ด้านเทคโนโลยีการรักษาของโรงพยาบาลพระรามเก้าก็น่าสนใจเช่นกัน อย่างการดูแลสุขภาพแบบ Personalized ผ่าน 9CARE เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาที่ต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่บ้านผู้ป่วยด้วย Digital Care Plan, มอนิเตอร์ค่าสุขภาพแบบ Real Time ดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์และพยาบาลด้วย Telemedicine และนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ ประมวลผล X-ray เพื่อให้ผลการวินิจฉัยแม่นยำมากขึ้นไปอีกขั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลพระรามเก้านำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับระบบตรวจสุขภาพและรักษาแบบโรงพยาบาลบนโลกออนไลน์ (Virtual Hospital) และการรักษาการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) รวมถึงการรักษาโรคซับซ้อนและเปิดศูนย์เฉพาะทางใหม่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับการเติบโตสู่สังคมดิจิทัล เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับประสบการณ์ที่ดี และมอบความไว้วางใจให้โรงพยาบาลพระรามเก้าได้ดูแลต่อไป
เป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภคของโรงพยาบาลพระรามเก้าจะสำเร็จไม่ได้ หากไม่มีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ที่เรียกว่า CAT Culture เพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าใจ มีจุดยืนเดียวกัน ปรับแนวคิด ปรับกระบวนการทำงาน และสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เท่าทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
CAT Culture เกิดขึ้นจากการหลอมรวมระหว่าง C - Collaboration การร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของบุคลากร รวมถึงการผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อสร้างการบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ต่อมาคือ A - Agility พร้อมปรับตัว เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทั้งวิธีคิดและกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความสะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้รับบริการ และ T - Trust ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใส่ใจ ให้บริการด้วยมาตรฐานระดับโลก สู่การเป็นโรงพยาบาลที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจ


นายแพทย์เสถียร กล่าวถึงวัฒนธรรมองค์กรเพิ่มเติมว่า “โรงพยาบาลพระรามเก้าเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป ทำให้บุคลากรและผู้บริหารมีความใกล้ชิดกัน เกิดการเรียนรู้และรับฟังซึ่งกันและกัน เพื่อให้เป้าหมายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผู้บริหารมีนโยบายและให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างยิ่ง และยังสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้บุคลากรได้เรียนรู้วัฒนธรรมขององค์กร ผ่านกระบวนการทำกิจกรรมในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย นำไปสู่การเข้าใจและปฏิบัติของบุคลากรในวัฒนธรรมองค์กรที่โรงพยาบาลกำหนดไว้”
สำหรับแผนการพัฒนาองค์กรของโรงพยาบาลพระรามเก้า ยังคงเป็นการรักษาเก้าอี้การเป็น “ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคยากซับซ้อน” ให้ครอบคลุมทั้งโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทาง โดยการเปิดศูนย์การแพทย์ใหม่ๆ ให้บริการด้านโรคเฉพาะทางแบบครบวงจร ปรับพื้นที่เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้น นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาการบริการให้กระชับและรวดเร็ว เช่น โครงการ Smart Hospital ที่จะทำให้การมารับบริการที่โรงพยาบาล เป็นเรื่องง่ายและสะดวก รวมไปถึงการพัฒนาการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเพิ่มช่องทางการรับรู้ระหว่างผู้บริโภคทั้ง Online และ Offline เพื่อเพิ่มขีดการแข่งขันในตลาดที่กำลังดุเดือดและอีกหนึ่งเป้าหมาย คือมุ่งเน้นการเจาะตลาดใหม่อย่างชาวต่างชาติ อาทิ ชาวอาหรับ กลุ่มประเทศ CLMV ที่เข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ในไทยเพิ่มขึ้น ด้วยการเปิดแผนก International Center และปรับปรุงพื้นที่โรงพยาบาล เพื่อขยายการการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาจากเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ทั้งนี้ เพื่อยกระดับให้โรงพยาบาลพระรามเก้าเป็น One Stop Service ของชาวต่างชาติที่กำลังมองหาโรงพยาบาลดีๆ สักแห่ง และก้าวขึ้นเป็น Medical Hub ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคได้รับความไว้วางใจในระดับสากลต่อไป