“มิวสิก มาร์เก็ตติ้ง” นับเป็นแพลตฟอร์มของการทำตลาดที่สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากจะให้คำสรุปถึงกลยุทธ์นี้ อาจจะออกมาได้ในรูปแบบของการนำดนตรีเข้ามาช่วยในการทำการตลาด เป็นเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายเข้าด้วยกัน ถือเป็นอีก 1 แพลตฟอร์มของไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง ที่คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกันได้ดี
เพราะหากจะผลักดันแบรนด์ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคแล้วคงหนีไม่พ้นการใช้มิวสิก หรือสปอร์ต มาร์เก็ตติ้งที่ถูกมองว่าเป็น 2 กลยุทธ์ที่ยังคงใช้ได้ผลดี โดยการใช้มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง ในปัจจุบัน อาจจะไม่ได้มองแค่เรื่องของ หรือการสร้างรับรู้ต่อแบรนด์ ผ่านการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเท่านั้น

แต่ยังเป็นเครื่องมือของกระบวนการการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี การเน้นย้ำถึงจุดเด่นของแบรนด์ ความน่าเชื่อถือ รวมถึงการเป็นเครื่องมือในการสร้าง Engagement ที่จะปูทางไปสู่การสร้างกลุ่มก้อนของคนรักแบรนด์หรือแบรนด์เลิฟในระยะยาวอีกด้วย
การนำกลยุทธ์มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง มาใช้ของแบรนด์ร้านสุกี้มาแรงอย่าง “สุกี้ตี๋น้อย” นับเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยการสร้างเพลงประจำร้านของตัวเอง ที่เปิดให้ติดหูลูกค้าในความถี่ชั่วโมงละครั้ง โดยหวังใช้เพลงที่สร้างขึ้น เข้ามาเป็นตัวช่วยเติมเต็มและเป็นอีก 1 ทัชพ้อยท์ในการสร้างการจดจำแบรนด์ของตัวเอง

สุกี้ตี้น้อย เลือกใช้เพลงที่มีท่วงทำนองสนุก และเนื้อเพลงที่จดจำได้ง่ายที่ขับร้องโดย “คิง เดอะวอยซ์” และสร้างสรรค์โดย“ลอร์ด” ธวัฐไชย ฤดีอมรเกียรติ ครีเอทีฟที่มีประสบการณ์ด้านงานโฆษณามาอย่างโชกโชนเป็นผู้สร้างสรรค์เพลงให้ในนามทีมงาน Lord of ad song และมีผลงานเพลงที่สร้างความรู้จักคือ เพลง “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” เพลงโฆษณา “ข้าวไก่แจ้”, น้ำปลาร้า “เติมไทย” และเพลงพรรคเสรีรวมไทย โดยมีผลงานที่ผ่านตาอีกมากมาย (ติดตามได้ทาง Facebook : Lord of Ad Song)
ธวัฐไชย บอกกับเราว่า เพลงที่สร้างสรรค์ขึ้นนี้ ใช้แนวทางทำเพลงที่แตกต่างจากการทำเพลงทั่ว ๆ ไป คือ “การทำเพลงโฆษณา ด้วยครีเอทีฟโฆษณา” โดยเขียนเพลงให้เหมือนชิ้นงานโฆษณาชิ้นหนึ่ง ด้วยการเข้าใจ Marketing และ Concept จึงเล่าเรื่องราวของสินค้าและบริการบนท่วงทำนองที่ไพเราะได้อย่างแม่นยำ เปลี่ยนจุดแข็งให้เป็นจุดขายด้วยถ้อยคำโฆษณาที่สละสลวย เหมือนมี Headline , Body Copy และ Slogan อยู่ครบ ผู้ฟังจึงเหมือนได้ฟังโฆษณาแบบไม่ตั้งใจในระหว่างรับประทานสุกี้ไปด้วย
“เป็นอีกรูปแบบของการเลือกใช้เพลงที่ทำออกมาเหมือนโฆษณาเข้ามาช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ โดยท่วงทำนองที่ฟังสบายๆ ของเพลง ยังช่วยสร้างให้บรรยากาศในการใช้บริการให้ดูรีแลกซ์มากขึ้น”

นอกจาก การสร้างบรรยากาศในร้านผ่านเสียงเพลงที่สร้างสรรค์ขึ้นมาแล้ว สุกี้ตี้น้อย ยังมีการสร้างกระแสไวรัลให้เกิดการพูดถึงในวงกว้างผ่านการใช้โซเชียลมีเดียอย่าง YouTube TikTok IG และ Facebook เพื่อช่วยจุดกระแสความแรงของเพลง อีกด้วย ซึ่งการเลือกใช้กลยุทธ์มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง ผ่านเสียงเพลงนี้ เป็นอีกการสร้างภาพจำของแบรนด์ในภาวะที่การแข่งขันของตลาดร้านสุกี้มีออกมาค่อนข้างจะรุนแรง โดยเฉพาะกับการเกิดขึ้นมาของแบรนด์ใหม่ๆ ที่มีรูปแบบการขายแบบบุฟเฟต์