“สยามพารากอน” เป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญระดับโลก ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้โครงการสำคัญๆ ในประเทศต่างๆ และเป็นที่หนึ่งในใจคนไทยและคนทั่วโลกมาโดยตลอด ที่นี่ยังเป็น showcase ที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี ดึงดูดให้ในแต่ละวันมีผู้คนมาเยือนจำนวน 120,000-150,000 คน หรือกว่า 50 ล้านคนต่อปี
แน่นอนว่า การมาเยือนของผู้คนจำนวนมากดังกล่าวคงไม่ได้มาจากทำเลที่อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว แต่สยามพารากอนตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์ความเป็นที่สุดให้สมกับที่เป็น World-class Global Destination โดยพัฒนา รูปแบบการช้อปปิ้งระดับโลกอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่มาที่ทำให้สยามพารากอนเป็นศูนย์การค้าที่มี “ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation)” เป็นอันดับหนึ่ง จากผลสำรวจ 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company

คุณธณพร ตันติยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า สยามพารากอนให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ลูกค้า จึงนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมาใช้ในการ curate สินค้าและบริการ เพื่อนำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้า
สยามพารากอนไม่ได้ทำงานโดยลำพัง แต่ร่วมกับร้านค้าผู้เช่า และพันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา อาทิ สถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ เทคโนโลยี รวมทั้งผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการ Luxury brand ทั่วโลก มาร่วมกันรังสรรค์ (Co-create) พื้นที่ที่ไม่ใช่เป็นแค่ศูนย์การค้า หรือสถานที่ขายสินค้า แต่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่หลากหลายของผู้คนในทุกเจนเนอเรชั่น
“จากการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำให้เราเข้าใจลูกค้าที่มาจับจ่ายในศูนย์การค้าของเรา วันนี้ สยามพารากอนสามารถสร้างสรรค์พัฒนาและออกแบบพื้นที่ เพื่อสร้างความแปลกใหม่และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือน”

ล่าสุด ได้ผนึกกำลัง SCBX และพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล การลงทุน และโซเชียลมีเดีย เปิดโซน SCBX NEXT TECH เทคคอมมูนิตี้เพื่อการเรียนรู้แห่งโลกอนาคต บนพื้นที่กว่า 4,000 ตร.ม. ชั้น 4 สยามพารากอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง milestone สำคัญในการทรานสฟอร์มสยามพารากอน ให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติภายใต้คอนเซ็ปต์ The World of Tomorrow รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโลกปัจจุบัน โดยส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่แห่งการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่โลกอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากเยาวชน นิสิต นักศึกษาแล้ว ยังเปิดโอกาสให้กับผู้สนใจโลกดิจิทัลทุกเจนเนอเรชั่น ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ถือเป็นการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ช่วยเพิ่มศักยภาพและความสามารถของคนไทยให้พัฒนาตนเองและสังคมสู่ความยั่งยืน และผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมดิจิทัลของภูมิภาค
นอกจากนี้ สยามพารากอนยังอยู่ระหว่างการรีโนเวทให้เป็นแพลตฟอร์มต้นแบบใหม่ของโลก (Global Prototype) ที่จะยกระดับชีวิตของผู้คน ด้วยการเชื่อมต่อประสบการณ์จากศูนย์การค้าที่เป็น Physical World สู่โลกดิจิทัล (Digital World) ผ่าน OneSiam SuperApp และโลกเสมือนจริง (Metaverse) แบบไร้รอยต่อ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือน ได้รับประสบการณ์ระดับโลกที่เหนือความคาดหมายในทุกมิติอย่างสมบูรณ์แบบ
“Innovation ของสยามพารากอน คือการใช้เครื่องมือที่ทำให้เราเข้าใจลูกค้า เข้าใจเทรนด์โลกได้ก่อนใคร หลักการทำงานของเราคือ ต้อง break the boundary คิดนอกกรอบ ทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้ลูกค้าของเรา สร้างการเปลี่ยนแปลงและมีประโยชน์กับผู้คน”
การ Renovate สยามพารากอนครั้งนี้ได้เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ในช่วงที่ผ่านมา สยามพารากอนเปิดพื้นที่ Wall of Wonders หรือกำแพงในรูปแบบ Interactive ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดโอกาสให้ทั้ง นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาเยือนสยามพารากอนได้มาร่วมแชร์ความสุข ความทรงจำ และบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจ ความคิดเห็นและเสนอไอเดียใหม่ๆ เพื่อได้รับฟังข้อมูลเชิงลึกและความต้องการของกลุ่มลูกค้า การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้จะสร้างปรากฏการณ์แรก เพื่อให้ลูกค้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

สำหรับแนวทางการต่อยอดให้องค์กรคิดค้น Innovation ต่อไปในอนาคต สยามพารากอนมีแผนต่อยอดความสำเร็จในการพัฒนา Iconic Store ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย โดยมี 5 องค์ประกอบ ดังนี้
- การสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตสุดล้ำ พัฒนาด้วยคอนเซปต์ Co-creation และ Collaborate to win ร่วมมือกับพันธมิตรทุกอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ นำเสนอสิ่งที่โดดเด่นล้ำยุคที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการค้าปลีกของโลก
- การเปิดประตูสู่โลกใหม่ที่โลกดิจิทัลบรรจบกับโลกจริง สยามพารากอนจะเป็น Co-Creative แพลตฟอร์มต้นแบบใหม่ครั้งแรกของโลก ในการผสานเชื่อมโยงโลกศูนย์การค้าที่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างที่จับต้องได้ เข้ากับจินตนาการของโลกดิจิทัล และโลกเสมือนจริงได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อนำเสนอรูปแบบการชีวิตในโลกอนาคตแบบเหนือความคาดหมายและมอบประสบการณ์ทางกายภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแม็กเนตสำคัญที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมเยือน
- การสร้างมิติใหม่แห่งความเป็น Luxury ในทุกมิติของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งในด้านแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ การรับประทานอาหาร การเดินทางท่องเที่ยว เทคโนโลยี การเงิน และประสบการณ์เฉพาะตัว
- การสร้างสรรค์ประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างโมเดลต้นแบบตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ด้วยการออกแบบพื้นที่ขนาดใหญ่ที่จะผสานเอาศิลปะ เทคโนโลยี และธรรมชาติเข้ามาอยู่ในโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทาง จัดระบบการใช้พลังงานด้วยนวัตกรรมต้นแบบรองรับการใช้ชีวิตสู่ความยั่งยืน สามารถใช้เวลาอยู่ในสยามพารากอนได้เสมือนเป็นบ้านหลังที่สองท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และการควบคุมอุณหภูมิและอากาศที่มีสุขอนามัย รวมทั้งระบบการบริหารก๊าซเรือนกระจกที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
- การสร้างคอมมูนิตี้ที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Global Citizens นำเสนอประสบการณ์เหนือความคาดหมายทั้งในศูนย์การค้าและในโลกดิจิทัล จะเพิ่มศักยภาพให้สยามพารากอนขยายฐานลูกค้าสู่ Global Citizen ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเป็นการเติบโตด้วยความมั่นคงอย่างยั่งยืน
สุดท้ายนี้ คุณธณพร ย้ำว่า การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งจะทำให้สยามพารากอนเป็นศูนย์การค้าแห่งเดียวในไทยที่รวบรวมความเพลิดเพลินของการใช้ชีวิตในแบบ Luxury lifestyle และความบันเทิงที่สมบูรณ์ที่สุด รองรับผู้มาเยือนหลายล้านคนต่อปี และยังคงติดอันดับเป็นสถานที่ที่มีคนถ่ายภาพมากที่สุดในโลกอยู่เสมอในฐานะศูนย์การค้าระดับเอลิสต์สุดประทับใจสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ