ขายตรงเป็นธุรกิจที่มีผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ส่วนมากมาแล้วก็จากไป แต่ “กิฟฟารีน” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจขายตรงเบอร์ต้นๆ ที่อยู่คู่ตลาดไทยมานาน กระทั่งปัจจุบันเป็น MLM สัญชาติไทยอันดับ 1 สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือจนสามารถสร้างการยอมรับจากผู้บริโภคและตลาด การันตีด้วยตำแหน่งองค์กรอันดับ 1 ในกลุ่มขายตรง จาก 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company ซึ่งกิฟฟารีนสามารถรักษาตำแหน่งนี้ไว้ได้หลายปีติดต่อกัน
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด และบริษัทในเครือ กล่าวถึงความแข็งแกร่งขององค์กรตลอด 27 ที่ผ่านมาว่า มาจาก “ความโดดเด่นในคุณภาพของสินค้าและบริการที่ทัชใจ ทันยุคทันสมัย” โดยในเรื่องของผลิตภัณฑ์ของ กิฟฟารีนนั้นมีหลากหลาย Category ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามกว่า 2,000 รายการ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกกลุ่มอายุทุกความต้องการ
กิฟฟารีนไม่ได้โฟกัสแค่จำนวนผลิตภัณฑ์เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มทุกความต้องการเท่านั้น แต่กระบวนการผลิตเพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพเป็นสิ่งที่กิฟฟารีนให้ความสำคัญเช่นกัน โดยเป็นบริษัทขายตรงที่มีโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตัวเองถึง 3 แห่งจึงสามารถควบคุมการผลิตได้ทุกขั้นตอน รวมถึงมีฝ่ายวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง และมีนวัตกรรมในการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานในระดับสากล บริหารและดำเนินการโดยทีมแพทย์และเภสัชกร มีนักวิทยาศาสตร์ที่มีความชำนาญในการคิดค้นสูตรเครื่องสำอาง สกินแคร์ อาหาร ยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทุกผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี ได้มาตรฐาน ปลอดภัยและผลิตภายใต้งานวิจัยทางการแพทย์รับรอง การันตีจากรางวัลมากมายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพการผลิตหลักๆ ในทุกภาคส่วน
“กิฟฟารีนให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการผลิตสินค้ามาเป็นอันดับ 1 เรามีทีม R&D ที่แข็งแกร่ง ที่สร้างนวัตกรรมการผลิตสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี บนหลักการของงานวิจัยทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรอง สิ่งเหล่านี้มาจากการทำธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นด้วยแนวคิด “การดูแลลูกค้าทุกคนเหมือนคนในครอบครัว” เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการดูแลนักธุรกิจและผู้บริโภคให้เหมือนดูแลคนในครอบครัว ส่งต่อ Service Mind ในการให้บริการแนะนำผลิตภัณฑ์ ติดตามความพึงพอในการใช้สินค้า การซื้อซ้ำ และส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม สุขภาพที่ดี และความเป็นอยู่ที่ดีให้กับลูกค้า รวมถึงการขยายเครือข่ายส่งมอบอาชีพและรายได้ที่มั่นคงยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่นให้กับคนในครอบครัวกิฟฟารีน สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจกิฟฟารีนในระยะแรกๆ จนถึงปัจจุบันนี้กิฟฟารีนยังคงมุ่งหน้าในการสร้างนวัตกรรมการบริการ และวัฒนธรรมองค์กรที่ “จริงใจ เป็นมิตร และประทับใจ” เป็นเหมือน DNA ของแบรนด์ ส่งต่อวัฒนธรรมนี้ให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมในธุรกิจกิฟฟารีน ทั้งนักธุรกิจกิฟฟารีน ลูกค้า ผู้บริโภค ตลอดจนคู่ค้าและพันธมิตรของกิฟฟารีนทั้งภาครัฐและเอกชน”

การคิดค้นนวัตกรรมยังถูกขยายขอบเขตไปถึงการบริการที่ตอบโจทย์ และเข้าถึงผู้บริโภคในทุกกลุ่มเป้าหมาย กิฟฟารีนให้บริการทุกช่องทางการสั่งซื้อให้เข้าถึงง่าย สะดวกสบาย และครอบคลุมทุกช่องทาง โดยมีสำนักงานธุรกิจทั่วประเทศ 105 สาขา และนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 850,000 รหัส ที่พร้อมจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าและมอบผลิตภัณฑ์ถึงมือผู้บริโภค มีช่องทางการซื้อสินค้าผ่านออฟไลน์ ออนไลน์ และดิลิเวอรี่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจำหน่ายใน Social Media และแพลตฟอร์ม E-Marketplace อาทิ Shopee, Lazada ที่มีร้านค้า Official Dealer กว่า 1,000 ร้านค้า ซึ่งได้รับอนุญาตให้เปิดร้านในรูปแบบ E-Business Member ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้ากิฟฟารีนได้อย่างสะดวก ครอบคลุม และไว้วางใจได้ในการได้รับสินค้า Original ที่มีคุณภาพของกิฟฟารีน
“ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค แต่การยึดหลักการทำธุรกิจที่ทัชใจ ทันยุคทันสมัยของเราจึงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง อย่างด้านการสื่อสารเราทำครอบคลุมทุกจุด Touchpoint ในใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลยุทธ์ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เจาะทั้งลูกค้าออนไลน์และออฟไลน์ และช่องทางการจำหน่ายที่สวมวิญญาณค้าปลีก มองเรื่องความต้องการของลูกค้าเป็นที่หนึ่ง มีสำนักงานสาขาขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งในการกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคในพื้นที่ทั่วประเทศได้อย่างไม่สะดุด รวมถึงแผนการตลาดและระบบสนับสนุนทางการตลาดที่ทันสมัย ตอบโจทย์ และช่วยให้นักธุรกิจกิฟฟารีนประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น มีแผนการตลาดที่อำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจกิฟฟารีนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

พญ.นลินี กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนองค์กรได้อย่างรวดเร็วถือเป็นจุดแข็งของกิฟฟารีน ในฐานะองค์กรที่มีความคล่องตัวสูงในการบริหารงานทั้งในด้านการผลิตสินค้า การจัดสรรวัตถุดิบ การกระจายสินค้า และนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ประกอบกับนโยบายการบริหารที่สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีแผนการตลาดทั้งระยะสั้นระยะยาวที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองสถานการณ์อย่างทันท่วงที จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกขณะ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโกลบอลที่มีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจในระดับมหภาค ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับกิฟฟารีนในการบริหารงานในโลกยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันนวัตกรรมทางการตลาดของกิฟฟารีน มุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีมาต่อยอดทางการตลาด การติดอาวุธให้นักธุรกิจออนไลน์ สร้างนวัตกรรมในการทำธุรกิจกิฟฟารีนบนโลกออนไลน์ สร้างนวัตกรรมการสื่อสารและแพลตฟอร์มต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การทำงานของนักธุรกิจอย่างแท้จริง ตลอดจนการสร้าง Mindset ใหม่ๆ ให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน
นอกจากนี้ กิฟฟารีนยังมีแผนการตลาดในระยะยาวในการสร้างกองทัพนักธุรกิจที่ผสมผสานศักยภาพการขยายงานทั้งในตลาดออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไปแบบ Hybrid Business Member หรือการทำธุรกิจแบบ O2O (Online to Offline) ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเราได้ง่ายขึ้น เพื่อการเติบโตของนักธุรกิจเครือข่ายทุกคนในอนาคต และสร้างการรับรู้บนโลกใบใหม่ของธุรกิจ MLM ให้เป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และความมั่นคงได้อย่างยั่งยืน และสามารถสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคในการเข้าถึงสินค้าของกิฟฟารีนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว คุ้มค่า ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ และมีการคืนกลับสู่สังคมในทุกมิติ
“กิฟฟารีนมี CSR เป็นเรือธงในการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เป็นเป้าหมายหลักในการสร้างกำไรเพื่อคืนกลับและดูแลสังคมในหลากหลายด้าน ด้วยแนวคิดในการคืนกลับสู่สังคมตั้งแต่ปีแรกของการได้กำไรจากการดำเนินธุรกิจ เพราะตระหนักในเรื่องของ “การให้นั้นยิ่งใหญ่เสมอ” เพื่อสร้าง Mindset ของการเสียสละและเป็นผู้รู้จักให้ให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน และเป็นวัฒนธรรมองค์กรหลักที่สำคัญ”
ทั้งนี้ กิฟฟารีนมีกองทุนเพื่อการศึกษาภายใต้ชื่อ “กองทุนมงคลปิยะสุพรรณกัลยา” ดูแลด้านการศึกษาส่งน้องๆ เด็กกำพร้าที่ขาดผู้อุปถัมภ์ให้ได้เรียนสูงสุดตามความสามารถ ซึ่งปัจจุบันมีน้องๆ ที่เรียนจบและสามารถช่วยเหลือตัวเอง ครอบครัว และช่วยเหลือสังคมกว่า 400 คน รวมถึงการบริจาคดูแลกองทุนอาหารช้างให้กับสถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง มาตลอด 27 ปีของการดำเนินธุรกิจ และยังบริจาคทุนให้กับองค์กรสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี อาทิ มูลนิธิขาเทียมฯ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ มูลนิธิบ้านบางแค มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น และมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ โดยในแต่ละปีจะร่วมบริจาคดูแลสังคมให้กับโรงพยาบาลรัฐหลักๆ ที่ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมากอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลรามาธิบดี และได้ร่วมบริจาคช่วยเหลือสาธารณภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกๆ สถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่จำกัด ตลอดจนสถานการณ์ความมั่นคงต่างๆ ในระดับโลกที่กำลังเป็นประเด็น ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายในการรักษาอันดับ 1 ซึ่งพญ.นลินี ยอมรับในเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ได้ในฐานะ MLM สัญชาติไทยอันดับ 1
“เราเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เดียวที่ควบคุมด้านการผลิตได้เกือบ 100% เพราะมีโรงงานผลิตสินค้าถึง 3 แห่ง เป็นจุดแข็งที่ทำให้เราสามารถควบคุมดูแลคุณภาพของสินค้าและนวัตกรรมการผลิตสินค้า ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เป็นสิ่งท้าทายที่เราต้องทำให้แบรนด์สินค้าของกิฟฟารีนได้รับความไว้วางใจ และครองใจผู้บริโภคได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงการสร้างชื่อเสียงและยอดขายให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่ต้องการ มีการซื้อซ้ำต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการที่สามารถเอาชนะวิกฤตหรืออุปสรรคต่างๆ ให้สามารถนำมาซึ่งยอดขายและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับองค์กรและนักธุรกิจกิฟฟารีน”
เพื่อให้คนไทยหลายแสนครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีกำลังใจที่จะเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ