“สิงห์ คอร์เปอเรชั่น” ตอกย้ำความสำเร็จด้วยรางวัลองค์กรที่ขับเคลื่อนทุกความสำเร็จผ่านความยั่งยืนด้วยรางวัล 2023 - 2024 Thailand’s Most Admired Company บริษัทที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มต่อเนื่องเป็นเวลา 16 ปี โดยได้รับคะแนนสูงสุดในทุกปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น Innovation, Business Performance, Corporate Image, Management ซึ่งสะท้อนภาพของการเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยโดยให้ความสำคัญกับการสร้างคน สร้างทีม นอกจากนี้ การได้รับคะแนนสูงสุดในส่วนของ Sustainable Development แสดงให้เห็นถึงการเป็นองค์กรที่ดี มีความโดดเด่นด้านความรับผิดชอบ รวมไปถึงการดูแลสังคม ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กว่า 90 ปีของบุญรอดฯ ตอกย้ำภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งของบุญรอดในฐานะหนึ่งในบริษัทที่เคียงข้างสังคม

โดยกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น อยู่ในใจผู้บริโภคมายาวนาน คือการเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือสังคมและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านเครือข่ายของ “สิงห์อาสา” ที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ จากจุดเริ่มต้นที่สิงห์อาสาเป็นที่รู้จักเมื่อปี พ.ศ. 2554 ในช่วงเกิดมหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศไทย คำพูดของ คุณสันติ ภิรมย์ภักดี ผู้นำองค์กรในขณะนั้นที่กล่าวว่า “ขอให้พนักงาน ทุกคนออกไปเอารอยยิ้มของคนไทยกลับมาให้ผม” นับเป็นประโยคที่ตอกย้ำและทำให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งจากการรวมตัวกันของพนักงาน ผู้บริหารและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน จนมาถึงการบริหารของ คุณภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่มีแนวคิดการสร้างคนขององค์กรว่า “เราต้องการสร้างคนให้เป็นคนเก่งขององค์กร และเป็นคนดีของสังคม” ไม่ใช่แค่สร้างองค์กร แต่ต้องดูแลสังคมด้วย

“สิงห์อาสา” ถือเป็นภารกิจที่คนบุญรอดฯ ภูมิใจและรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ร่วมออกไปช่วยเหลือสังคม จนถึงวันนี้ “สิงห์อาสา” ไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานของบุญรอดเท่านั้น แต่ยังขยายเครือข่ายสู่คนข้างนอกหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักศึกษา อาสาสมัครกู้ภัย หน่วยกู้ชีพ หน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นบริษัทที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกผนึกกำลัง เป็นเครือข่ายดูแลสังคม ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นการส่งผ่านความสัมพันธ์ที่เชื่อมและสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์ที่ได้ร่วมทำกิจกรรมดูแลสังคมด้วยกัน ส่งผลให้แบรนด์สินค้าต่างๆ ของ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เป็นที่ยอมรับต่อผู้บริโภค
ปัจจุบันสิงห์อาสานับเป็นเครือข่ายอาสาสมัครที่ใหญ่และครอบคลุม ทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ เอกชน และมูลนิธิอาสาสมัครต่างๆ กระจายอยู่ในหลายจังหวัด ตลอดระยะเวลากว่า 13 ปีของสิงห์อาสา มีการดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมมากว่า 3,000 ภารกิจ นอกจากนี้ ยังแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปสู่ต่างประเทศด้วย ทำให้ภาพลักษณ์ของ “สิงห์อาสา” ในวันนี้มีความแข็งแรงกลายเป็นเครือข่ายอาสาสมัครขนาดใหญ่ที่พร้อมไปด้วยพลังคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจพร้อมช่วยขับเคลื่อนให้ทุกปัญหามีทางแก้ไข

จากเครือข่ายที่เติบโตและครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ทุกวันนี้ภารกิจของ “สิงห์อาสา” ไม่เพียงแต่เป็นการเข้าช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติตามฤดูกาล อาทิภัยแล้ง ภัยหนาว อุทกภัย วาตภัย เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการดูแลชุมชนโดยรอบ รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเชิงอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติกับชุมชน เพื่อให้เกิดผลในระยะยาวอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดที่ว่า “องค์กร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ต้องมีความสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน” โดยมีการทำโครงการร่วมกันกับเครือข่ายและโรงงานในเครือบุญรอดฯ ทั่วประเทศ
ทั้งการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน ไปจนถึงการแก้ปัญหาในระยะยาว บางโครงการได้ขยายความร่วมมือ พัฒนาให้มีความสามารถในการดูแลสังคมมากขึ้น อาทิ โครงการ “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่สิงห์อาสา” ที่มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยคุณหมอ ของบริษัทฯ ได้เริ่มไปให้การรักษาพยาบาลกับชาวบ้านในพื้นที่ชนบทและขาดแคลน เริ่มต้นครั้งแรกในจังหวัดเชียงราย นับเป็นเวลามากกว่า 37 ปี และยังคงสานต่อโครงการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ได้ร่วมมือกับเครือข่าย 16 คณะทางการแพทย์ของ 10 มหาวิทยาลัย ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศลงพื้นที่ออกตรวจสุขภาพพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ทั้งการตรวจโรคทั่วไป ตรวจเฉพาะทาง คลินิกทันตกรรม ตลอดจนตรวจคัดกรองโรคร้ายแรง อาทิ มะเร็งปากมดลูก ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โดยจะทำงานร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อการดูแลในระยะยาวต่อไปรวมถึงยังมีการมอบเสื้อกันหนาวให้กับชาวบ้านที่ขาดแคลน

นอกจากนี้ โรงงานในเครือบุญรอดฯ ทั่วประเทศยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อมตามแนวทางทาง ESG โดยทุกโรงงานได้ปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการผลิตและการปฏิบัติการทั้งห่วงโซ่อุปทานโดยกำหนดกรอบการขับเคลื่อนบนพื้นฐานของการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งการจัดการทรัพยากรน้ำ (Water management) ลดปริมาณการใช้น้ำและการใช้น้ำอย่างมีคุณค่าในทุกกระบวนการผลิต, กลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate strategy) ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้าง Carbon Footprint ในการดำเนินธุรกิจให้น้อยที่สุด, การจัดการของเสีย (Waste management) โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีคุณค่าและมีประโยชน์สูงสุด
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สิงห์ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือการให้ความสำคัญกับการสร้างนักกีฬาและวงการกีฬาให้ประสบความสำเร็จในระดับโลก เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จะเห็นได้ว่านักกีฬาของไทยที่โลดแล่นในระดับอาชีพส่วนใหญ่ล้วนติดโลโก้สิงห์ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสนันสนุนโดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ ดังเช่นที่นักกีฬาหลายๆ คนเคยกล่าวว่า สิ่งที่คุณสันติ ภิรมย์ภักดี ขอก็คือ “ในวันที่ประสบความสำเร็จขอให้ส่งต่อโอกาสให้นักกีฬารุ่นหลังต่อไป” หลายๆ สมาคมกีฬาที่มีนักกีฬาเข้าแข่งในระดับโอลิมปิกก็ล้วนได้รับการสนับสนุนที่เน้นความต่อเนื่อง เพื่อการวางแผนพัฒนาระยะยาว อย่างเช่น สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย โรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด ตลอดจนสมาคมกีฬาคนพิการทุกสมาคม ทำให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพของนักกีฬาไทย และสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยต่อไป


ภารกิจทั้งหมดของ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ตอกย้ำความเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการสร้างการเติบโตให้กับสังคมและ สิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือสังคมของ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ไม่เพียงส่งให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดูดี น่าเชื่อถือ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน ซึ่งนั่นดึงดูดให้คนเก่งและคนดีต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สะท้อนภาพของความเป็นผู้นำที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขการเติบโตหรือมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 แต่ยังหมายถึงการเป็นองค์กรที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและยอมรับ ซึ่งผู้บริโภคให้ความยอมรับเชื่อถือและนึกถึงองค์กรในฐานะพลเมืองของสังคมที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด