ตลาดค้าปลีก - ส่ง มูลค่ากว่า 3.7 ล้านล้านบาทแล้ว จากข้อมูลของสมาคมผู้ค้าปลีกไทยให้ไว้อย่างน่าสนใจว่า โครงสร้างอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตสามารถแบ่งได้เป็น 3 แถว แถวหนึ่งก็เป็น Modern Chain Store ซึ่งการรวมศูนย์การบริหารจัดการอยู่ในกรุงเทพเป็นหลัก ซึ่งน่าจะมียอดขายเป็นสัดส่วนราว 32% ของมูลค่าการ บริโภคค้าปลีกค้าส่ง
แถวสองจะเป็นค้าปลีกค้าส่งภูธร Provincial Modernized Chain Store ที่กำลังพัฒนาในต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นผู้นำค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดตัวเองเป็นหลักประมาณมีสัดส่วนอยู่ราว 20% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง ส่วนที่เหลือ เป็นค้าปลีกค้าส่งขนาดกลางขนาดเล็กขนาดย่อมที่มาราว 450,000 ราย มีสัดส่วนโดยรวมราว 48%
ผู้เล่นในแถวที่ 2 หรือที่เรียกว่า Local Modern Trade หรือ LMT ถูกมองว่า จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน การเติบโตของตลาดค้าปลีก-ค้าส่งในประเทศ เพราะผู้เล่นที่เป็นเชนค้าปลีกขนาดใหญ่ มีทิศทางที่ชัดเจนในการขยายการ เติบโตของตัวเองไปยังตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้เชนค้าปลีกยักษ์ใหญ่จะมุ่งไปในทิศทางดังกล่าว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังคงเข้ามามีบทบาทต่อการ แข่งขัน ที่แน่นอนว่า ย่อมหนีไม่พ้นการแข่งกับผู้ประกอบการที่เป็นโลคอล โมเดิร์นเทรด ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรดเองก็มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
นอกจาก การรวมตัวกันเพื่อตั้งสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทยที่เข้ามาเป็นแกนกลางในการร่วมรวบผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรดเหล่านั้นให้เข้ามาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนทำกิจกรรมร่วมกัน และล่าสุดก็มีการร่วมกันทำแคมเปญ LOCAL LOW COST ที่เป็นการจับมือร่วมกันของผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรด 52 รายทั่วประเทศ

มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ หรือเฮียกบ ในฐานะผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ “ตั้งงี่สุน” ยี่ปั๊วรายใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี พูดไว้ในงานสัมมนาของสมาคมผู้ค้าปลีกแห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า LOCAL LOW COST เป็นเสมือนแกนกลางของ ความร่วมมือที่นำเอาผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์น เทรด ทั้ง 52 ราย มาทำอะไรร่วมกันอย่างต่อเนื่องในระยะยาว อาจจะมี ทั้งการทำแคมเปญส่งเสริมการขาย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการทำธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งสมัยใหม่ หรืออะไรที่เป็นการ ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถยืนอยู่ได้ด้วยความยั่งยืน
“สิ่งสำคัญก็คือการช่วยเพิ่มมุมมองในการทำธุรกิจ ซึ่งเชนโมเดิร์นเทรดรายใหญ่ อาจจะไม่ใช่คู่แข่งขันที่ เข้ามาส่งผลเสียเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะส่งผลบวกในแง่ของการเรียนรู้จากการแข่งขัน เพื่อนำข้อดีหรือข้อเสีย ที่ได้เรียนรู้มาปรับปรุงการทำตลาดให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าที่ต้องปรับมุมมองที่มีต่อโลคอล โมเดิร์นเทรดใหม่ ไม่ใช่แค่เพียงให้รับตัวเลขการขาย แต่ต้องเข้ามาร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนในการทำตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรด สามารถเติบโตไปพร้อมกันกับซัพพลายเออร์ได้”
ด้าน ทันตแพทย์วชิรวิชญ์ ศิริไชย นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้บริหารของร้านศรีสมัย ยะลา ผู้ประกอบการ ค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มุมมองอย่างน่าสนใจว่า ความเข้าใจในสภาพแวดล้อมของตลาด ในแต่ละพื้นที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งแผนการตลาดของซัพพลายเออร์ที่ถูกวางไว้จากส่วนกลางอาจจะใช้ไม่ได้ผล จึงต้อง ใช้ความเข้าใจในพฤติกรรม ความต้องการ ตลอดจนความเข้าใจในสภาพแวดล้อมของตลาดในพื้นที่ของผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรดเข้ามาช่วย โลคอล โมเดิร์นเทรดจึงยังคงบทบาทความสำคัญ ในฐานะของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ ข้าใจตลาดใน พื้นที่ได้เป็นอย่างดี
ศรีสมัยค้าส่ง ถือเป็นผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกรายใหญ่ที่อยู่ในจังหวัดยะลามานาน นอกจากการทำตลาดค้าส่ง ค้าปลีก ในฟอร์แมตของร้านโลคอล โมเดิร์นเทรดแล้ว ยังเป็นซับแอเรีย ไลเซ่น ที่ได้สิทธิ์ในการขยายสาขาในเขต 3 จังหวัด ภาคใต้ตอนล่างอีกด้วย

ส่วนการจัดกิจกรรมล่าสุดของสมาคมค้าส่ง – ปลีกไทยนั้น ล่าสุดได้มีการเปิดตัวแคมเปญ “LOCAL LOW COST บทที่ 1: กรุแตก” มหกรรมการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและราคาประหยัดใกล้บ้าน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ทั่วไทย โดยร่วมมือกับซัพพลายเออร์อย่างแลคตาซอยในการจัดลดราคาสินค้า ทั้งนี้ แลคตาซอยได้นำสินค้าหลัก ได้แก่ แลคตาซอย รสออริจินัล ขนาด 300 มล. และขนาด 125 มล. เข้าร่วมกิจกรรม โดยแต่ละรายการจะมีการจัดโปรโมชันแตกต่าง กันไป ไม่ว่าจะเป็นการแลกซื้อสินค้าในราคาพิเศษ สินค้าลดราคาหรือแถมสินค้าที่น่าสนใจ เป็นต้น
นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย บอกว่า กิจกรรมนี้เป็นการรวมกลุ่มผู้ประกอบการห้างค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่นทั่ว ประเทศ LMT (Local Modern Trade) ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 52 ราย และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ในวันที่ 1-10 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา พร้อมกันทุกพื้นที่ ในกิจกรรมมีการจัด โปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ สินค้าแลกซื้อราคาสุดคุ้ม สินค้านาทีทอง สินค้าลดราคาสูงสุดกว่า 20-50% ในทุกๆ กลุ่ม โดย รายการจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลต่อการปรับขึ้นราคาสินค้า
ถือเป็นกิจกรรมแรกที่ถูกส่งออกมาภายใต้ความร่วมมือของผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรด และซัพพลายเออร์ ในมุมมองที่เปลี่ยนไป....