หัวใจสำคัญของการทำตลาดของร้านอาหารประเภท QSR หรือ Quick - Service Restaurant นอกจากเรื่องของการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ตลอดจนการนำเสนอเมนูที่ถูกใจลูกค้าในราคาที่เข้าถึงได้ไม่ยากนักแล้ว การมีสาขาที่ครอบคลุมและสามารถเข้าถึงดีมานด์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีส่วนต่อความสำเร็จ
กลยุทธ์ในเรื่องของการขยายสาขาของเบอร์เกอร์คิง จึงน่าจับตามองไม่น้อย เพราะเป็นการเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป โดยไม่เน้นการขยายสาขาในมอลล์ แต่หันมาให้ความสำคัญกับการขยายสาขาสแตนอะโลนที่พ่วงด้วยไดร์ฟ ทรู เนื่องจากมองว่า เป็นรูปแบบของสาขาที่สามารถเข้ามาทลายข้อจำกัดในการให้บริการที่สามารถเปิดให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเชื่อมโยงกับเทรนด์การใช้บริการของลูกค้าที่จะใช้บริการผ่านหลากหลายช่องทางมากขึ้น

เบอร์เกอร์คิง มีสาขาในปัจจุบันอยู่ที่ 123 สาขา รวมสาขาที่เปิดในสนามบิน โดย ธนวรรธ ดำเนินทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ ไมเนอร์ ฟู้ด ปรุ๊ป ผู้บริหารร้านเบอร์เกอร์คิงในไทย บอกกับเราว่า จำนวนสาขาที่เปิดในไทย มีเพียง 5% ของสาขาที่เบอร์เกอร์คิง ทั่วโลกมี โดยมีตัวเลขอยู่ประมาณ 2,400 สาขา จึงตั้งเป้าเปิดให้ได้อย่างน้อยๆปีละ 10 สาขา โดยในครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีการเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 4 สาขา
หากมองเข้ามาที่จำนวนสาขาทั้งหมดที่มีอยู่ จะพบว่า ครอบคลุมประมาณ 20 จังหวัด โอกาสในการเติบโตจึงยังมีอยู่อีกมาก โดยเบอร์เกอร์คิง จะให้ความสำคัญกับการขยายสาขาเข้าไปในเมืองท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
ผู้บริหารของเบอร์เกอร์คิง บอกว่า โมเดลของร้านจะแบ่งออกมาเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบมีไดร์ฟ ทรู กับไม่มีไดร์ฟ ทรู ซึ่งการขยายสาขาจะให้ความมสำคัญกับการเปิดสาขาไดร์ฟ ทรู ที่เป็นสาขาเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งเบอร์เกอร์คิง ถือเป็นแบรนด์ที่มีสาขาในรูปแบบไดร์ฟ ทรู มากกว่าคู่แข่งในตลาด
“เรามองเห็นเทรนด์การเติบโตของสาขาในรูปแบบนี้ โดยมองว่าหลังการแพร่ระบาดของโควิด – 19 แลนด์สเคปของตลาดเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับการเข้าถึงของลูกค้าจะออกมาแบบออมนิชะแนลที่ไม่เพียงแค่การใช้บริการในร้าน แต่ยังมีการเข้าถึงจากช่องทางอื่นๆ รวมถึงตัว พาร์ค & โก ซึ่งกำลังมีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจและสาขาในรูปแบบของไดร์ฟ ทรู ที่เรามีสามารถรองรับกับเทรนด์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี”

เขายังบอกอีกว่า นอกจากการเป็นออมนิชะแนลแล้ว สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอีกอย่างก็คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาให้บริการลูกค้า อาทิ ตัว ChatGPT หรือในอนาคตอาจจะเป็นสาขาที่บริการตัวเอง ซึ่งเป็นเทรนด์ที่น่าจับตา และเชื่อว่าในอนาคตทิศทางจะไปในรูปแบบที่ว่านี้
ก่อนหน้านั้น เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เบอร์เกอร์คิง มีการเปิดสาขาในรูปแบบไดร์ฟ ทรู ซึ่งถือเป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในไทย บนทำเลศักยภาพย่านรัชดาภิเษก มีพื้นที่รวมกว่า 400 ตารางวา ที่รวบรวมความเป็นที่สุดทั้งด้านสินค้าและบริการ รับเทรนด์ยุคดิจิทัลไลฟ์สไตล์
สาขาที่เปิดไปนี้ มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้สอดรับกับเทรนด์ยุคดิจิทัล อาทิ เตาย่างเปลวไฟรุ่นใหม่ ตู้รับสินค้าอัจฉริยะ (Smart Locker) ที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกในการรับสินค้าผ่านระบบอัตโนมัติ สำหรับช่องทางดิลิเวอรี่ และช่วยลดการสัมผัส รวมทั้งการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ลดการปล่อยมลพิษ
สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การเปิดสาขาของเบอร์เกอร์คิง จะมีสัดส่วนแบ่งเป็นร้านสแตนด์อะโลน 60% และร้านในห้างค้าปลีก คอมมิวนิตี้มอลล์ สนามบิน 40% โดยเบอร์เกอร์คิง มีสาขาที่เป็นรูปแบบไดร์ฟ ทรู ถึง 42 สาขา จากสาขาทั้งหมด 123 สาขา สาขาในรูปแบบที่ว่านี้ เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น
การปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสาขาในรูปแบบดังกล่าวที่เบอร์เกอร์คิงทำออกมาก็คือ การเพิ่มเมนู ที่สามารถให้บริการลูกค้าได้แบบ 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าในโลเกชั่นนั้นๆ และในละแวกใกล้เคียง อย่างการเพิ่มเมนู โจ๊ก หรือล่าสุด การเปิดตัวเมนูไก่ทอด หาดใหญ่ ก็มีการนำมาเป็น 1 ในเมนูที่ให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง

เมื่อมองเข้ามาที่ตลาดนี้แล้ว จะพบว่า ผู้นำในตลาดอย่างเคเอฟซี มีสาขารวมกันทะลุหลัก 1,000 สาขา จาก 3 แฟรนไชส์ซี คือ 1. เดอะคิว เอส อาร์ ออฟ เอเชีย (ไทยเบฟ) 2. เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (ซีอาร์จี) และ 3. เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเมนท์ (อาร์ดี) 250 สาขา
ส่วนฟอร์แมทสาขาของเคเอฟซีนั้น ก็มีออกมาค่อนข้างจะหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น 1.สาขาที่เปิดในมอลล์ 2. สาขาที่เปิดในไฮเปอร์มาร์เก็ต 3.สาขาที่เปิดในสถานีบริการน้ำมัน 4.สาขาสแตนอะโลนที่เป็น พาร์ค & โก หรือ ไดร์ฟ ทรู และ 5.สาขาห้องแถวในรูปแบบ ช้อป เฮ้าส์
ขณะที่เบอร์ 2 อย่างแม็คโดนัลด์ มีสาขารวมกันกว่า 228 สาขา และยังคงเดินหน้าทุ่มงบประมาณ 300 ล้านบาท ในการขยายสาขาปีละไม่ต่ำกว่า 10 – 15 สาขา โดยมีฟอร์แมทของสาขาที่ใกล้เคียงกับเคเอฟซี ทั้งสาขาในมอลล์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต และสาขาสแตนอะโลนที่เป็นไดร์ฟ ทรู ซึ่งจะเป็นฟอร์แมทสาขาที่ถูกให้ความสำคัญในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น
ทั้งหลายทั้งปวงแล้ว สาขาสแตนอะโลนที่พ่วงด้วยไดร์ฟ ทรู จึงน่าจะเป็นคำตอบที่ดีในการช่วยขับเคลื่อนการเติบโต...