BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,887
VIEWS

Slow Fashion เมื่อโลกสนับสนุนการรักษ์โลก

ม.ค. 10, 2567 BrandAge Team
เชื่อไหมว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกปล่อยมลพิษ 8-10% เป็นตัวเลขที่มากกว่าฝั่งการบินและการขนส่งรวมกันเสียด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันทางสหประชาชาติหรือ UN ได้ออกมาคาดการณ์ถึงยอดขายเสื้อผ้าว่าอาจเพิ่มขึ้นถึง 65% ภายในปี 2030
 
โดยมีข้อมูลบ่งชี้ว่า 80 ล้านล้าน คือปริมาณการผลิตเสื้อผ้าทั่วโลกต่อปี ขณะที่จำนวนประชากรโลกในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านคน นั่นเท่ากับภายใน 1 ปีจะสามารถมีเสื้อใหม่ใส่ 10,000 ตัว หรือใน 1 วันจะมีเสื้อใหม่ราว 28 ตัว แน่นอนว่าเราไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าในปริมาณขนาดนั้น ฉะนั้นจะมีเสื้อผ้าค้างในระบบปริมาณมหาศาลซึ่งอาจกลายเป็นขยะต่อในอนาคต และจากข้อมูลคาดการณ์เพิ่มเติมว่า ในแต่ละปีมีเสื้อผ้ากว่า 2 ล้านตัน หรือคิดเป็นปริมาณเกือบ 7,000 ล้านตัว ที่ถูกทิ้งเป็นขยะจำนวนมากเต็มไปด้วยมลพิษต่อโลก
           
ถ้าลองนึกย้อนดีๆ จะสังเกตได้ว่าส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตัวเลขดังกล่าวให้ทะยานขึ้นสูงขนาดนี้มาจากโมเดลธุรกิจ “Fast Fashion” การผลิตที่คำนึงถึงปริมาณเป็นหลัก มีคุณภาพต่ำ ขายในราคาถูก เพื่อให้เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก มีลักษณะเด่นเห็นได้ชัดคือการออกคอลเลคชั่นใหม่ตลอดเวลา ทำให้ของที่เพิ่งซื้อกลายเป็นของเก่าในเวลาอันสั้น 
 
ด้วยความที่วงจรอายุสั้น การผลิตในรูปแบบดังกล่าวจึงถูกถามถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมแฟชั่นต้องใช้ทั้งทรัพยากรน้ำ ดิน อากาศ ปิโตรเลียม ถ่านหิน และทรัพยากรอื่นๆ รวมไปถึงการถูกตั้งประเด็นคำถามในส่วนของการใช้แรงงานมนุษย์อย่างกดขี่และอยุติธรรม จนกระทั่งค่อยๆ ถูกกระแสต่อต้าน พร้อมทั้งรณรงค์ให้เลิกสนับสนุนคอนเซ็ปต์ Fast Fashion
แนวคิดที่ต่างสุดขั้วจึงถือกำเนิดขึ้นในชื่อ “Slow Fashion” มีใจความสำคัญ คือเน้นการบริโภคที่คำนึงถึงความยั่งยืนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ที่มาต้องปราศจากการใช้แรงงานทาส ใช้วัสดุกระบวนการผลิตที่กระทบต่อโลกน้อยที่สุด รวมไปถึงการใช้งานสินค้าที่ผลิตขึ้นที่เน้นคุณภาพเป็นสำคัญเพื่อให้วงจรชีวิตของสินค้านั้นๆ ยาวนานขึ้น มี Cost per Use ต่ำลง
 
เทรนด์ดังกล่าวเข้ามาสอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้อย่างลงตัว เนื่องจากภาพรวมของผู้บริโภคทุกวันนี้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z คนยุคใหม่ที่ตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม ดำเนินชีวิตประจำวันอย่างคำนึงถึงโลกเป็นสำคัญ มีทิศทางเดียวกับงานวิจัยของคันทาร์ (Kantar) ที่จับมือกับ GfK และ Europanel ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในทวีปยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา และเอเชีย รวม 19 ประเทศ 80,000 คน พบว่า มีผู้บริโภคใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมากกว่าเดิมถึง 20% จึงไม่แปลกใจเลยที่แบรนด์เครื่องนุ่งห่มเริ่มปรับกระบวนการผลิตและพัฒนาสินค้าให้เอื้อต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะจริงๆ แล้วต้นน้ำของการใช้งานเสื้อผ้าอย่าง Slow Fashion ต้องอาศัยตั้งแต่กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
 
ยกตัวอย่างแบรนด์แฟชั่นต้นแบบที่มีแนวคิดโอบอุ้มธรรมชาติอย่าง Patagonia (พาทาโกเนีย) ประกาศตัวผลิตสินค้าและเสื้อผ้าแนวเอาท์ดอร์จากผ้าฝ้ายออร์แกนิค 100% และใช้วิธีรีไซเคิลจากพลาสติกเหลือทิ้ง  สิ่งที่โดดเด่นคือเมื่อผู้ใช้ไม่สามารถซ่อมแซมเพื่อนำกลับไปใส่ใหม่ได้แล้ว แบรนด์จะรับเสื้อผ้ากลับมาตัดแยกชิ้นส่วนและรังสรรค์ใหม่ให้กลายเป็นสินค้าในคอลเลคชั่นถัดไป เพราะเป้าหมายของแบรนด์คือต้องการลดปริมาณการบริโภคและก่อกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด การดำเนินงานของพาทาโกเนียส่งเสียงตะโกนถึงแบรนด์แฟชั่นทั้งวงการว่า ไม่จำเป็นต้องผลิตเสื้อผ้าอย่างทำร้ายธรรมชาติเสมอไป อีกทั้งยังสามารถอยู่ร่วมกับโลกได้อย่างยั่งยืน เพียงต้องเพิ่มความพิถีพิถันในกระบวนการผลิต 
 
ยิ่งไปกว่านั้น พาทาโกเนียยังประสบความสำเร็จจากทำแคมเปญการตลาดที่กระตุ้นให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการรักษ์ธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง แคมเปญที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากคือ Don’t Buy this Jacket หรืออย่าซื้อแจ๊คเก็ตตัวนี้ เมื่อวันจับจ่ายใช้สอยแห่งชาติในอเมริกา (Black Friday) ที่ปกติแบรนด์จะต้องกระตุ้นให้ผู้คนหันมาซื้อสินค้าตัวเอง แต่พาทาโกเนียกลับเลือกทำในทางตรงกันข้าม เนื่องจากมีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักให้แก่ผู้บริโภคไตร่ตรองก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า และเป็นเจ้าของสินค้าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ใช่แค่มีไว้ตามกระแส ผลตอบรับหลังจากปล่อยแคมเปญออกไป ณ ตอนนั้นกลายเป็นว่า มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น 25-30% ทั้งๆที่ทำการตลาดแบบสวนกระแส ผลลัพธ์ครั้งนี้ของแบรนด์ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าผู้บริโภคตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน 
 
ทางฟากแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ที่มีกระเป๋าซิกเนเจอร์จากไนลอนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในชื่อของแบรนด์ Prada สร้าง Big Movement ด้วยการทลายกรอบเดิม เพิ่มการนำเสนอ Prada Re-Nylon ที่ผลิตจากวัสดุไนลอนรีไซเคิล 100% ปัจจุบันมีสินค้าครอบคลุมทั้งกระเป๋า รองเท้า และเสื้อผ้า โดยทุกชิ้นส่วนล้วนถูกประทับตราโลโก้ลูกศรหมุนวนเป็นสามเหลี่ยม แทนความหมายของการเกิดใหม่ เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นสินค้าจากคอลเลคชั่นนี้ เรียกได้ว่าต่อให้มีฐานแฟนคลับแข็งแรงแค่ไหน แบรนด์ ก็ยังไม่วายกระโจนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงออกซึ่งความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน
 
หรือแม้แต่แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่นอย่างยูนิโคล่ ที่ได้เล็งเห็นว่ากรรมวิธีในการผลิตยีนส์โดยทั่วไปสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพนักงานมาก จึงนำ BlueCycle เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตซึ่งสามารถลดการใช้แรงงานและน้ำได้อย่างมากในกระบวนการแต่งผิวผ้า 
 
เริ่มต้นที่ขั้นตอนการฟอกผ้าให้ดูคลาสสิก ปกติจะใช้หินพัมมิสจากธรรมชาติแต่หินพัมมิสเสื่อมลงตามกาลเวลา และยังต้องใช้น้ำล้างทำความสะอาดฝุ่นที่เกิดขึ้นในปริมาณมาก ยูนิโคล่จึงพัฒนาสูตรการฟอกขึ้นมาใหม่ โดยใช้เครื่องฟอกระบบโอโซนที่มีนาโนบับเบิ้ลขนาดเล็ก ใช้น้ำในปริมาณน้อยมาก สามารถลดปริมาณน้ำในกระบวนการแต่งกางเกงยีนส์ไปได้ 99% ทำให้การแต่งผิวกางเกงยีนส์สามารถใช้น้ำเพียง 1 ถ้วยชา แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานเดิมได้ หนำซ้ำยังนำเลเซอร์มาใช้ในกระบวนการแต่งผิวผ้าเพื่อสร้างการเฟดที่สมบูรณ์ แทนวิธีเดิมที่ใช้แรงงานมนุษย์มาคอยขัดยีนส์ด้วยมือ โดยการเข้ามาของเลเซอร์สามารถลดการใช้แรงงานลงได้อย่างมาก พร้อมทั้งยกระดับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้นอีกด้วย
 
เมื่อมีเสื้อผ้าคุณภาพดีอยู่ในมือแล้ว เทรนด์ Slow Fashion ยังสนับสนุนให้ผู้คนพยายามรักษาและใช้งานสิ่งเหล่านั้นให้คุ้มค่าที่สุด ยูนิโคล่เองก็มีบริการที่สามารถรองรับความต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลกนี้ได้ ผ่าน Re.UNIQLO Studio บริการซ่อมแซมเสื้อผ้า ที่จะต่ออายุการใช้งานเสื้อผ้าให้นานขึ้น โดยการซ่อมแซมหรือตกแต่งเสื้อผ้าตัวเก่าให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง 
 
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถรักษาคุณภาพของเสื้อผ้าให้อยู่กับเราได้นานกว่าเดิมผ่านการดูแลเสื้อผ้า โดยปฏิบัติตาม Core Label ที่แบรนด์แนะนำ
แต่จะดีกว่าไหม? 
ถ้าเรามีตัวช่วยในการดูแลเสื้อผ้าให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น ถนอมผ้ามากขึ้น ถนอม(มือ)เรามากขึ้น
 
ฉะนั้นจึงนำมาซึ่งโอกาสและการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจให้กับผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เอื้อต่อพฤติกรรมข้างต้นของผู้บริโภค ใน ณ ที่นี้พระเอกที่จะมาช่วยผู้บริโภคถนอมเสื้อผ้าให้มีอายุการใช้งานได้นานมากขึ้น คือเครื่องซักผ้านั่นเอง
 
แอลจี ประเทศไทย แบรนด์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนความยั่งยืน ส่งมอบผ่านผลิตภัณฑ์ที่ผสานนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและอนาคตของโลกที่ยั่งยืน ดึงเทคโนโลยี AI DD ที่สามารถชั่งน้ำหนักและวิเคราะห์เนื้อผ้า เพื่อปรับรูปแบบการหมุนของถังซักให้เหมาะกับผ้าแต่ละประเภท ทำให้ผ้าถูกทำความสะอาดอย่างล้ำลึก ควบคู่กับการถนอมที่มากขึ้น สิ่งสำคัญคือทำให้เสื้อผ้าถูกยืดอายุการใช้งานออกไปและอยู่กับเจ้าของได้นานยิ่งขึ้น
 
มาถึงตรงนี้พอจะเห็นแล้วว่า ทั้งวงจรชีวิตของเสื้อผ้าที่มีต้นทางผลิตอย่างรักษ์โลก ระหว่างทางดูแลอย่างถนอมเพื่อให้มีอายุการใช้งานนานที่สุด แต่ทุกอย่างมีอายุขัยเมื่อการใช้งานเสื้อผ้ามาถึงช่วงปลายทาง เจ้าของไม่ต้องการใช้งานอีกต่อไป การทิ้งเปล่าคงทำให้การดำเนินงานรักษ์โลกตั้งแต่ต้นทางเป็นศูนย์อย่างแน่แท้ แต่ด้วยพลังแห่งการตระหนักถึงความรักษ์โลก ผู้คนจึงไม่เลือกวิธีทิ้งไปเลย และหันมาสนับสนุนการบริโภคสินค้ามือสองผ่านการรับบทเป็นทั้งผู้ซื้อและขายกันเพิ่มขึ้นแทน 
 
สังเกตได้จากรายงานของ ThredUP ที่คาดการณ์ว่าตลาดเสื้อผ้ามือสองทั่วโลกจะเติบโตขึ้น 127% ภายในปี 2026  มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.18 แสนล้านดอลลาร์หรือประมาณ 7.47 ล้านล้านบาท นับว่าเติบโตเร็วกว่าตลาดเสื้อผ้าโดยรวมเฉลี่ย 3 เท่า
ในประเทศไทยถ้าพูดถึงเสื้อผ้ามือสอง แน่นอนว่าหลาย ๆ คนยังคงกังวลในเรื่องของความสะอาด สุขอนามัย ที่มาของเสื้อผ้าเหล่านั้น ตลอดจนความตรงปกว่าจะใส่ได้หรือเปล่า Pain Point เหล่านี้ทำให้มีช่องโหว่ในวงการเสื้อผ้ามือสองไทยอยู่ไม่น้อย
 
แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส ออนไลน์ ซื้อขายเสื้อผ้ามือสองอย่าง Loopers มีสโลแกน “เราจะทำให้การส่งต่อเสื้อผ้าเป็นเรื่องง่าย ดีต่อใจ และดีต่อโลก” ก้าวเข้ามาอุดช่องว่างดังกล่าวได้พอดิบพอดี เนื่องจากตัวเลือกของแหล่งซื้อ-ขายเสื้อผ้ามือสองมีไม่มากนัก อีกทั้งยังไม่ค่อยตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่เท่าไร
 
Loopers จึงเข้ามาเป็นเสมือนตัวกลางในการจัดการโดยดำเนินการ 1) รับเสื้อผ้าจากคนที่ต้องการฝากขายพร้อมเก็บค่า GP ในการจัดการเสื้อผ้าแต่ละตัว 2) รวบรวมรายละเอียดตรวจสอบคุณภาพและถ่ายรูปสินค้า พร้อมโพสต์และระบุรายละเอียดบนหน้าเว็บไซต์ และ 3) บรรจุสินค้าเพื่อส่งต่อให้ถึงมือเจ้าของคนใหม่ให้ถูกนำไปใช้งานต่ออีกหลายๆ ครั้ง เกิดเป็นลูปไปเรื่อยๆ หวังให้เกิดการใช้งานหลังจากถูกผลิตขึ้นจากทรัพยากร แรงงาน และสิ่งแวดล้อมจำนวนมากให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด ยาวนานที่สุด เพื่อให้เกิดการช่วยโลกได้มากที่สุด 
 
อีกทั้งยังมี Hangles แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าแฟชั่นมือสอง พื้นที่ที่ผู้ขายสามารถโพสต์ขายสินค้าได้เอง หรือถ้าไม่สะดวก Hangles ก็สามารถช่วยขายได้ มีบริการไปรับพัสดุสินค้าแฟชั่นถึงหน้าบ้าน มีทีมทำความสะอาด ถ่ายภาพสินค้า ตั้งราคา และนำไปขายทั้งในช่องทางออนไลน์และหน้าร้านให้อีกด้วย
 
ที่น่าสนใจของ Hangles คือหากมีสินค้าชิ้นไหนมีตำหนิหรือขายต่อไม่ได้จะถูกนำส่งไปยัง SC Grand บริษัทผลิตเสื้อผ้ารีไซเคิล เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นเสื้อผ้าชิ้นใหม่ ซึ่งส่วนหนึ่งจะได้รับการจำหน่ายใหม่ภายใต้แบรนด์ CIRCULAR ทำให้ผู้ขายสามารถมั่นใจได้ 100% ว่าสินค้าของตนจะไม่ถูกนำไปทิ้งเป็นขยะ
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแพลตฟอร์มวนวน (Won Won) ก่อตั้งโดยเพจ Reviv คอมมูนิตี้ออนไลน์ที่เดินหน้ารณรงค์และเรียกร้องเรื่องการใช้ซ้ำมาตลอดในประเทศไทย ซึ่งแพลตฟอร์มนี้เข้ามาร่วมสร้างการใช้ซ้ำใช้วนให้เป็นนิสัยและเป็นเรื่องปกติมีจุดเด่นคือจะช่วยหาช่างซ่อมใกล้บ้าน พร้อมข้อมูลประกอบที่เป็นประโยชน์ครบครัน ตั้งแต่รวบรวมร้านซ่อม เบอร์โทรติดต่อ และรีวิวต่างๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นร้านในชุมชน ทำให้เกิดการสร้างรายได้ในพื้นที่รายย่อยไปในตัวด้วย 
เห็นอย่างนี้แล้ว แบรนด์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นต้องเริ่มคิดและหันมาคำนึงถึงการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างจริงจังมากเข้าไปใหญ่ ไม่ใช่แค่ก้าวเข้ามาแตะเรื่องนี้เพียงผิวเผิน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจกับผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิตเติบโตมากขึ้นทุกวัน 
 
สังเกตได้จากงานวิจัยของวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่เผยผลวิจัยการตลาดเกี่ยวกับ Voice Of Green: เพื่อโลก เพื่อเรา จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมาย 1,252 คน พบว่า ผู้บริโภคจำนวน 74% มีโอกาสเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีจำนวนผู้บริโภคถึง 37.6% เป็นกลุ่มผู้บริโภคเพื่อโลกสวยที่มองหาเฉพาะผลิตภัณฑ์อีโค่เท่านั้น พร้อมที่จะใช้จ่ายเงินไปกับสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม นั่นหมายความว่าผู้บริโภคมีความมุ่งมั่นที่จะเลือกแบรนด์ที่สามารถสนับสนุนความตั้งใจตรงนี้ พร้อมทั้งยอมจ่ายเพื่อเข้าถึงอนาคตของโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนมากกว่าความนิยมชมชอบอันฉาบฉวยระยะสั้น

The Era of Marketing Intelligence ธุรกิจยุคนี้ต้อง Smart / Speed / Solution

EV Game Changer แบรนด์จีนใส่สปีด รีดแรงม้าขึ้นแท่นผู้นำ

Silver Gen สูงวัยทรงพลัง ตลาดใหม่พลิกสู่ Blue Ocean

AI First หยุดไม่อยู่กับ AI ที่ไร้การควบคุม

Regenerative Future วิถีแห่งการฟื้นฟูโลก

Flexible Market Offering ตอบโจทย์ เหนือความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact