องค์กรจะดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ต้องแสดงให้เห็นถึง Purpose Driven ที่มุ่งมั่นและมีเป้าหมายอย่างชัดเจนในด้านของผลกระทบเชิงบวก ทั้งต่อพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ตลอดจนชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งองค์กรที่ดำเนินธุรกิจให้เติบโต ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนานจนได้ชื่อว่าเป็น Green Insurer นั่นคือ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จมาจากการดำเนินธุรกิจโดยไม่ได้คาดหวังเพียงกำไรหรือการได้รับรางวัล แต่เป็นการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง จากผลการสำรวจ 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company ทำให้ปีนี้ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้คะแนนสูงสุดในปัจจัยด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (Sustainable Development) ของกลุ่มประกันชีวิต

คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและภาพลักษณ์องค์กรและการสื่อสารองค์กร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้ดำเนินแผนงานด้านความยั่งยืนมาอย่างยาวนาน เราปลูกฝังการรับผิดชอบต่อสังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงพนักงาน ผ่านนโยบายและโครงการต่างๆ มากมาย ซึ่งปรัชญาหลักของเรา คือ Give Opportunity not Charity การให้โอกาส ไม่ใช่การทำเพื่อการกุศล”
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้ดำเนินโครงการมากมาย ถ้าเจาะลึกลงไปในโครงการต่างๆ จะเห็นได้ว่าไม่ได้สนับสนุนและส่งเสริมเพียงระยะสั้น หรือแค่ทำตามกระแส แต่เป็นการสร้างและให้โอกาสในการพัฒนาและยกระดับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ให้ความสำคัญเรื่อง Climate Change & Biodiversity ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพเริ่มจากรณรงค์ให้พนักงานตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้ผ่านการเข้าอบรม E-Learning ของ AXA Climate Change Academy คุณบุปผาวดีเล่าว่า “พนักงานของแอกซ่าทั่วโลกจะต้องเรียนรู้ และบรรลุวัตถุประสงค์ด้าน Climate Change ให้ครบ 100% ภายในปี 2565 แต่ของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถเรียนรู้ครบ 100% ตั้งแต่เดือนธันวาคมของปี 2564 ที่ผ่านมา”
Go Green โครงการปลูกป่า ปลูกความดี 3 ปี 100,000 ต้น บริษัทฯ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ และโครงการปลูกป่าบูรณาการ 10,000 ต้น ร่วมมือกับสถาบันสร้างชาติ ปัจจุบันได้ปลูกป่าไปครบจำนวน 110,000 ต้น ความน่าสนใจอยู่ตรงนี้ คือต้นไม้ที่ปลูกเกิดจากการเปลี่ยนการลดใช้กระดาษในทุกส่วนของการดำเนินงานของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานลดการใช้กระดาษ 100 แผ่น เท่ากับต้นไม้ 1 ต้น ฝ่ายขายเปลี่ยนจากใบสมัครประกันแบบกระดาษเป็นใบสมัครอิเล็กทรอนิกส์ (E-application) เท่ากับต้นไม้ 1 ต้น และส่วนของลูกค้าถ้าเลือกรับ E-policy แทนกรมธรรม์กระดาษจะเท่ากับต้นไม้ 1 ต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ทดแทน

กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ไม่เพียงแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่เข้าไปช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ตามนโยบายด้าน Climate Change & Biodiversity ผ่านกิจกรรม Save Our Sea โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ผ่านกิจกรรมที่จะช่วยดูแลรักษาทะเลกับ 4 กิจกรรมตลอดทั้งปี 2566 ไม่ว่าจะเป็น Save For Life คืนชีวิตให้ทะเล กิจกรรมปล่อยเต่าทะเลออนไลน์ มียอดเข้าถึงกิจกรรมทางออนไลน์ หรือ Reach สูงกว่า 600,000 Reach โดยผู้โชคดี 1 ท่าน ได้ไปร่วมปล่อยเต่ากับคุณเต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ CR Influencer ที่จังหวัดภูเก็ต Save Me, Free Waste เปลี่ยนขยะเป็นของรางวัล ผู้เข้าร่วมเก็บขยะตามชายหาด แม่น้ำลำคลอง ถ่ายภาพโพสต์กิจกรรม โดยทุก 1 ไลค์ 1 แชร์ จะถูกแปลงเป็นเงิน 5 บาท เพื่อนําเงินที่ได้ไปจัดซื้อถังขยะแบบคัดแยกขนาดใหญ่ พร้อมมอบให้กับสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา Save and Grow ร่วมทำ Quiz สนุกค้นหาตัวตนผ่านการเรียนรู้เรื่องปะการัง พร้อมลุ้นรับรางวัล Magnet ชุดท้องทะเลที่ทำมาจากขยะทะเล Save Our Future ร่วมทายเกมภาพปริศนาและเรียนรู้เรื่อง Climate Change & Biodiversity พร้อมลุ้นรับที่พักฟรี
Step Life จัดต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์ให้พนักงานหันมาใช้การเดินแทนการใช้รถยนต์ หรือการใช้ลิฟต์ ซึ่งจำนวนก้าวจะนำไปแปลงเป็นเงินเพื่อนำไปใช้สร้างสิ่งดีๆ คืนให้แก่สังคม โดยทุก 10,000 ก้าว จะเปลี่ยนเป็นเงินจำนวน 10 บาท โดยตั้งเป้าหมายที่ 100 ล้านก้าวในปีนี้

ด้านสังคม คุณบุปผาวดี เล่าว่า ในฐานะบริษัทประกันชีวิต เราเล็งเห็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และเข้าไปมีส่วนร่วมอยู่เคียงข้างคนไทย เพื่อผลักดันให้สังคมไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน มีโครงการมากมายไม่ว่าจะเป็น โครงการคาราวานตรวจสุขภาพฟรีทั่วไทย จัดขึ้นในทุกสัปดาห์ ทุกภาคทั่วไทย โดยมีลูกค้าและคนไทยได้รับการตรวจสุขภาพจากโครงการกว่า 500,000 คน ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา โครงการแผ่นดินทองเพื่อน้องๆ บ้านนานา ปีที่ 16 กิจกรรมที่ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มุ่งหวังให้ทุกคนในชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมีความสุข และสามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนจากการขายข้าว ด้วยการสนับสนุนด้านอุปกรณ์และพนักงานจากบริษัทฯ ที่ร่วมปลูกข้าวกับชุมชนในทุกๆ ปี จากเดิมสามารถผลิตข้าวได้ 2,000 กิโลกรัมต่อปี เพิ่มจำนวนเป็น 7,000 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งสามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืน และเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการนำมาพัฒนามูลนิธิฯ จนสามารถสร้างเป็นศูนย์การเรียนรู้ได้ในปัจจุบัน
รวมถึงโครงการ KTAXA KYC Football Youth (U-15) Academy ปีที่ 3 ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 13-15 ปี ทั้งชายและหญิงจากทั่วประเทศเข้าฝึกอบรมทักษะฟุตบอลจากโค้ชระดับสากล มีเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2563 แล้วกว่า 6,000 คน เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับทักษะนักฟุตบอลเยาวชนของไทยสู่มาตรฐานระดับโลก สอดคล้องกับการเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และเพื่อสนับสนุนความเชื่อมั่น Know You Can ทุกคนทำได้แก่เยาวชนไทย
อีกหนึ่งโครงการสำคัญ Slim G การปรับรูปแบบสำนักงานใหม่ของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ที่เปิดตัวในปี 2564 ภายใต้แนวคิด Work Smart Live Smart สอดคล้องกับนโยบาย Smart Working การทำงานแบบไฮบริด (ทำงานที่สำนักงาน 60% และทำงานที่บ้าน 40%) ส่งเสริมการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการเดินทางที่น้อยลง ลดการใช้พลังงานและมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่ง Slim G มีการปรับพื้นที่ภายในสำนักงาน เน้นให้มีพื้นที่ส่วนกลางเพิ่มมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำให้อาคารแห่งนี้ได้รับรางวัล LEED Gold Certificate อีกด้วย
จากโครงการต่างๆ ของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ที่ดำเนินธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม และใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ได้รับรางวัลการันตีด้วยคะแนน AXA Sustainability Index เป็นอันดับ 1 ในเอเชียมา 7 ปีซ้อน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Down Jones Sustainability Index
“ความสำเร็จของแต่ละโครงการสะท้อนกลับมาที่หัวใจสำคัญของคำว่าความยั่งยืนที่จะต้องมีความต่อเนื่องและยาวนาน แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นคือผู้นำขององค์กรได้เป็นแกนหลักในการลงมือทำจริง ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทั้งพนักงาน ตัวแทน และลูกค้า ที่กลุ่มแอกซ่าจึงใช้คำว่า Hearts in Action ใช้หัวใจทำงาน” คุณบุปผาวดี กล่าวทิ้งท้าย