BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,567
VIEWS

MuvMi ยกระดับระบบขนส่งมวลชนไทย เพื่อเมืองที่เปลี่ยนไปในอนาคต

ก.พ. 28, 2567
ศุภพงษ์ กิติวัฒนศักดิ์
Supapong Kitiwattanasak
 
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มูฟมี ฮีโร่ จำกัด
Co-Founder of MuvMi Hero Co.,Ltd.
 
  • หนึ่งในผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มบริการการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย
 
  • นักธุรกิจที่คิดเพิ่มโอกาสให้กับสังคมด้วยการเพิ่มตัวเลือกการเดินทาง
 
  • เริ่มแก้ไขจากปัญหาโครงสร้างเมือง ขยับสู่ปัญหามลภาวะทางอากาศ
 
โดยเฉลี่ยแล้ว คนทำงานกว่า 5.5 ล้านคนในกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไปทำงานราว 2 ชั่วโมงต่อวัน ซํ้ายังมีประชากรอีกจำนวนหนึ่งที่นั่งรถเมล์ที่มักจอดบนเส้นเลือดใหญ่ซึ่งต่อเดียวไม่ถึงที่หมายจำต้องพึ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อซื้อเวลาให้ถึงบ้านในเส้นเลือดฝอยโดยไวที่สุด เท่ากับว่า “มียานพาหนะปริมาณมหาศาลไปกระจุกทุกหนแห่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น”
 
รูปแบบการเดินทางเช่นนี้ ดูจะเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของชนชั้นกลาง แท้ที่จริงแล้วเป็นกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหารถติดจากผังเมือง ความเหลื่อมลํ้า แต่กลับส่องไม่เห็นวันที่คนไทยจะมีอากาศสะอาดๆ ไว้หายใจจึงเป็นที่มาของ MuvMi แพลตฟอร์มบริการการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับเมืองที่เปลี่ยนไปในอนาคต
 
“เราอยากได้ชื่อที่คนอ่านแล้วเข้าใจว่าเป็นพลังขับเคลื่อนที่จะพาคนเคลื่อนไหวไปทุกที่ทุกเวลา เลยได้คำว่า MuvMi ที่มาจาก Move Me เป็นแอปฯ ให้บริการการเดินทางระยะสั้นไม่เกิน 8 กิโลเมตร”
 
MuvMi เกิดขึ้นจากการร่วมมือของผู้ก่อตั้ง 4 คน หนึ่งในนั้น คือ “ศุภพงษ์ กิติวัฒนศักดิ์” บัณฑิตจากคณะสถาปัตย์ฯ และบริหารธุรกิจ กลับมาสานต่อกิจการสินค้าอุตสาหกรรมของครอบครัว ทำให้สิ่งที่อยู่รายล้อมศุภพงษ์ตลอดเวลา คือ “การทำธุรกิจ” ซึ่งเป้าหมายที่ผู้ก่อตั้งทุกคนเห็นตรงกัน คือคิดค้นระบบการเดินทาง โดยวิศวกรทั้ง 3 บวกกับประสบการณ์ทำธุรกิจของศุภพงษ์ เพื่อให้นวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้สามารถเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน 
 
หากสังเกตระบบขนส่งสาธารณะและแพลตฟอร์มอื่นๆ ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของคนหมู่มาก ที่ดูรวมๆ แล้วเหมือนจะมีตัวเลือกเพิ่มจากเมื่อก่อน ตอบโจทย์การเดินทางหลากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่นั่นยังไม่มากพอที่จะอำนวยความสะดวกจนถึงจุดหมายปลายทาง โจทย์ของ MuvMi คือคิดค้นขนส่งที่เข้ากับทุกความต้องการของคนได้มากขึ้น 
 
เมื่อมองภาพกว้างๆ  ว่าในอนาคตจะมีรถจาก MuvMi มาสัญจรอยู่บนท้องถนนในปริมาณที่เยอะขึ้น นวัตกรรมที่เรียกว่ารถยนต์ไฟฟ้าจึงถูกนำมาเป็นกุญแจหลัก ต้องปลอดภัยมากพอที่จะเป็นหนึ่งในระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถใช้ได้ทุกวัน ที่สำคัญคือไม่สร้างปัญหาอื่นๆ เช่น ไม่ทำให้รถติดมากขึ้น ไม่ปล่อยมลภาวะทางอากาศแข่งกับรถเครื่องยนต์สันดาป เพื่อให้ MuvMi มีรูปแบบการทำธุรกิจที่ยั่งยืน
 
ทุนก้อนแรกเกิดจากการรวมเงินของผู้ก่อตั้ง และใช้เงินก้อนนี้สำหรับลองความคิดเท่านั้น กระทั่งได้รับการสนับสนุนจาก NIA จึงสามารถนำไปสร้างโมเดลแรก “Tuk Tuk Hop” ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่ศุภพงษ์และทีมมองว่าเป็นหนทางการแก้ปัญหาที่เหมาะกับการจราจรของกรุงเทพฯ บ่งบอกถึงความเป็นไทย โดยเริ่มจากการเป็นตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าพาเที่ยวในเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อทดสอบว่าระบบสามารถใช้กับตุ๊กตุ๊กได้หรือไม่ อะไรที่ต้องปรับเพื่อรองรับผู้คนที่เข้ามาใช้บริการ 
“สำหรับรูปแบบการทำธุรกิจการเดินทางต้องมี 2 ส่วน คือระบบ (Software) กับยานพาหนะ (Hardware) ฮาร์ดแวร์ต้องเป็นพาหนะที่เหมาะสมกับสถานการณ์บนท้องถนนและผังเมืองกรุงเทพฯ ตอนนี้ปัญหาคือรถบางคันใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับซอยเล็กๆ นั่นเป็นที่มาของการพัฒนาตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าขึ้นมาใช้เอง”
 
จากนั้นค่อยๆ ขยายการให้บริการจากตุ๊กตุ๊ก 3 ล้อ เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อ ไปจนถึงรถตู้สำหรับผู้โดยสารหลายที่นั่ง พัฒนาจาก Tuk Tuk Hop เป็น MuvMi อย่างตอนนี้ และยังคงสำรวจความพึงพอใจและความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ทุกวันของ MuvMi เป็นวันแห่งการ “ทดลอง”
 
สิ่งที่ศุภพงษ์คิดว่าเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของ MuvMi คือ “การเข้าถึงทุกมิติในชีวิตของลูกค้า” สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเรียกรถด้วยแพลตฟอร์มทั่วไป จนกระทั่งลูกค้าได้ลองมาใช้บริการด้วยตัวเอง สัมผัสได้ถึงความสะดวกกาย สบายใจที่จะเดินทางร่วมกับผู้โดยสารคนอื่น ซึ่งสิ่งนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับระบบขนส่งสาธารณะในประเทศไทย
 
MuvMi เริ่มสะกดสายตาจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ในสามย่าน ฐานลูกค้าที่เห็นได้ชัดจากการทดลอง คือกลุ่มคนที่เข้าสู่วัยทำงานเป็นครั้งแรกล้วนเป็นผู้ใช้ขนส่งสาธารณะเป็นประจำ พวกเขาอาจจะยังไม่มีรถ หรือมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นไม่พอกับเวลาทำงาน ไม่ได้มีรายได้ที่สูงมากพอที่จะเรียกใช้บริการรถในแพลตฟอร์มอื่นได้ทุกวัน แต่เมื่อนานเข้าก็พบว่าฐานลูกค้าของ MuvMi ไม่ได้มีแค่เพียงคนกลุ่มนี้เท่านั้น ยังมีกลุ่มคนที่ถูกสังคมละเลยอย่างผู้สูงอายุที่เดินทางลำบากอยู่ด้วย
 
สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังในการจ่ายน้อยอย่างนักเรียนนักศึกษา วัยเริ่มต้นทำงาน และผู้สูงอายุแล้วการเกิดขึ้นของ MuvMi จึงเหมือนกับอัศวินขี่ม้าขาว ที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของราคาและความปลอดภัยคุ้มค่าแก่การออกไปเชื่อมต่อชีวิตกับสังคมได้อย่างสบายกระเป๋า แม้กระทั่งในกลุ่มผู้ที่เดินทางกับสัตว์เลี้ยงที่ไม่สะดวกต่อการพาสัตว์เลี้ยงไปในที่ต่างๆ ด้วยขนส่งสาธารณะ รวมถึงชาวต่างชาติที่ไม่สะดวกสื่อสาร MuvMi ก็เอาอยู่ทุกหมัด
 
ศุภพงษ์ไขข้อข้องใจของหลายคนว่า ทำไมค่าโดยสารของ MuvMi จึงราคาถูก  คำตอบ คือระบบได้หารค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางให้กับทุกคนไว้แล้ว ภายใต้แนวคิด Ride Sharing สร้างโอกาสการเชื่อมถึงกันระหว่างคนในพื้นที่ทำให้รูปแบบการแบ่งพื้นที่ให้บริการของ MuvMi แบ่งออกเป็นย่าน คำนวณความหนาแน่นของประชากรต่อจำนวนรถที่สามารถวิ่งในพื้นที่แล้วว่า  รถของ MuvMi จะเพียงพอและเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่นั้นได้ทันท่วงที
 
มาจนถึงตอนนี้ MuvMi ได้สร้างฐานลูกค้าที่คุ้นเคยกับการให้บริการเป็นจำนวนมาก จนเรียกได้ว่าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนอย่างเต็มตัว อย่างย่านอารีย์ แต่ก่อนมีการโฆษณาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องแปะป้ายว่าอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้ากี่เมตร ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็น “อยู่ใกล้บริเวณจุดรับ-ส่ง MuvMi” เป็นการสร้างโอกาสการเข้าถึงระบบขนส่งที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ถือเป็นเพิ่มการเข้าถึงให้กับภาคธุรกิจไปในตัว
 
ปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจด้านการเดินทาง คือ “ค่าพลังงาน” ส่งผลต่อต้นทุนและการคิดค่าบริการ ถ้าต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมคนหมู่มากให้หันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น จึงต้องหาวิธีว่าทำอย่างไรผู้คนจะสามารถจ่ายค่าเดินทางได้อย่างไร้กังวล หากคนกลุ่มเดียวจ่ายไหวก็จะไม่เกิดการแก้ปัญหาที่ถูกจุด ฉะนั้นโจทย์ของ MuvMi คือทำอย่างไรก็ได้ให้คนส่วนใหญ่จ่ายค่าบริการ MuvMi ได้
 
เป้าหมายของ MuvMi ที่ต้องการยกระดับการเดินทางของคนไทยให้สะดวกสบายและสะอาดยิ่งขึ้น จะมีความเป็นไปได้มากกว่าเดิมนั้น ต้องมุ่งพัฒนาของเดิม เพิ่มของใหม่ สร้างทางเลือกการสัญจรที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต พร้อมกับการลดปริมาณมลภาวะทางอากาศ เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมดีๆ ให้กับคนรุ่นหลัง
 
 
  • Founding a Thai Electric Car Service Platform.
 
  • Aiming to give people better travel options.
 
  • Aiming to solve urban structure problems, including the scourge of air pollution.
 
 
More than 5.5 million Bangkokians spend at least two hours commuting daily, many of whom need to take connecting buses or rely on motorcycle taxis to get to work or home. This means, there is a large cluster of vehicles and long passenger queues from morning to evening.

Though this form of travel may be common place for most middle-class people, it reflects the problem of traffic congestion caused by bad urban planning and social disparity. These issues and Bangkok’s ongoing struggles with air pollution gave birth to MuvMi – an environmentally friendly, easier mobility service platform designed to make Bangkok more future ready.
 
“We devised a name that describes exactly what it is – a vehicle service that ‘moves’ people from one place to the next anywhere and at any time. The MuvMi app offers to transport for short distances of no more than 8 kilometers.” 
MuvMi was founded by “Supapong Kitiwattanasak” and three partners who were also engineers. Supapong, a graduate in Architecture and Business Administraiton, brought his experience

in business to the team’s innovative transportation solutions. The goal was to create a sustainable business model that would revolutionize urban travel.

The existing public transportation options offer variety, but lack the ability to efficiently connect people to their destinations. MuvMi’s challenge was to create a comprehensive transportation solution that would suit all users’ needs. Recognizing the need a wider service coverage, MuvMi embraced the electric vehicle trend to provide safe, eco-friendly options that do not contribute to traffic congestion or air pollution.

The project was initially funded by the founders’ own savings, but almost all of it was spent on trials, until the National Innovation Agency (NIA) stepped in to fund the first model called “Tuk-Tuk Hop”. The electric tuk-tuk was seen as a first step toward solving traffic problems in Bangkok. The service was initially launched in the capital’s historic area, the Rattanakosin Island.

“In a classic travel business model, there are two parts: software [the system] and hardware [the vehicle]. The hardware should be designed to match the situation on the road and Bangkok’s city plan. Hence, small electric tuk-tuks were designed to deal with Bangkok’s many small alleyways that cannot be tackled with larger cars."

Eventually, the service evolved from 3-wheel tuk-tuks to four-wheel electric vehicles to multi-passenger vans. The platform changed from Tuk-Tuk Hop to MuvMi. The company has also continuously conducted passenger satisfaction surveys, so every day can be considered a day of “experimentation” for MuvMi, say the founders.
 
Supapong believes MuvMi’s true strength is covering “all dimensions of a customer’s life” and offering an experience that goes beyond traditional ride-hailing platforms. The service connects with customers on various levels, providing comfort and convenience that is often lacking in public transportation. MuvMi gained traction among various demographics, including students, young professionals, the elderly and even travelers with pets or those who do not know the language. 
When it was launched, MuvMi first began catching the eye of young people in Bangkok’s Sam Yan area. These people were new graduates who had just started working. Most had to rely on public transport and did not earn enough to hail a cab every day. Soon after, MuvMi discovered new groups of users, including the elderly and foreigners, who have trouble communicating with local taxi drivers.
 
Another positive aspect of MuvMi is its affordability, achieved through a ride-sharing concept. This system keeps travel expenses low by distributing them among users in specific service districts. MuvMi calculates the population density per vehicle to ensure efficient coverage and accessibility within these areas.
 
Over time, MuvMi has become an integral part of people’s lives and the service’s presence has also started influencing real-estate marketing. For instance, real-estate advertisements in the Aree area previously specified how many meters away the property was from the closest BTS station. Now, however, it highlights how “near the MuvMi pick up and drop off area” the property is. This integration benefits businesses by providing improved transportation access.
 
Another important factor is saving “energy costs”, which keeps service charges and prices low. MuvMi’s primary goal has been to continue improving existing services, introducing new features and expanding its fleet of electric vehicles. By reducing air pollution and delivering a better environment to future generations, MuvMi aims to have a positive impact on the city.
 
The journey of MuvMi highlights the importance of community feedback and adapting to changing trends and needs. The MuvMi story also reflects the power of innovation, adaptation and sustainability in transforming the future of urban transportation.

Ving ยกระดับการวิ่งให้ง่ายด้วยรองเท้าแตะ

Scent and Sense กลิ่นหอมที่ออกแบบได้

Nich Cycling จักรยานแบรนด์ไทยที่เติบโตจาก Niche Market

Bo.lan ปรัชญาความอร่อยแบบต้นตำรับอาหารไทย

Agora เพิ่มมูลค่าเสื่อพลาสติกสานด้วยไอเดีย

RYNN เครื่องกรองน้ำที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิตคนไทย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact