จากผลการสำรวจ 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company ที่จัดโดยนิตยสาร BrandAge พบว่า บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำที่ได้มีคะแนนโดดเด่นในปัจจัย “ภาพลักษณ์” (Corporate Image) ในกลุ่มธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการบริหารจัดการและการขับเคลื่อนองค์กรให้มีภาพลักษณ์และแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และอยู่ในใจ ผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน 72 ปี
ปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่อง “ภาพลักษณ์” (Corporate Image) เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการดำเนินธุรกิจเพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนจากเสียงของผู้บริโภคที่มีต่อองค์กรและแบรนด์ เพราะองค์กรที่สามารถบริหารจัดการในเรื่องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การส่งมอบบริการ คอนเทนต์การตลาด ประสบการณ์ของลูกค้าเมื่ออยู่ในแต่ละช่องทางของบริษัทฯ การพัฒนาความรู้และทักษะบุคลากรขององค์กร รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้ดีมากเท่าใด ผู้บริโภคก็ย่อมมีภาพจำที่ดีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้นเท่านั้น
สำหรับเมืองไทยประกันชีวิต นับว่าเป็นองค์กรที่มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ เพราะได้รับการจัดอันดับความ น่าเชื่อถือ (Rating) จาก Fitch Ratings อยู่ที่ระดับ A- โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ที่ AAA (tha) โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ซึ่งถือเป็นอันดับเครดิตในระดับประเทศที่สูงที่สุด และจาก S&P Global Ratings อยู่ที่ระดับ BBB+ โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพ และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนสูงกว่า 300% ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่ 140% ซึ่งสะท้อนถึงเงินกองทุน ของบริษัทฯ ที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง
นอกจากนั้น เมืองไทยประกันชีวิตเป็นองค์กรที่โดดเด่นเรื่องการบริหารงาน การสร้างนวัตกรรม และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยมีนโยบายการขับเคลื่อนธุรกิจที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประกันสุขภาพและบริการต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ที่ผสมผสานเข้ากับกระบวนการต่างๆ ของบริษัท การพัฒนาทักษะและความรู้ของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามนโยบาย ESG ในทุกมิติ ทั้งมิติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment) มิติการจัดการด้านสังคม (Social) และมิติการจัดการด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economics)

จากที่กล่าวไปข้างต้น ส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิต ได้รับรางวัลเกียรติยศจากหลากหลายสถาบันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล อาทิ รางวัล “บริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด” (Hall of Fame)” ที่ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (ประจำปี 2563-2565) รางวัล “บริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น” ที่ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 (ประจำปี 2556-2565) และรางวัล “บริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น” ที่ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (ประจำปี 2556-2565) จากเวทีการมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2566 (Prime Minister’s Insurance Awards 2023) โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลเกียรติยศ “Most Sustainable Insurance Service Provider” จากงานมอบรางวัล The Global Economics Awards 2022 ประเทศอังกฤษ และคว้ารางวัลใหญ่ระดับสากล “Corporate Excellence Award” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2021, 2022, 2023) และรางวัล Inspirational Brand Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 (2022, 2023) จากพิธีมอบรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2023 ซึ่งเป็นผลจากการที่เมืองไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การส่งมอบบริการ และการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แท้จริง จนทำให้บริษัทฯ ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า

สอดคล้องกับแผนการดำเนินของธุรกิจของปี 2566 ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Happiness Reinvented” เพราะความสุขคือทุกอย่าง...ร่วมสร้างความสุขสไตล์คุณไปกับเมืองไทยประกันชีวิต และประกาศตั้งเป้าที่จะมุ่งเป็น “คู่คิดด้านชีวิตและสุขภาพที่ลูกค้าวางใจ (No.1 Most Trusted Life & Health Partner)” ด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกไลฟ์สไตล์ และทุกบทบาทของชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกๆ คน โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเน้นไปที่ 4 แกนหลัก ดังนี้
บุคลากร (People) เป็นการมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรในทุกมิติ เพราะเชื่อว่าบุคลากรจะเป็นหัวใจสำคัญที่จะเชื่อมต่อการส่งมอบความสุขไปยังลูกค้า ดังนั้นเมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาความรู้และเสริมทักษะรอบด้าน ทั้งสุขภาพ ความมั่งคั่ง และทักษะแห่งอนาคต ให้กับบุคลากรของเมืองไทยประกันชีวิตมีความสุขที่ยั่งยืนตลอดชีวิต ขณะเดียวกันจะมีการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมขององค์กรที่เปิดกว้างทางความคิดและความหลากหลาย พร้อมส่งเสริมให้พนักงานทุกคนเติบโต พัฒนา และมีการสร้างนวัตกรรม ผ่านพื้นที่การทำงานที่ทันสมัยและรองรับการทำงานในรูปแบบ Squad Team เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความคล่องตัวในการทำงาน
พาร์ทเนอร์ (Preferred Partner) เป็นการเสริมความแข็งแกร่งจากพาร์ทเนอร์ของเมืองไทยประกันชีวิตที่มีหลากหลายในภาคอุตสาหกรรม โดยมีการสร้างนวัตกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริการลูกค้า พัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่ล้ำสมัย รวมถึงมีระบบกระบวนการทำงานอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการของบริษัท และมีทีมสนับสนุนที่เชี่ยวชาญและมีความสามารถในด้านต่างๆ เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่จะมุ่งให้ทุกคนจะต้องสามารถเข้าถึงการประกันชีวิตของเมืองไทยประกันชีวิต
ลูกค้า (Customers) เป็นการมุ่งตอบโจทย์ความต้องการให้ได้ทุกคน ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทุกเพศทุกวัย และเฉพาะตัวมากขึ้น (Personalization) ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการประกันชีวิตและประกันสุขภาพของเมืองไทยประกันชีวิตที่เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อจะได้ส่งต่อความสุขและสุขภาพที่ดีทั้งกายใจและการเงินอย่างยั่งยืน
นอกเหนือจากลูกค้า (Beyond Our Customers) เป็นการส่งต่อความสุขสู่ทุกคนในสังคม ที่ไม่ได้หมายถึงเฉพาะลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิต แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ใช่ลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิต ด้วยการร่วมมือกับบริษัทในเครือต่างๆ ทั้งการเป็นพันธมิตรกับสตาร์ทอัพด้าน InsurTech และ HealthTech การนำเสนอและเปรียบเทียบประกันภัยออนไลน์ และการพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับการทำธุรกิจอย่างครบวงจร เพื่อร่วมกันนำเสนอทางเลือกที่เป็นมากกว่าการประกันชีวิต และสร้างความสุขอย่างยั่งยืนในทุกมิติตามนโยบาย ESG ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และเศรษฐกิจ

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวว่า การเป็น “องค์กรแห่งนวัตกรรม” เป็นอีกจุดแข็งที่ทำให้เมืองไทยประกันชีวิตมีความโดดเด่นทางด้าน “ภาพลักษณ์” (Corporate Image) โดยเริ่มจากการให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมภายในองค์กร เปิดกว้างรับไอเดียที่หลากหลายจากแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้สามารถปรับตัวเพื่อตอบรับโลกธุรกิจยุคใหม่ นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากลูกค้า เช่น ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิทเฮลท์พลัส (Elite Health Plus) ดีเฮลท์พลัส (D Health Plus) และโครงการเหมาจ่ายเอ็กซ์ตร้า เป็นต้น
“เมืองไทยประกันชีวิตมีการนำนวัตกรรมการให้บริการอย่างแอปพลิเคชัน “MTL Click” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิตสามารถเข้าถึงทุกบริการของบริษัทฯ ได้ในแอปเดียว และแอปพลิเคชันด้านสุขภาพ “MTL Fit” ที่จะช่วยให้เข้าใจสุขภาพตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่อง “ง่าย” และ “สนุก” มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสังคมแห่งการดูแลสุขภาพที่ครบวงจรให้กับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตและบุคคลทั่วไป พร้อมทั้งมี “MTL Fit Rewards” เพื่อสะสมคะแนนใช้เป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยจากการดูแลสุขภาพ (Dynamic Pricing) ให้กับลูกค้าปัจจุบันของเมืองไทยประกันชีวิต”
นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิตได้ต่อยอดการใช้งานแอปพลิเคชัน MTL Fit ให้เป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มด้านสุขภาพเพื่อสร้าง Wellness Society ให้เกิดขึ้นอย่างครบวงจร โดยมีการผนึกกำลังร่วมกับ Wellness Ecosystem Partner แบบรอบด้าน อีกทั้งยังร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เช่น การแข่งขัน “อะเมซิ่งไทยแลนด์ พัทยามาราธอน 2023 เมืองไทยไตรกีฬา 2023” เพื่อให้กลุ่มผู้รักสุขภาพได้เข้าถึงกิจกรรมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

คุณสาระ กล่าวเสริมว่า เมืองไทยประกันชีวิตยังมุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยการร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดตัว “MTL Virtual World” แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนโลกเสมือนจริงผ่านเว็บไซต์ V-AVENUE.CO ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล และช่วยให้เข้าถึงแบบประกันภัยต่างๆ ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในความตั้งใจของเมืองไทยประกันชีวิตที่พัฒนาช่องทางของบริษัทฯ ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงประกันชีวิตและประกันคุ้มครองสุขภาพได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
เพราะเป้าหมายสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติ (Sustainable Growth) ผ่านยุทธศาสตร์ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด คุณสาระ จึงย้ำอยู่เสมอว่า จุดยืนของการมุ่งที่จะเป็นผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพของเมืองไทยประกันชีวิต ไม่ใช่แค่เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรเพียงอย่างเดียว
“ดังนั้นสิ่งที่นำเสนอให้กับลูกค้าจึงไม่ใช่แค่เรื่องของประกัน การเคลม หรือการติดต่อตัวแทนประกันชีวิต แต่ยังรวมถึงการดูแลลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ที่ถูกออกแบบโดยการคิดรอบด้านให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการในทุกช่วงชีวิตได้อย่างแท้จริง” คุณสาระ กล่าว