สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT จัดงาน DAAT DAY 2023 ภายใต้ธีม “The Age of Marketing Intelligence” งานนี้มีความเคลื่อนไหวทางการตลาดที่น่าสนใจอะไรบ้าง ทีมงานรวบรวมมาให้แล้ว
1. การเติบโตของค้าปลีก ช่วง COVID-19 ทำให้ตลาดค้าปลีกซบเซา ก็ทำให้คิดค้นกลยุทธ์การตลาดบนออนไลน์มากขึ้น เมื่อ After Covid ผู้คนก็เริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอยนอกบ้านมากขึ้น ซึ่งทำให้แบรนด์เดินหน้าสู่การตลาดแบบ Omni Channel ไม่ว่าจะค้าปลีกหรือค้าส่งก็เริ่มควบรวมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน
2. การเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น ทำให้หลายแบรนด์เพิ่มกลุ่มเป้าหมายไปยังชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน
3. ช่วง COVID-19 จนถึง After COVID-19 มีส่วนให้ผู้หญิงดูแลตัวเองมากขึ้น สินค้าในกลุ่มรักสุขภาพเองก็มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด
4. แพลตฟอร์มมีความยิบย่อยมากขึ้น ทำให้นักการตลาดต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน โดยต้องมาเรียนรู้กับแพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น ผู้บริโภคชอบอินฟลูคนไหน แพลตฟอร์มใดขายของได้มากที่สุด
5. นักการตลาดต้องทำงานแบบ Multi Task มากขึ้น เพราะแพลตฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
6. Gen Alpha คือความท้าทายของนักการตลาด เพราะบางส่วนจะมีอคติกับโฆษณา ความท้าทายของนักการตลาดคือการสร้างโอกาสที่จะเข้าถึงตัวกลุ่มเป้าหมาย Gen Alpha
7. ตลาด Online Video มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ ช่วงอายุคนดู Online Video กว้างขึ้น จากเดิมที่นิยมในกลุ่ม Gen Z และ Alpha แต่ปัจจุบันคนสูงอายุก็ดูคลิปเพิ่มมากขึ้น สาเหตุมาจากคอนเทนต์มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ความบันเทิงอย่างเดียว มีเรื่องของฮาวทูมากขึ้น คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันมีมากขึ้น เช่นการสอนทำอาหาร ทำให้กลุ่มคนสูงอายุนิยมดู Online Video มากขึ้น
8. ในส่วนของคนโฆษณาตอนนี้ใช้ AI เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างคอนเทนต์ เพราะสามารถทำได้เร็วกว่า และสะดวกกว่า
9. ผู้บริโภคปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม คือ ไม่ชอบอ่าน แต่ชอบดู Online Video ที่สำคัญคือการดู Online Video ทำให้เกิดการซื้อได้ง่ายกว่าการอ่าน
10. Online Video ยาวจะได้รับความนิยมน้อยลง เพราะคนสนใจ Online Video แบบสั้นๆ มากขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ กรแจ้งเกิดของ TikTok ที่ปัจจุบันเทรนด์หลายๆ อย่างเริ่มเกิดขึ้นมาจาก TikTok มากขึ้นแล้ว ที่ผ่านมาการเติบโตของ TikTok มีการขยายสัดส่วนจาก 4% กลายเป็น 7% ในปีนี้
11. เดินหน้าสู่ยุค Multi Device ถึงแม้ว่าคนไทยส่วนมากยังใช้แพลตฟอร์มหลักอย่างกลุ่ม META อยู่ แต่ก็พบว่ามีความหลากหลายไปยังแพลตฟอร์มอื่นมากกว่าปีที่แล้ว ด้วยความที่ผู้คนมี Multi tasking สู่การมี Multi Device ในการใช้งานมากขึ้น จนอาจทำให้แบรนด์และนักการตลาดเกิดความลังเลว่าจะลงเงินโฆษณาในช่องทางไหนดี
12. นักการตลาดต้องหันมาเรียนรู้การเป็นมนุษย์ Multi Function มากขึ้น มองหาช่องทางการสื่อสารใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม gen z และ alpha ที่ค่อนข้าง anti-advertising รวมถึงการนำ Generative AI มาใช้สร้างสรรค์การโฆษณามากขึ้น
.
13. โฆษณารูปแบบ Affiliate Marketing หรือแบรนด์จะจ่ายก็ต่อเมื่อมีการจ่ายเงินซื้อสินค้าเท่านั้น ผ่านการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ KOLs หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ รีวิวสินค้า จะได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งนักการตลาดสามารถนำข้อมูลส่วนนี้มาวิเคราะห์ว่าในโอกาสหน้าควรจ้าง Iinfluencer หรือ KOLs คนไหน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์
14. Spending ในส่วนสื่อ TV ทีวีน้อยลง แต่เม็ดเงินจะไหลเข้ามาที่ YouTube มากขึ้น จากการใช้ Smart TV ในแต่ละครัวเรือนที่แพร่หลายกว่าเดิม ซึ่งทาง Youtube เองก็ไม่ได้อยู่เฉย สร้างแคมเปญการเรียนรู้ทำสื่อบนแพลตฟอร์มของตนมากขึ้น ทั้งคลิปสั้นและโฆษณา ทำให้ YouTube โตขึ้น
15.หัวใจของ AI คือ Automation เพื่อที่จะทำ Personalize Advertising ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด AI สามารถค้นหา Automation Target Audience ได้ดีกว่าที่คนทั่วไปสามารถทำได้ และยังสามารถทำ Creative Automation AI ก็สามารถทำได้ เพราะให้เป็น Personalize Advertising เพื่อให้แคมเป็นโฆษณามีครีเอทีฟมาก และฉลาดขึ้น
อัพเดทตัวเลขโฆษณาดิจิทัล 2023
จากงาน DAAT DAY 2023ผลสำรวจมูลค่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งสมาคมฯ ได้จับมือกับ คันทาร์ (ประเทศไทย) ทำการสำรวจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 ผลสำรวจในปีนี้มีการคาดการณ์ว่าตัวเลขการลงทุนในสื่อโฆษณาดิจิทัลจะอยู่ที่ 28,999 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการเติบโตที่ 13% จากปี 2565- 5 อุตสาหกรรมที่ใช้งบสูงสุด –- #กลุ่มสกินแคร์ 3,268 ล้านบาท- #กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 2,520 ล้านบาท- #กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลล์ 2,228 ล้านบาท- #กลุ่มธุรกิจการสื่อสาร 2,190 ล้านบาท- #กลุ่มร้านค้าปลีก 1,682 ล้านบาททั้งนี้กลุ่มเครื่องสำอางค์นับเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง จากอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ 139%- 5 อันดับสื่อดิจิทัลยอดนิยม –- เมตา ( #Facebook และ #Instagram ) 8,183 ล้านบาท ตัวเลขลดลงจากปีก่อนหน้า 6%- #YouTube 4,751 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 34%- #ออนไลน์วิดีโอ 2,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%- การลงทุนทางด้านการสร้างสรรค์ผลงาน หรือ Creative 2,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% - #TikTok 2,048 ล้านบาท เติบโตขึ้น 95%