“ไอคอนสยาม” หนึ่งในโครงการซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มุ่งสร้างแม่เหล็กดึงดูดให้ประเทศไทยกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ครองความเป็นหนึ่งในใจผู้คนทั่วโลก จนได้รับการยกย่องทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและ นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้เป็น Global Destination แห่งใหม่ สัญลักษณ์ประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา การันตีด้วย 25 รางวัลจากองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติ รวมถึงล่าสุดจากผลวิจัย 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company “ไอคอนสยาม” ได้รับคะแนสูงสุดในปัจจัยในด้านภาพลักษณ์ หรือ Corporate Image ในกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นศูนย์การค้าที่มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือสูงสุด
หากย้อนกลับไปดูเส้นทางสู่การเป็น Global Destination ของไอคอนสยามจะเห็นว่า “ไอคอนสยาม” วางเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการนำพาชื่อเสียงของประเทศไทยไปสู่เวทีโลกและครองความเป็นหนึ่งในใจของผู้คนที่มาเยือน โดยเป็นส่วนหนึ่งในการเชิดชูแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายประวัติศาสตร์ของไทยให้ออกไปสู่สายตาชาวต่างชาติ เพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา “ไอคอนสยาม” จึงร่วมมือจากพันธมิตรและ Global Partners จัด 3,500 อีเวนท์ระดับโลก โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยี่ยมไอคอนสยามกว่า 35 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมาไอคอนสยามได้รับการแนะนำจาก CNN Website (2022) ให้เป็น 1 ใน 10 สถานที่เคาท์ดาวน์ของโลก ตอกย้ำการเป็น Global Destination อันดับ 1 ในใจของนักท่องเที่ยวไทยและ ทั่วโลกโดยเฉพาะการจัดงาน Amazing Thailand Countdown ของทุกปี ซึ่งถูกถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลกผ่านโซเชียลมีเดียและสำนักข่าวระดับโลก อาทิ CNN, BBC, AP, Reuter, ABC ฯลฯ ทำให้ทั่วโลกต่างชื่นชมความงดงามของค่ำคืนแห่งการก้าวสู่ปีใหม่บนโค้งน้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งหัวใจของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คระดับประเทศที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกให้กับประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ
การจับมือกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พันธมิตรคู่ค้า และภาคประชาสังคม เพื่อสร้าง Collaborate to Win ด้วยความจริงจังอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอ World Class Events อย่างสม่ำเสมอร่วมกับพันธมิตรระดับโลก สร้างแม่เหล็กดึงดูด นักช้อปและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกด้วยการจับมือกับพันธมิตรร้านค้าแบรนด์ดัง เพื่อเปิด Pop-Store รวมถึงยังได้รับเกียรติจาก Luxury แบรนด์ดังนำงานระดับโลกมาจัดแสดง อีกทั้งยังเปิดพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์รวมงานแสดงศิลปะทั้งของไทยและต่างประเทศสร้างการรับรู้ให้ไอคอนสยามเป็น Global Art & Culture นำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการจัดงานศิลปวัฒนธรรมไทยสะท้อนเอกลักษณ์วิถีไทยยกระดับให้เทศกาลแบบไทยๆ กลายเป็น Iconic Event ระดับโลก เช่น เทศกาลสงกรานต์ ลอยกระทง รวมถึงนำเสนองานที่เป็น Global Signature ซึ่งส่งเสริมให้การท่องเที่ยวของไทยได้รับการจับตามองจากต่างประเทศ เช่น Amazing Thailand Countdown ซึ่งปีนี้จะจัดเป็นปีที่ 6
ทำให้ “ไอคอนสยาม” ได้รับการยอมรับว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ในฐานะเป็นแม่เหล็กของการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ทรงพลังเป็น Global Destination ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและจากทั่วประเทศไทยให้เดินทางมาเยี่ยมชม ส่งผลให้ไอคอนสยามกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่พลาดไม่ได้ของนักท่องเที่ยว
“พันธกิจอันยิ่งใหญ่ตลอดระยะเวลา 5 ปี ไอคอนสยามได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้พลิกเกมครั้งยิ่งใหญ่และเป็นภาคส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้แข็งแกร่งขึ้นหลังวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา สร้างศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งธนบุรี ทำให้ความเจริญรุ่งเรืองกระจายผลประโยชน์ในวงกว้างไปได้มาก โดยในปีหน้า 2567 ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อให้เกิดประโยชน์นานาประการแก่ชุมชนที่รายล้อมและบรรดาธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดอีกด้วย” คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

นับจากจุดเริ่มต้นของโครงการที่ใช้เงินลงทุนกว่า 55,000 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ใช้เงินลงทุนสูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บนที่ดิน 55 ไร่ บนถนนเจริญนคร ความตั้งใจของ “ไอคอนสยาม” คือการสร้างให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของโลก (Global Destination) ที่ทุกคนต้องมาเยี่ยมเยือนสักครั้งในชีวิต ที่สำคัญ “ไอคอนสยาม” ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ ที่กลายเป็นปรากฏการณ์โดยประสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่ายตามแนวคิด Co Creation & Creating Shared Value โดยมุ่งสร้างการเติบโตให้ธุรกิจไปพร้อมกับชุมชน สังคมและประเทศอย่างยั่งยืน โดยผลแห่งการดำเนินงานตามที่กล่าวมาส่งผลให้ผลประกอบการของ “ไอคอนสยาม” เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ 6 เดือนแรกของปี 2566 นี้ บริษัทมีรายได้เติบโตขึ้น 25% จากปี 2565 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ “ไอคอนสยาม” ยังถือเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการเมืองอย่างยั่งยืน โดยการจับมือพันธมิตรทุกภาคส่วน ผลักดันฝั่งธนบุรีเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้สำเร็จ สนับสนุนธุรกิจ SMEs ให้เติบโตเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในเมืองสุขสยามและไอคอนคราฟต์มากกว่า 12,700 ครัวเรือน อีกทั้งเมืองสุขสยามยังสร้างชื่อเสียงเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกรวมถึงแบรนด์ไทยอีก 840 ราย บนพื้นที่ “ไอคอนคราฟต์” ชั้น 4-5 สามารถนำเสนอผลงานของช่างฝีมือไทย เพื่ออวดสายตานักเดินทางจากทั่วโลกเช่นกัน
ปัจจัยเหล่านี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้รับผลบวกในทุกมิติ ทั้งด้านของเรือโดยสาร เรือท่องเที่ยว โรงแรม คอนโดมิเนียม และในเรื่องของการทำกิจกรรมที่ริมแม่น้ำมากมาย ช่วยเพิ่มตัวเลขการเติบโตในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาเติบโตขึ้นมากกว่า 20% ทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม โครงการมิกซ์ยูส แหล่งท่องเที่ยวธุรกิจเรือ และร้านอาหาร เป็นต้น โดยเฉพาะอัตราการเข้าพักโรงแรมระดับ 5 ดาวในพื้นที่เติบโตขึ้นถึง 85-90% ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานมากกว่า 300,000 อัตรา เพิ่มมูลค่าของที่ดินบริเวณถนนเจริญนครและใกล้เคียงกับไอคอนสยาม ขยับราคาสูงขึ้นกว่า 4 เท่า (มูลค่าที่ดินถนนเจริญนครจากปี 2019 ตารางวาละ 150,000 บาท สูงขึ้น 640,000 บาท ในปี 2023) ส่งผลให้มูลค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 217% ธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาเติบโตขึ้นกว่า 20% มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดใหม่มากกว่า 50% และเรายังจับมือกับ 13 ชุมชนโดยรอบ ส่งเสริมศักยภาพร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต 2,300 ครัวเรือน
“ไอคอนสยามถือเป็นหนึ่งในโครงการสุดยอดไอคอนิคนำสิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก “The Best of Thailand Meets The Best of The World” เป็นการนำเสนอคุณงามความดีในทุกมิติของความเป็นไทย พร้อมความยิ่งใหญ่ของสิ่งมหัศจรรย์จากทุกมุมโลก รวมกันให้ปรากฏเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเรา เป็นต้นแบบการพัฒนาโครงการเมืองด้วยแนวคิดความยั่งยืน เติบโตและทำธุรกิจภายใต้กลยุทธ์การร่วมกันรังสรรค์ หรือ Co-Creation และการสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย หรือ Creating Shared Value ทำให้เราเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนกับทุกภาคส่วน เกิดผลตอบรับเชิงบวกสู่สังคมชุมชน สิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนสำคัญที่นำไอคอนสยามก้าวสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีโลกได้สำเร็จ”
สำหรับบทบาทของผู้นำความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างปรากฏการณ์ของ “ไอคอนสยาม” ในอนาคต ยังคงมุ่งสนับสนุนและส่งเสริมนโยบายภาครัฐในการผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อต่อยอดความเป็น Global Destination ชู Soft Power ของไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับสู่เวทีโลกไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น ดีไซเนอร์ และอื่นๆ ในทุกมิติ
โดยมีแผนจับมือกับ 5 พันธมิตร 5 ประเทศ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ World Collaboration งานฉลองความสำเร็จ ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะมาเยี่ยมเยือนในช่วงเดือนตุลาคม 2566 - กุมภาพันธ์ 2567 ด้วยกิจกรรมการตลาดอัดแน่นตลอด 5 เดือนเต็ม ตัวอย่างเช่น "Celebrate Like Never Before" - Invitation to World of Frozen ไอคอนสยาม ร่วมกับฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท เปิดตัว Olaf หรือโอลาฟตัวละครจากแอนิเมชั่นชื่อดัง Frozen JUXTAPOSED 2023 Hong Kong Fashion in Bangkok ครั้งแรกกับปรากฏการณ์ Immersive Show โดยการนําผลงานออกแบบแฟชั่นของฮ่องกงออกสู่ต่างประเทศ การจัดแสดงนี้เป็นส่วนหนึ่งของไฮไลท์การเปิดงานฮ่องกงวีค 2023 งาน Bangkok Illumination 2023 เทศกาลประดับไฟตกแต่งอิลลูมิเนชั่นประจำปีที่งดงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา The ICONIC Treasure “บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น” บริษัทในกลุ่ม ART TANK GROUP โดย คุณเสริมคุณ คุณาวงศ์ และคุณเหมือนฝัน สิริกรณ์ คุณาวงศ์ จัดงาน “The ICONIC Treasure” งานประมูลครั้งพิเศษในโอกาสครบรอบ 5 ปี ICONSIAM The Chao Praya River of Prosperity ไอคอนสยาม สืบสานประเพณีลอยกระทง ดำรงรักษ์เจ้าพระยา งามตระการตาอย่างยั่งยืน ตอกย้ำนโยบายร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม และชมนิทรรศการจัดแสดงกระทงนานาชาติจากสถานทูต 15 ประเทศ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมมหัศจรรย์วิถีไทยมากมายจากเมืองสุขสยาม Amazing Thailand Countdown 2024 ที่สุดของมหาปรากฏการณ์งานเคาท์ดาวน์ระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา “Amazing Thailand Countdown 2024” ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ICONSIAM Eternal Prosperity Chinese New Year 2024 ไอคอนสยามร่วมเบิกฟ้าสู่ศักราชใหม่พร้อมสืบสานประเพณีสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม “ไอคอนสยาม” ยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนผ่านทุกกระบวนการและในทุกธุรกิจที่ดำเนินการเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในทุกภาคส่วน ทั้งกับผู้คน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ สร้างนิยามและบุกเบิกธุรกิจใหม่ทั้งในรูปแบบสินค้าบริการ และแพลตฟอร์มส่งเสริมให้เกิดโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับคนรุ่นหลังต่อไปในอนาคต