ฉายศักยภาพแห่งบทบาทผู้นำได้อย่างชัดเจนเสมอมาสำหรับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รีเทลเบอร์ 1 ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน พิสูจน์ได้จากหลากหลายสถานการณ์ที่เข้ามาท้าทายแต่ห้างเซ็นทรัล กลับผงาดความแกร่งเป็นออมนิรีเทลที่ข้ามผ่านทุกความท้าทาย ทั้งยังเบลนด์อินอยู่ในทุกโมเม้นต์ของลูกค้า เป็น Top of Mind Brand ที่นักช้อปทั่วประเทศไว้วางใจ การันตีด้วย 2 รางวัลอันทรงเกียรติ อย่าง 2023 Thailand’s Most Admired Brand ห้างสรรพสินค้าอันดับ 1 ที่ลูกค้าเชื่อถือและไว้วางใจที่สุด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 และรางวัลผู้นำตลาด “Market Leader Brand Award” แบรนด์ที่มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ ทั้งการดำเนินกลยุทธ์ และการจัดกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุด

คุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ความสำเร็จทั้งหมดของห้างเซ็นทรัลจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้ตั้งต้นจากวิสัยทัศน์องค์กรที่ชัดเจนและแข็งแรง เราทุกคนเดินหน้าสู่เป้าหมายเดียวกันคือ Endless Inspiration for Every Moment of Your Life ห้างที่มอบแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าทุกเพศทุกวัย เคียงข้างอยู่ในทุกโมเม้นต์ของชีวิต เรารับฟังเสียงลูกค้าไปพร้อมกับการพัฒนากลยุทธ์ทุกมิติ เพื่อให้มั่นใจว่าเราสามารถดูแลลูกค้าและเข้าใจ Insight ของลูกค้าแต่ละท่านได้อย่างแท้จริง
สำหรับห้างเซ็นทรัล เรามี Commitment ในการรักษาความเชื่อใจจากลูกค้า “Trust” ที่สั่งสมมาเป็นเวลานานเป็นแรงผลักดันให้ห้างเซ็นทรัลไม่เคยหยุดยั้งในการยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง เรากล้าที่จะลงทุน พร้อมวางรากฐาน Omni-Ecosystem ต่อยอดช่องทางการช้อปปิ้งไปสู่บริการใหม่ๆ ให้ถูกที่ ทันเวลา ทุกความต้องการ และไม่เพียงเฉพาะแต่ในประเทศเท่านั้น ห้างเซ็นทรัลได้นำสิ่งที่ชำนาญและประสบการณ์กว่า 75 ปี มาต่อยอดธุรกิจในด้าน “Strategic Location” เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกครอบคลุมทั้งเมืองหลักเมืองรอง เราจึงเติบโตแบบ Dynamic ด้วยสาขาของห้างเซ็นทรัลและโรบินสันมากถึง 75 สาขาในไทย และไปสู่ค้าปลีกโลกในประเทศที่เป็น Tourist Destination ทำเล Prime Area ของเมืองนั้นๆ ซึ่งปัจจุบันเรามีห้างสรรพสินค้าทั้งหมด 120 แห่ง 11 ประเทศ 80 เมือง ทั้งในเอเชียและยุโรป ล่าสุด คือ ห้างสรรพสินค้า Selfridges กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีลูกค้ามากถึง 130 ล้านคนจาก 200 เชื้อชาติ”
มากกว่า Omni-Channel แต่เป็น Omni-Retail ที่ลูกค้าออกแบบเส้นทางการช้อปเองได้
ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในฐานะผู้นําแห่งรีเทล ห้างเซ็นทรัลรักษาความเป็นอันดับ 1 มาโดยตลอด ด้วยการต่อยอดช่องทางการขายใหม่ๆ ที่ Integrate ทั้ง Online, Onsite และ Virtual World ของการทำธุรกิจค้าปลีกเพื่อเพิ่มช่องทางการช้อปปิ้งใหม่ๆ เช่น Central App ที่วางตำแหน่งเป็น Premium Shopping Destination ต่างจากแพลตฟอร์มออนไลน์เจ้าอื่นๆ ในตลาด ด้วยการกล้าการันตีสินค้าของแท้ ของดีมีคุณภาพ มีบริการที่ยกระดับความสะดวกไปอีกขั้น อาทิ การส่งสินค้าถึงบ้านใน 3 ชั่วโมง ช้อปสินค้าในแอปพลิเคชันแล้วเลือกบริการ Click & Collect รับสินค้าที่ห้างใน 1 ชั่วโมง หรือส่งคืนสินค้าได้ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาหากสินค้ามีปัญหา ในขณะที่ Personal Shopper On Demand บริการผู้ช่วยส่วนตัวก็ยังได้รับความนิยมไม่แพ้กัน พร้อมพัฒนารูปแบบการให้บริการเป็นแบบไฮบริดที่ลูกค้าและห้างเชื่อมต่อกันได้ง่ายมากขึ้น เพียงโทร 1425 ทำให้ลูกค้าได้รับบริการทันใจ หรือในกรณีมีสินค้าใหม่ๆ Personal Shopper ที่รู้ใจลูกค้าเป็นอย่างดีก็สามารถโทรแจ้งสิทธิพิเศษที่ Customize เพื่อลูกค้าแต่ละท่าน รวมถึงโซเชียลคอมเมิร์ซอย่าง Central Chat & Shop ก็ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ห้างเซ็นทรัลยังจับมือกับพาร์ทเนอร์ในแวดวงต่างๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ตอกย้ำบทบาทผู้นำที่สร้าง New Business Model ที่ขับเคลื่อนการเติบโตให้ธุรกิจค้าปลีก Uplift The Standard Of Retail สู่ Global Standard

ห้างสรรพสินค้าแห่งแรงบันดาลใจที่ Integrate Digital & Experience ได้อย่างลงตัว
ไฮไลท์การทำงานปีที่แล้ว เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองโมเม้นต์แห่งความสุขร่วมกันกับลูกค้าทั่วประเทศในโอกาสห้างเซ็นทรัลครบรอบ 75 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ALL AT CENTRAL” ทุกเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นที่ห้างเซ็นทรัล บอกเล่า Heritage และโมเม้นต์แต่ละช่วงชีวิตของลูกค้าที่เกิดขึ้นที่ห้างเซ็นทรัลทำเป็นซีรีส์สั้นๆ พาย้อนเวลาดูการเติบโตร่วมกันและความมุ่งมั่นที่ห้างเซ็นทรัลทำมาตลอด เช่น นำเข้าแบรนด์เสื้อผ้าสำเร็จรูปเจ้าแรกเพื่อเพิ่มทางเลือกในการช้อปปิ้งให้ลูกค้า และในปีที่แล้วห้างเซ็นทรัลยังนำ Innovation มาสร้าง The Best Shopping Experience เปิดตัว NFT 75th Central Shopping Bag Collection มอบสิทธิพิเศษผ่านการทำ CRM รูปแบบใหม่แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
และเมื่อสถานการณ์เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ห้างเซ็นทรัลจึงจัดกิจกรรม On Ground มากขึ้น พร้อมจับมือกับ Instagram ด้วยเล็งเห็นเทรนด์ Future of Retail จึงครีเอทป๊อปอัปสโตร์ Central x Instagram พื้นที่ช้อปปิ้งที่สะท้อนเทรนด์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่มองหาประสบการณ์ใกล้ชิดกับแบรนด์ จึงได้ทำ AR Filter และสร้าง IG Room ให้ลูกค้ามาถ่ายรูปในมุมมองใหม่ พร้อมสแกน QR Code ลิงค์สู่การช้อปได้ทันที ซึ่งกิจกรรมนี้ช่วยดึงฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่าง สายอาร์ต Gen Y, Z ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมายังเป็นปีแรกที่คิกออฟ “Central Beauty Awards” แคมเปญที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการโหวตไอเทมความงามในดวงใจ เกิดบิ๊กอิมแพคที่ตอบสนองทั้งในส่วนของแบรนด์ที่มียอดขายมากขึ้นเพราะสินค้าได้รับการการันตีจากลูกค้าท่านอื่นมาแล้ว ซึ่งตั้งเป้าจะจัดแคมเปญอย่างต่อเนื่องกลางปีนี้ช่วงเดือน Pride Month ภายใต้คอนเซ็ปต์ “All the Beauty” คือความงามสำหรับทุกคน ทุกเพศทุกวัย ทุกรูปร่าง สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมปรับ Mindset ของคนให้ดีขึ้น เพราะเชื่อว่าการเป็นผู้เริ่มในการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดี ลูกค้าทุกคนยินดีสนับสนุน
นอกจากนี้ ห้างเซ็นทรัลยังเปิดเวทีแห่งแฟชั่น สร้างสรรค์สินค้าคอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กับ “Central Edition” ที่ได้จับมือกับไทยดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ตอกย้ำพันธกิจการทำธุรกิจควบคู่ไปกับพัฒนาสังคม และยังมีอีกหนึ่งแคมเปญไฮไลท์ที่สร้างโอกาสแห่งความเท่าเทียมกับงาน “SHEPOSSIBLE ให้ทุกบทบาทของผู้หญิงเป็นไปได้” โดยชวน 8 อาร์ติสท์หญิงแถวหน้าของเมืองไทย รังสรรค์ผลงานศิลปะสร้างแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการ พร้อมจัดประมูลงานศิลป์ โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้มูลนิธิเพื่อนหญิง, มูลนิธิศูนย์เพื่อน้องหญิง และ Freedom Restoration Project


รักษาเบอร์ 1 ในตลาด พร้อมกับเป็นที่ 1 ในใจลูกค้า
การปรับตัวของห้างเซ็นทรัลเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าในทุกสถานการณ์ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับปีนี้ เมื่อทราฟฟิกฟื้นตัวกลับมา ห้างเซ็นทรัลจึงมีแผนเดินหน้าปรับโฉมห้างสรรพสินค้าเพื่อต้อนรับนักช้อปที่กลับมาช้อปปิ้งทั้งที่ห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน โดยมีแผนขยายสาขา ปรับปรุง และรีโนเวท เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ ด้วยงบลงทุน 15,000 ล้านบาทสำหรับ 5 ปีนับจากนี้ พร้อมตั้งเป้ายอดขายโต 1.7 เท่าภายในปีพ.ศ. 2570 แบ่งเป็นการขยายสาขาใหม่ อย่างเซ็นทรัลเวสต์วิลล์ ในไตรมาส 4 และรีโนเวทอีก 4 สาขา เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนใหม่ๆ สานต่อโรดแม็บ ยุทธศาสตร์ห้างแห่งอนาคตด้วยสินค้าที่หลากหลายขึ้น พร้อมทั้งตอบโจทย์คนย่านนั้นๆ ทั้งในแง่การตกแต่ง การเลือกสินค้ามาวางขาย รวมไปถึงการสื่อสารและโปรโมชั่นที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน จัดทำแคมเปญใหม่ๆ ต่อเนื่อง ในรูปแบบของ Experience Marketing เป็นแคมเปญที่มากกว่าโปรโมชั่นส่วนลด แต่จะเป็นมีเรื่องราวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า
“เราอยากเป็นห้างที่ดีที่สุด และเป็น Top of Mind สำหรับทุกคนในครอบครัว ทุกเจนเนอเรชั่น ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกสถานการณ์ ความท้าทายวันนี้ คือทำยังไงให้ลูกค้ายังอยากกลับมาที่เรา เชื่อว่าความทุ่มเทและบริการที่ดีที่สุดจากห้างเซ็นทรัลจะทำให้ลูกค้าประทับใจเช่นเคย ด้วยวิชั่น Customer Centricity and Lifetime Value เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างจริงจังและทำมาอย่างต่อเนื่อง เราอยากออกแบบเส้นทางการช้อปปิ้งของลูกค้าให้ออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด ซึ่งจะทำได้ดีต้องมี Data-driven Way of Working มาช่วยให้เข้าใจและตอบโจทย์ลูกค้าแบบ Hyper Personalized ได้อย่างถูกใจและทันใจ ในฐานะที่ห้างเซ็นทรัลเป็นรีเทลของคนไทย เราจึงอยากสนับสนุนชุมชน ยกระดับทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ใช่แค่ในแง่ธุรกิจเท่านั้น เป็นคำนิยามจากผลงานสู่การสร้างคุณค่าของสิ่งที่ลงมือทำอย่างแท้จริง” คุณรวิศรา กล่าว ®