“ธนาคารกสิกรไทย” เป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำทางด้านสถาบันการเงินที่มักมีชื่อติดอยู่ในรายงานผลวิจัย 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company ที่ล่าสุดมีความโดดเด่นด้วยปัจจัยด้าน “ความรับผิดชอบต่อสังคม” (Sustainable Development) โดยมีคะแนนสูงสุดในปัจจัยนี้ของกลุ่ม "ธนาคารพาณิชย์" ในประเทศไทย ที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ได้มีการกำหนด Corporate Purpose ในการมุ่งสู่การเป็น “ธนาคารแห่งความยั่งยืน” (Bank of Sustainability) ตอบโจทย์ความยั่งยืนในสามมิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และกลายเป็นภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งให้กับธนาคารกสิกรไทยที่ผู้บริโภคชาวไทยให้การยอมรับทั้งในแง่ขององค์กรและแบรนด์
คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสมดุลทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยวางกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เน้นการวัดผล และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของธนาคารได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำด้านมาตรฐานความยั่งยืนทั้งในประเทศและระดับสากล สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) นอกจากนี้ ธนาคารยังสนับสนุนความพยายามของประชาคมโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายความตกลงปารีส (Paris Agreement)

ธนาคารกสิกรไทยมีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อสร้างความสมดุลในทุกมิติ และสร้างการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน เกิดผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม แม้ว่าจะมีความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งการแข่งขันในหลากหลายรูปแบบ
ภายใต้หลักการของ ESG ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้ง 3 ด้าน โดยธนาคารกสิกรไทยกำหนด ESG เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยมีแผนงานและเป้าหมายในด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ในปี 2564 มีการประกาศ Net Zero Commitment ที่ตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงานของธนาคารภายในปี 2573 นำไปสู่การปรับการทำงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) ด้วยการทยอยเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานและติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ เช่น การติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ที่อาคารสำนักงานหลักของธนาคารครบทั้ง 7 แห่ง และพื้นที่สาขา 7 สาขา ตั้งเป้าจะทยอยติดตั้งโซล่าร์เซลล์ครบทุกสาขาของธนาคารกสิกรไทยรวม 278 แห่ง ภายใน 2 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ยังมีการจับมือไปรษณีย์ไทย และ HSEM นำร่องโครงการ WATT’S UP แพลตฟอร์มเช่า EV Bike เพื่อสนับสนุนการใช้รถไฟฟ้า รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอ (Scope 3) สอดคล้องตามเป้าหมายของประเทศไทย โดยจัดทำแผนกลยุทธ์การลดก๊าซเรือนกระจกรายอุตสาหกรรม (Sector Decarbonization Strategy) การพัฒนาบริการ Beyond Financial Solutions พัฒนาโครงการที่เป็นมากกว่าบริการทางการเงินเพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงไลฟ์สไตล์กรีนได้ง่ายยิ่งขึ้น
ด้านสังคม (Social) ได้นำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีประสานความร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาบริการเพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงบริการธนาคารให้แก่คนไทยในวงกว้าง ครอบคลุมลูกค้าใหม่ที่เข้าถึงทางการเงินยาก (Financial Inclusion) ควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงินและความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Financial and Cyber Literacy) การให้ความสำคัญในการดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรม รวมถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนและความแตกต่างหลากหลาย
ธนาคารกสิกรไทยยังให้ความสำคัญในการยกระดับของทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย จึงได้มีการกำหนดแนวคิดนี้ไว้ในแผนธุรกิจเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial inclusion) สำหรับลูกค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีเอกสารยืนยันรายได้ โดยธนาคารกสิกรไทยจะพิจารณาอนุมัติให้สินเชื่อจากข้อมูลอื่นๆ ประกอบแทน รวมถึงบริการสินเชื่อ K PAY LATER ที่จะช่วยให้ลูกค้าที่มีรายได้น้อยมีวงเงินสำรองในการซื้อสินค้า อุปโภคบริโภค เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน นำเงินส่วนนี้ไปต่อยอดธุรกิจหรือดำเนินชีวิตต่อได้
ในปี 2565 ธนาคารกสิกรไทยให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนไปแล้วกว่า 26,000 ล้านบาท และตั้งเป้าภายในปี 2030 จะสนับสนุนสินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนไม่ต่ำกว่า 1-2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังให้สินเชื่อแก่ลูกค้ารายเล็กไปแล้วกว่า 500,000 ราย มูลค่าสินเชื่อกว่า 23,000 ล้านบาท และภายในปี 2568 ตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกค้ารายเล็กให้ได้ 1,900,000 ราย

อีกทั้งยังมุ่งให้ความรู้ทางการเงินและความปลอดภัยทางไซเบอร์กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำแคมเปญ #ใช้สติป้องกันสตางค์ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถป้องกันตัวเองได้เบื้องต้นจากภัยไซเบอร์ที่มีความอันตรายและสร้างความเสียหายกับประชาชนคิดเป็นมูลค่ากว่า 31,000 ล้านบาท คาดว่าจะเข้าถึงลูกค้าได้กว่า 10 ล้านราย ในปี 2566
ด้านธรรมาภิบาล (Governance) ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญเรื่องเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อตามหลัก ESG เพื่อดูแลให้สินเชื่อไม่สร้างผลกระทบเชิงลบแก่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ทุกสินเชื่อโครงการและเครดิตเชิงพาณิชย์ขนาดกลางขึ้นไปต้องเข้าสู่กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG แบบ 100% โดยในปี 2565 มีมูลค่ากว่า 514,652 ล้านบาท
โดยมุมมองของธนาคารกสิกรไทยเรื่องของ ESG ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดแต่ยังยึดถือให้เป็นแนวทางปฏิบัติอย่างจริงจังและได้เริ่มต้นโดยการนำศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยี พันธมิตร และความร่วมมือกับภาคส่วนสำคัญต่างๆ ใน Ecosystem เพื่อช่วยให้ลูกค้า สังคม ประชาชน ประเทศไทยและโลกเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
จากความมุ่งมั่นดำเนินการในเรื่อง ESG มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธนาคารกสิกรไทยได้รับการยอมรับจากดัชนีด้านความยั่งยืนระดับโลก 3 แห่ง ได้แก่
สมาชิกดัชนีชี้วัดความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 2565 ทั้งในระดับโลกและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน และมีคะแนนสูงสุด 5% (Top 5%, S&P Global ESG Score 2022) ในกลุ่มธนาคาร โดยประเมินจากการจัดการที่ยั่งยืนขององค์กรทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล/เศรษฐกิจ (ESG) ซึ่งธนาคารกสิกรไทยได้รับคะแนนรวมสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มธนาคารในระดับโลก และมีคะแนนในมิติธรรมาภิบาล/เศรษฐกิจ สูงที่สุดในโลกของกลุ่มธนาคาร
สมาชิกดัชนีชี้วัดความยั่งยืน CDP ด้วยคะแนนระดับสูงสุดที่ A List (Leadership Level) ด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ประจำปี 2565 เป็นธนาคารแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนมาตรฐานการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในระดับสากล
สมาชิกดัชนีวัดความเสมอภาคทางเพศ Bloomberg Gender -Equality Index (GEI) ประจำปี 2023 เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน เป็นธนาคารแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการรายงานถึงความโปร่งใสในด้านความเสมอภาคทางเพศ
“ด้วยความมุ่งหมายของธนาคารในการเป็นผู้นำด้าน ESG ของกลุ่มธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงถือเป็นภารกิจที่ธนาคารจะเดินหน้าพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประสานศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยี พันธมิตรใน Ecosystem ส่งเสริมให้เกิดการลงมือทำจริงในทุกภาคส่วน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคม และประเทศ ให้เดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” คุณขัตติยา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกสิกรไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็น ธนาคารที่ดีที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2566 (Best Domestic Bank in Thailand) จากเวที Asiamoney Best Bank Awards 2023 ด้วยภาพลักษณ์ขององค์กรชั้นนำที่มีความแข็งแกร่งในหลากหลายมิติ อันเป็นผลจากการดำเนินธุรกิจบนหลักการ ธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความเป็นผู้นำในด้านดิจิทัล เทคโนโลยี นวัตกรรมในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ รวมทั้งการดำเนินธุรกิจที่พัฒนาและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มุ่งนำพาลูกค้า สังคม และประเทศก้าวผ่านความท้าทาย และสามารถเติบโตสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน