ในยุคที่การดำเนินธุรกิจต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน เซ็นทรัลพัฒนา เบอร์ 1 ผู้พัฒนาศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ไทยจึงเน้นบทบาท Place Making ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่และยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คน มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน มุ่งมั่นด้วย Brand Purpose คือ Imagining better futures for all
นอกจากนี้ ยังยึดหลัก Customer Champions เมื่อศูนย์การค้าต้องเป็นมากกว่าแค่ที่ช้อปปิ้ง ต้องรองรับผู้คน ชุมชน ย่านและเมืองต่างๆ พร้อมทั้งส่งเสริมศักยภาพด้านเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างงาน สร้างรายได้ ส่งผลให้เซ็นทรัลพัฒนาได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจ “ศูนย์การค้า” โดยมีความโดดเด่นใน 4 ปัจจัย ได้แก่ ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance), การบริหารการจัดการ (Management), ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) และการบริการ (Excellence Service) จากผลสำรวจ 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company
ตลอดเส้นทาง 42 ปี ของเซ็นทรัลพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่ง ได้มองหาโอกาสขยายสู่ธุรกิจใหม่ๆ ต่อเนื่อง โดยนอกจากจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจศูนย์การค้า หรือ Retail เป็นแกนหลัก ยังขยายไปสู่ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์, ที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ทำให้เห็นถึงการเป็น The Ecosystem for All ของเซ็นทรัลพัฒนาอย่างเด่นชัด พร้อมดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมและขับเคลื่อนประเทศ โดยมีคำว่า “พัฒนา” เป็น DNA ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เล่าว่า เซ็นทรัลพัฒนาได้สร้างวิวัฒนาการของการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต โดยมี Retail เป็นหัวใจหลักในการสร้างความแข็งแกร่งของระบบทั้งหมด เชื่อมโยงกับธุรกิจที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนทั้ง Online & Offline ครบทั้ง 360 องศา และขยายไปสู่ธุรกิจ New Assets อื่นๆ ที่จะสร้างอนาคตแห่งการใช้ชีวิต ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
- The 360 - Degree Centre of Life เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ครบทุกองศาทั้ง Offline & Online ทั้ง Shop - Eat - Work - Play - Stay - Live ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 365 วัน ทุกที่ทั่วประเทศ
- Total B2B2C Solutions การเชื่อมโยงการทำธุรกิจของพันธมิตรคู่ค้า สู่การใช้ชีวิตของลูกค้าที่ครบวงจร ด้วยการลงทุนด้าน Digital Transformation & Technology Infrastructure ปีละ 300-500 ล้านบาท โดยได้มีการพัฒนา Data-driven Omni-channel ที่มีประโยชน์กับลูกค้า คู่ค้า และสังคม
- The Place Making for Sustainable Future ให้ความสำคัญทั้งด้านคนด้วยการส่งเสริม Local Wealth โดยใน 5 ปีข้างหน้า เซ็นทรัลพัฒนาจะมีพนักงานกว่า 6,500 คน พร้อมผลักดันการจ้างงานใน Ecosystem อีกกว่า 100,000 ตำแหน่ง การเปิดพื้นที่ค้าขายฟรีให้เกษตรกรและ SMEs ทั่วประเทศคิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาทต่อปี และการสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐ และ CSR รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทต่อปี รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมเดินหน้าตามโรดแม็บ NET Zero 2050 เช่น การประหยัดพลังงานไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท, ติดตั้ง Solar Rooftop และขยาย EV Charger Station อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ, การเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงการจัดการขยะและขยาย Recycle Shops ในศูนย์การค้า
วันนี้เซ็นทรัลพัฒนาไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาโครงการเพื่อการค้าปลีกเท่านั้น แต่ได้ก้าวสู่การเป็น “Retail-Led Mixed-Use Development” ที่จะขับเคลื่อนตัวเองสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้แนวทางดังกล่าว เซ็นทรัลพัฒนาจะมีธุรกิจศูนย์การค้าเป็นแกนหลัก เสริมแกร่งด้วยโครงการที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม โดยทั้ง 4 ธุรกิจสามารถเติบโตไปด้วยกันใน Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งในแต่ละธุรกิจสามารถต่อยอดนวัตกรรมของตัวเองได้ในอนาคต

อย่างเช่นการเปิดตัว “ศูนย์การค้า” ที่สร้าง Prototype ใหม่อย่าง Central Westville ย่านราชพฤกษ์ ศูนย์การค้าในรูปแบบ Low Carbon Mall ด้วยคอนเซ็ปต์ West at Its Best ด้วยการออกแบบให้มีพื้นที่ Semi-outdoor ในสัดส่วนประมาณ 30-40% ตอบโจทย์ People-Pet-Planet ด้วย Around-the-Clock Lifestyle พร้อมด้วยแนวคิด Eco-consumer & Sustainability ที่ส่งเสริมประเทศไทยเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำซึ่งเป็นหนึ่งในมิสชั่นของเซ็นทรัลพัฒนาสู่การเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2050
รวมถึงการประกาศปั้นแบรนด์ใหม่ Central Park มูลค่าลงทุน 20,000 ล้านบาท เพื่อสร้าง High-end Lifestyle Hub ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของย่าน ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูงด้วย Curated Experience ที่ไม่เคยมีมาก่อน เชื่อมโยงกับ Urban Rooftop Park ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี เตรียมเปิดให้บริการช่วงไตรมาส 3 ปี 2568
สำหรับแนวทางการต่อยอดธุรกิจในอนาคต เพื่อให้เป็นไปตามแผนธุรกิจของเซ็นทรัลพัฒนา ในการเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ ตามแผนการลงทุนในอีก 5 ปีต่อจากนี้ (ปี 2566-2570) จะใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 135,000 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 25,000-30,000 ล้านบาท มีทั้งหมดมากกว่า 200 โครงการ ครอบคุลม 30 เมืองในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วยศูนย์การค้า 50 แห่ง, คอมมูนิตี้มอลล์ 17 แห่ง, ที่อยู่อาศัย 90 แห่ง, โรงแรม 37 แห่ง, อาคารสำนักงาน 13 แห่ง และพื้นที่ใหม่ๆ Flex Offices อีก 4 แห่ง ซึ่งจะทำให้จำนวนโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นจาก 18 โครงการในปี 2566 เป็น 25 โครงการในปี 2570
อีกทั้งในปี 2567 มีโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น เซ็นทรัล นครสวรรค์ งบลงทุน 5,800 ล้านบาท โครงการ Mixed-use ประกอบด้วย โรงแรม, คอนโดมิเนียม และ Urban Park ขนาดใหญ่ 2 ไร่ อยู่ติดกับโรงพยาบาลชั้นนำ เปิดให้บริการช่วงไตรมาส 1/2567

และเซ็นทรัล นครปฐม งบลงทุนกว่า 8,200 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ศูนย์กลางการใช้ชีวิตขนาดใหญ่ Sustainability Mixed-Use Development โรงแรม, คอนโดมิเนียม, หมู่บ้านจัดสรรและ Urban Park ขนาดใหญ่ 4 ไร่ เปิดให้บริการช่วงไตรมาส 2/2567 เพราะการเติบโตของกรุงเทพฯ ที่มีการขยายเมืองออกไปอย่างต่อเนื่อง นี่จึงกลายเป็นโอกาสทางการตลาดที่ช่วยให้เซ็นทรัลพัฒนาสามารถขยายศูนย์การค้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องไปอีกขั้น ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้จะเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ยกระดับศักยภาพของภูมิภาค เชื่อมต่อโซนภาคเหนือ และขยายสู่ภาคตะวันตกของประเทศ
การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ดร.ณัฐกิตติ์ มองว่า มีความท้าทายที่หลากหลาย มีการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุค Digital องค์กรจึงต้องยึดมั่นในความเชี่ยวชาญหรือ DNA ของเซ็นทรัลพัฒนานั่นคือการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง การ Evolve บนพื้นฐานของการสร้าง Better Future มากกว่าการจับตาหรือตอบรับเทรนด์ แต่มอบ Micro Social Context ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ด้วยแนวคิด Forward-Thinking / Stay Ahead of Trends รวมถึงต้องรักษาความเป็นผู้นำ และเป็น Trend Creator ด้วยบทบาทการเป็น Place Maker ที่เชื่อมโยง People ยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คน และ Planet ดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนอย่างรอบด้าน
จะเห็นได้ว่าจากที่กล่าวมาทั้งหมด ภายใต้บทบาท Place Maker ของเซ็นทรัลพัฒนา ได้เดินหน้าสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนภายใต้ The Ecosystem for All ส่งเสริมการใช้ชีวิตในทุกมิติ สิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนาทำได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมและธุรกิจด้วยการเป็นองค์กรแห่งการสร้างโอกาสพัฒนาคน พัฒนาเมือง พัฒนาประเทศ และยกระดับวงการอสังหาและรีเทลของไทยเทียบเท่าระดับโลก เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าร่วมกัน