรชั่นใหม่ที่มีศักยภาพเข้ามาเป็นลูกค้าเราเสมอ จึงไม่มีทางเลยที่สินค้าแบบเดียวกันจะเหมาะกับทุกคน เราจึงนำคอนเซ็ปต์ “One Size Doesn’t Fit All” ออกแบบบ้านสไตล์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มและมีความเป็น Personalized มากขึ้นเพื่อให้ได้แบบบ้านหลากหลายที่มีให้ลูกค้าเลือกครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์”
สำหรับทิศทางการสร้างแบรนด์ในปีนี้ คุณโฉมชฎา กล่าวว่า จะเป็นการเฉลิมฉลองวาระ SC Asset ครบรอบ 20 ปี นับจากจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีเรื่องราวของการเดินทางที่ผ่านมาทั้งหมด ตั้งแต่ความเชื่อนำมาสู่การลงมือปฏิบัติ
“ในมุมของการสร้างแบรนด์ เราไม่อยากให้ลูกค้าพูดถึงเราว่าเป็นยังไง แต่อยากให้เขาจำความรู้สึกเกี่ยวกับแบรนด์ได้เวลาที่เขากลับบ้านหรืออยู่บ้าน หรือได้ยินคำว่า SC Asset เป็นการสร้างแบรนด์ด้วยประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ตาดูหูฟังเท่านั้น แต่จะเน้นการทำงานกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อสร้างความรู้สึกให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตของเขา และนี่จะเป็นแนวทางการสร้างแบรนด์ของ SC Asset ในอนาคตที่รอให้ทุกคนติดตามต่อไปค่ะ” ®