แล้วใช้ AI อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด? เล่าก่อนว่าความคาดหวังของคนต่อ AI หลักๆ ในตอนนี้ คือ 1. ช่วยทำให้งานเร็วขึ้น 2. ช่วยทำให้คน 1 คน สามารถทำงานได้มากกว่าที่ทำอยู่ในปัจจุบัน แต่อนาคตข้างหน้า AI จะเป็นเหมือนเพื่อน หรือที่ปรึกษาส่วนตัวที่ทำให้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
จริงอยู่ที่ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนนานหลายปีแล้ว แต่ตอนนี้ได้ลามเข้าไปในฐานะ Co-Pilot ทำงานร่วมกับนักการตลาดมากขึ้น เพื่อให้ได้ไอเดียการตลาดที่สร้างสรรค์อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ กับ Chat GPT หากตั้งคำถามที่ตรงประเด็น ก็จะได้คำตอบที่เราต้องการ สรุปข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ และ On-top ด้วยความสร้างสรรค์ของมนุษย์เกิดเป็นเรื่องใหม่ภายในเวลาอันรวดเร็ว จึงกล่าวได้ว่า AI ช่วยลดเวลาในการทำงานมากในหลายอุตสาหกรรม
AI ไร้หัวใจ อย่าเพิ่งไปคาดหวังถึงแม้ AI มีความสามารถในการประมวลผลมากกว่ามนุษย์ คาดการณ์การความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตได้แม่นยำมากกว่า แต่ AI เป็นเพียงตัวช่วยย่นระยะเวลา Routine Work
การใช้ AI อาจเทียบเท่ากับคนทำงานมากถึงร้อยคน (as an assistant intelligence) เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ไม่สามารถเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้ เพราะยังมีสิ่งที่เรียกว่า “รสนิยม” ที่เปลี่ยนไปทุกวัน มองหาคุณค่า (Value creation) ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่เข้าใจ และยังต้องพึ่งพาไอเดีย organic จากสมองมนุษย์ในการต่อยอดอยู่
AI = Automationหัวใจของ AI คือ Automation เพื่อที่จะทำ Personalize Advertising ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด AI สามารถค้นหา Automation Target Audience ได้ดีกว่าที่คนทั่วไปสามารถทำได้ และยังสามารถทำ Creative Automation ได้อีกด้วย AI ก็สามารถทำได้ เพราะให้เป็น Personalize Advertising เพื่อให้แคมเป็นโฆษณามีครีเอทีฟมาก และฉลาดขึ้น
มือใหม่ใช้ AI เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย Chat GPTสำหรับคนที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับ AI การใช้ Chat GPT ให้เป็นประโยชน์ และประหยัดเวลาในการทำงาน เช่นเวลาที่มีข้อมูลมากจนไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็สามารถให้ Chat GPT ช่วยกรองข้อมูลเบื้องต้นได้ หรือแม้กระทั่งใช้ Chat GPT เพื่ออธิบายความข้อมูลบางอย่างที่มีความสลับซับซ้อนได้ แต่หัวใจของการใช้งาน คือ ต้องสั่งงานให้เป็นเพราะ Chat GPT ยังมีความผิดพลาดในการประมวลผลอยู่
ก่อนจะเริ่มใช้ Chat GPT ต้องเข้าใจการทำงานของระบบประมวลผลของ Chat GPT ผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์สามารถเริ่มจากการทดลองใช้งานเล็กๆ ก่อนได้ การใส่ข้อมูลลงไปใน Chat GPT สำคัญที่สุด การฝึกการ Promt ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการฝึกการทำงานให้คล่องตัวมากขึ้น และได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำขึ้น
Chat GPT เปรียบเสมือน Google ที่มีความฉลาดเพิ่มมากขึ้น สามารถช่วยสรุปแนวคิดทางออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างมากกว่าการสืบค้าจาก Google แต่สุดท้าย ยังต้องใช้คนเข้ามาไฟนอล ข้อควรระวัง ผู้ใช้งานจะต้องมีความรู้กว้าง และมากพอที่จะรับฟังคำตอบที่ AI ประมวลผลออกมา ว่ามีความถูกต้อง หรือว่ามีข้อผลิดพลาดอะไร
แล้วในมุมของภาคองค์กร ต้องทำอย่างไร? เราสามารถแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ก้อน คือข้อมูลภายใน (Internal Data) และข้อมูลภายนอก (External Data)
- ข้อมูลในองค์กร เช่น คนขายของออนไลน์ใช้ MarTech ต่อยอดได้ เพราะ AI กับ Data รู้หมดว่าผู้บริโภคแต่ละคนมีพฤติกรรมการซื้อของอย่างไร และสามารถแมทชิ่ง สินค้าใหม่ๆได้ เช่น นายก. ชอบซื้อสินค้าอะไรที่แพลตฟอร์มไหน MarTech สามารถประมวลผลแล้วทำให้ นักการตลาดเห็นภาพที่ลึกขึ้น และยังสามารถช่วยทำนายอนาคตได้
- ข้อมูลนอกองค์กร เช่น AI มีข้อมูลมหภาคอื่นๆ อย่างส่วนแบ่งการตลาด ขนาดตลาด เป็นจำนวนมาก และสามามารถบอกได้หมด
ถ้าหากเอาข้อมูลภายในและภายนอกมารวมกัน สามารถให้ AI ช่วยวิเคราะห์ ว่าอะไรคือจุดแข็งของเรา จุดอ่อนของคู่แข่ง เพื่อเติมเต็มศักยภาพของเราได้
หลายอุตสาหกรรมมีการนำ AI มาปรับใช้มากขึ้น อาจทำให้คนทำงานบางคนเกิดความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่หรือไม่? จะตกงานรึเปล่า? ท้ายที่สุดแล้วเรายังต้องตามหา Fact หรือตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบที่ดีกว่าจาก Data ของ AI ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถนำมาพลิกแพลงข้อมูลได้อย่างชาญฉลาดมากกว่า อย่ารีบหาคำตอบสุดท้ายจาก AI
ในขณะเดียวกัน สิ่งที่มนุษย์ต้องพัฒนา คือการ
Up-skills & Re-skills และเรียนรู้ที่จะ invest ตนเองด้วยการนำ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำงาน ต้องเป็นผู้ใช้ AI ไม่ให้ AI ใช้เรา เพราะเราไม่มีทางขัดขวางการพัฒนาของ AI ได้อยู่แล้ว ในวันหนึ่งมันอาจจะกลายเป็นทุกสิ่งในชีวิตของเรา เราจึงต้องหาทางพลิกแพลงเป็นโอกาส เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์