เพราะ “อาหาร” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อชีวิต ยิ่งอาหารที่ดีอุดมไปด้วยประโยชน์และมีมาตรฐาน ยิ่งเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง “CPF” ถือเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังที่มีส่วนสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย จนได้รับการยอมรับในฐานะเป็นบริษัทที่มีภาพลักษณ์และการบริการน่าเชื่อถือสูงสุด กลุ่มธุรกิจอาหาร จากผลสำรวจ 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company ถือเป็นรางวัลที่ตอกย้ำสิ่งที่ CPF ทำมาโดยตลอด นั่นคือการยกให้ผู้บริโภคเป็นจุดศูนย์กลาง ด้วยการมุ่งพัฒนาคุณภาพ และนำเสนอเทรนด์อาหารรูปแบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
คุณอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า อาหารเป็นธุรกิจที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นธุรกิจที่ส่งผลต่อสุขภาพผู้บริโภคโดยตรง CPF จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าด้วยกระบวนการผลิตในโรงงานที่มีมาตรฐานระดับโลก รวมถึงทีมวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ (R&D) ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดตลอดเวลา ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในหน้าที่ของแบรนด์ชั้นนำที่ต้องนำสิ่งใหม่ที่ดีขึ้นมานำเสนอให้กับผู้บริโภค
“การทำงานในแต่ละวัน เราจะมีผู้บริโภคเป็นเข็มทิศเสมอ ผู้นำองค์กรมักบอกกับพนักงานทุกคนว่า เราจะต้องทำอาหารให้เหมือนกับที่เราทำให้ครอบครัวพ่อแม่พี่น้องเรารับประทาน สินค้าทุกตัวจะต้องมีคุณภาพก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค ซึ่งนอกจากคุณภาพจะเป็นพื้นฐานที่ต้องมีแล้ว เราต้องนำเทรนด์อาหารใหม่ๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดให้ผู้บริโภครู้สึกว้าวทุกครั้งที่รับประทานอาหารจาก CPF ด้วย”
ดังนั้น CPF จึงโฟกัสการพัฒนาและผลิตอาหารที่ตอบสนองในด้าน Functional และ Emotional โดยนอกจากจะมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ สร้างเสริมสุขภาวะที่ดีกับร่างกายแล้ว ยังต้องอร่อยสร้างความแปลกใหม่และไม่น่าเบื่อด้วยเสมอ โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีไลฟ์สไตล์ และความต้องการสิ่งใหม่เรื่อยๆ
“ด้วยการพัฒนากระบวนการทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง เรามีวิธีหา Unmet Need ของผู้บริโภคและทิศทางเทรนด์อาหารใหม่ๆ ผ่านการวิจัยตลาดในหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาอินไซต์ประกอบกับมอนิเตอร์เทรนด์ทั่วโลกจากหลายประเทศ รวมถึงเทรนด์ในไทยและพูดคุยกับผู้บริโภค บางครั้งเราใช้ เทรนด์นำแล้วไปทดลองกับผู้บริโภคว่าตอบสนองความต้องการของเขาได้จริงไหม เรียกได้ว่าเป็นกระบวนการทำงานที่เน้นความเร็วเพื่อให้ทันกับเทรนด์และอินไซต์ส่วนลึก เพื่อให้โดนใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง”


ยกตัวอย่าง ไส้กรอก CP Xtreme ไส้กรอกชีสลาวา มาจากอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ที่เป็นชีสเลิฟเวอร์ ซึ่งไส้กรอกชีสแบบเก่ายังไม่ตอบโจทย์เต็มที่ CPF จึงพัฒนาร่วมกับโรงงานและทีม R&D ในการผลิตเครื่องจักรรุ่นใหม่ที่ทำให้สามารถสอดชีสเพิ่มในไส้กรอกได้เป็นแท่ง เมื่อนำไปอุ่นในเตาไมโครเวฟ จึงได้ชีสล้นออกมาเป็นลาวาไส้ทะลัก
ในขณะที่เกี้ยวกุ้งครองตำแหน่งโปรดักต์แชมป์เปี้ยนของ CPF มาอย่างยาวนานก็ได้ถูกนำมาพัฒนาให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ โดยจับเอาเทรนด์หมาล่าที่มาแรง ออกมาเป็นเกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิซุปหมาล่า CQK ซึ่งเป็นการ Collaboration กับ CQK MALA Hot Pot ร้านหมาล่าหม้อไฟสุดฮิตในหมู่คนรุ่นใหม่
ล่าสุด CPF เพิ่งออกแซนด์วิช Chicken Pocket ซึ่งมาจากไอเดียที่ว่า คนส่วนใหญ่ชอบทานแซนด์วิช แต่เทรนด์การบริโภค Low-Crab, High-Protein ที่เพิ่มสูงขึ้น โปรดักต์ตัวนี้จึงถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์สายโปรตีน โดยใช้ไก่มาแทนที่ขนมปังประกบแฮมและไส้กรอก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดอย่างรวดเร็ว
CPF ไม่เพียงแต่พัฒนาสินค้าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความต้องการตามไลฟ์สเตจด้วย โดยปัจจุบันกลุ่มคนทำงานและคนสูงวัย ตื่นตัวกับสุขภาพที่ดีอย่างยืนยาว หรือ Longevity เป็นที่มาของหมูชีวา และไก่เบญจา แบรนด์ยูฟาร์ม เนื้อหมูและเนื้อไก่ที่มีโอเมก้า 3 เนื่องจากเลี้ยงด้วยสูตรอาหารธรรมชาติที่เลือกสรรพิเศษที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 สูง ได้แก่ ข้าวกล้อง เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) น้ำมันปลาทะเลลึก และสาหร่ายทะเลลึก ทำให้ได้เนื้อหมู เนื้อไก่ ที่มีโอเมก้า 3 ตามธรรมชาติ ซึ่งหมูชีวา และไก่เบญจา เป็นเนื้อสัตว์ที่ไม่มีสารเคมี ไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต ไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดง และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยงดู ได้รับมาตรฐานระดับโลกจาก NSF International (National Standard Foundation) จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยและเหมาะมากสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม ตั้งแต่ตั้งครรภ์ วัยเด็ก วัยทำงานตลอดจนผู้สูงวัย เพราะโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยเรื่องระบบหัวใจและระบบสมองอีกด้วย

“จะเห็นได้ว่า เราให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพของสินค้าเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่า CPF พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนสามารถพิชิตมาตรฐานจากสถาบันชั้นนำระดับโลกมาแล้ว และมีความตั้งใจที่จะยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของโลก และสร้างความภูมิใจให้กับคนไทย โดยเฉพาะไก่ซีพี ซึ่งเราเป็นผู้ส่งออกไก่รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก”
นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “ไก่ไทยไปอวกาศ” ในโครงการ Thai food - Mission to Space นำไก่ไทยก้าวสู่มาตรฐานอวกาศ (Space Food Safety Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศรับประทาน ตามหลักเกณฑ์ขององค์กร NASA กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงมาตรฐานความปลอดภัยของเนื้อไก่ แบรนด์ CP ที่ไม่ใช่แค่ระดับโลกเท่านั้น แต่จะเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับอวกาศ ซึ่งผู้บริโภคแบรนด์ CP ก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์มาตรฐานระดับเดียวกันนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคคงไม่สามารถรับรู้ถึงคุณภาพสินค้าได้หากไม่ได้รับประทานเข้าไป ดังนั้นการบริการจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่ง CPF พยายามให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าให้ได้มากที่สุด โดยส่งมอบสินค้าผ่านช่องทางจัดจำหน่ายให้ได้ครอบคลุมที่สุด หาซื้อได้ง่ายและใกล้บ้าน ทั้งที่ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสด รวมถึงร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งมีอยู่เกือบ 15,000 สาขาทั่วประเทศ
“เคล็ดลับที่ทำให้ CPF เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ยึดโยงจากนโยบายผู้นำองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ 3 เสาหลัก คือ Innovation คิดค้นนวัตกรรมควบคู่คุณภาพ, Wellness รองรับเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ ด้วยมาตรฐานระดับโลก และ Planet ในฐานะเป็นองค์กรที่มีการดำเนินงานในหลายประเทศทั่วโลก เรื่องความยั่งยืนถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจของ CPF มาตลอด จึงทำให้องค์กรมีเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรรม โดย CPF มีแผนการบริหารจัดการภายในองค์กร ตั้งแต่ต้นทางการผลิตอาหารจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน โดยมีแผนบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ทั้งนี้ CPF บริษัทผู้ผลิตอาหารรายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักวิทยาศาสตร์ ตามมาตรฐาน FLAG (Forest, Land, and Agriculture) จากองค์กร Science Base Target Initiative (SBTI) องค์กรอิสระระหว่างประเทศที่เชี่ยวชาญในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจรับมือกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ”
คุณอนรรฆวี ย้ำว่า นโยบายที่โฟกัส 3 เสาหลักดังกล่าวยังคงเป็นเป้าหมายการทำงานต่อไปให้ดียิ่งขึ้นในปีหน้า โดยไม่ลืมที่จะปรับตัวให้เร็วขึ้นเท่าทันกับพลวัตความเปลี่ยนแปลงและเทรนด์ใหม่ๆ ที่เข้ามาเร็วกว่าเดิม
“ถ้าเราวิ่งได้เร็วพอ ตอบความต้องการผู้บริโภคได้เสมอ ผู้บริโภคก็คงไม่ทิ้งเราไปไหน ธุรกิจนี้เหมือนเป็นเกมที่แข่งกับตัวเองว่า เราวิ่งเร็วและเข้าใจตลาดดีพอมั้ย บางสินค้าต้องยอมรับว่าทำออกไปแล้วไม่ประสบความสำเร็จเต็มที่ก็มี แต่ถ้าเราล้มแล้วต้องวิ่งต่อให้เร็ว โดยเน้นผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง นี่คือเป้าหมายที่เราพยายามทำไม่หยุดในทุกวัน”