Silver Gen หรือ Silver Age เป็นคำที่ได้รับความสนใจและมักถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยๆ ในช่วงเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา คำนี้ถูกใช้แทนคำว่า ผู้สูงวัย หรือผู้สูงอายุ ที่ให้ความรู้สึกในเชิงลบมากเกินไป เพราะถูกตีความหมายถึงความแก่ เชื่องช้า และล้าสมัย ในขณะที่ Silver Gen สะท้อนภาพของวัยที่มีผมสีดอกเลาสีเทาขาวเหมือนสีเงิน เป็นกลุ่มคนที่มีบุคลิกลักษณะไม่เหมือนคนสูงวัยในยุคก่อนๆ แต่เป็นคนที่มีศักยภาพ และที่สำคัญมีกำลังซื้อสูง
Silver Gen ไม่ใช่ผู้สูงวัยทั่วไป และไม่ใช่ว่าผู้สูงวัยทุกคนจะเป็น Silver Gen โดยกลุ่มสูงวัยที่เป็น Silver Gen คือกลุ่มสูงวัยที่มีอายุ 50+ มีคาแรกเตอร์ และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากในอดีต เป็นกลุ่มคนที่มีกระบวนการทางความคิดที่ทันสมัย มีการใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัลและสังคมออนไลน์ ตามติดเทรนด์ใหม่ๆ ดูแลตัวเองอย่างดี ยังรักการเรียนรู้พัฒนา ต่อยอดทักษะอยู่เสมอ สนใจสินค้าสุขภาพเป็นอันดับต้นๆ ชอบท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชอบทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เช่น การออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะ ไปช้อปปิ้ง หรือทำกิจกรรมที่เป็นความท้าทายมากขึ้น
ที่สำคัญเป็นกลุ่มสูงวัยที่มีการวางแผนการใช้ชีวิตที่ดี มีเงินสะสมในช่วงวัยทำงาน บางคนยังทำงานแม้ถึงวัยเกษียณ มีรายได้เสริมอื่นๆ อาทิ เงินบำนาญ ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือผลตอบแทนจากการลงทุน จึงมีความพร้อมในการใช้จ่ายเพื่อความสุขของตัวเองจากความพร้อมทางการเงินบางครั้งนักการตลาดก็เรียกว่า “ผู้บริโภครุ่นใหญ่วัยมั่งคั่ง”
ปัจจุบันกระแสของ Sliver Gen ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และจากนี้ไปอีก 5 ปี จะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีการเติบโตมากที่สุดของประเทศไทย ส่งผลให้นักการตลาดต้องติดตามเทรนด์การเติบโตของคนเจนนี้อย่างต่อเนื่องเพราะเป็นตลาดที่มีอนาคตไกล และมีแนวโน้มว่าเป็นกลุ่มที่กำลังจะครองเมืองจากการขยายตัวที่มากขึ้น
ข้อมูลล่าสุดในปี 2566 จาก ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย ระบุถึงแนวโน้มที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) โดยมีสัดส่วนประชากรที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเกินกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ภายใน 5 - 6 ปีข้างหน้า และจากการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจ ใหม่เรียกว่า “เศรษฐกิจสูงวัย” หรือ “Silver Economy” ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจสูงวัยทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 26.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 880-900 ล้านล้านบาท คิดเป็น 26.6% ของมูลค่าเศรษฐกิจทั่วโลก
ขณะที่มูลค่าตลาดผู้บริโภคกลุ่มผู้สูงวัย หรือ Silver Gen ของไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.4% และคาดว่าจะสูงถึง 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 12% ของมูลค่าเศรษฐกิจไทยในปี 2573 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า นับเป็นความท้าทายของภาคธุรกิจไทยในการเตรียมรับมือ และคว้าโอกาสจากกลุ่ม Silver Gen ที่จะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่น่าสนใจ เพราะมีศักยภาพด้านการเงินที่พร้อมใช้จ่ายเต็มที่เพื่อความสุขในบั้นปลายชีวิตของตน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีอายุยืนยาวมากขึ้น

วรรณา สวัสดิกูล ประธานบริษัท ซิลเวอร์แอคทีฟ จำกัด มีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดผู้สูงวัยในประเทศไทยกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแบบสมบูรณ์ (Aged Society) เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันไทยยังติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศที่กลุ่มผู้สูงวัยเติบโตเร็วที่สุดในโลก คนกลุ่มนี้กำลังกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สำคัญสุด เติบโตเร็วที่สุด แบรนด์หรือองค์กรต่างๆ ต้องรีบปรับตัว หันมาให้ความสำคัญ เพราะนี่คือ Blue Ocean เป็นตลาดที่เพิ่งเกิดใหม่ ต้องตีโจทย์ใหม่ คือ “คนแก่ ไม่เท่ากับ คนแก่”
“สิ่งที่แบรนด์ หรือองค์กรกำลังเผชิญอยู่ คือ Silver Disruption เป็นคลื่นใหญ่เหมือน Digital Disruption แต่ความแตกต่างคือ Digital Disruption เป็นเรื่องทันสมัยใครเข้ามาเร็วแบรนด์ก็จะดูดี แต่ Silver Disruption ถ้าเข้ามาเร็วก็กลัวถูกมองว่าเป็นแบรนด์คนแก่ ต้องเข้าใจยอมรับ และรีบหาวิธีการทำการตลาดแบบ Targeted นักการตลาดต้องมองตลาดนี้ใหม่เพราะเป็นวัยเก๋าที่มีครบทั้งเวลา กำลังซื้อ ลอยัลตี้สูง และอายุยืนยาวขึ้น จึงทำให้ Silver Age เป็นกลุ่มที่แบรนด์และนักการตลาดหมายปองอยากทำความรู้จัก เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ซึ่งใครเข้าตลาดก่อนก็จะได้เปรียบ”
ปัจจุบันกลุ่ม Silver Gen 50 + ในประเทศไทยมีจำนวน 12.69 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 19.21% ของประชากรทั้งประเทศ และมีการประเมินว่า ภายในปี 2573 จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 26% ของประชากรทั้งประเทศ โดยซิลเวอร์ แอคทีฟ จะแบ่งกลุ่มสูงวัยหลากหลายรูปแบบ อาทิ
การแบ่งตามอายุ คือ 1.Prepare อายุ 50-59 ปี 2.Repair YOLD (Young Old) อายุ 60-69 ปี และ 3.Repair LOLD (Late Old) อายุ 70 ปีขึ้นไป ด้วยช่วงวัยที่แตกต่างกัน ความต้องการ พฤติกรรม และทัศนคติก็จะแตกต่างกัน
การแบ่งตามสภาพทางกายภาพ มี 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม Green ติดสังคม ยังแอ็กทีฟอยู่ ชอบออกไปเที่ยวไป ทำกิจกรรมนอกบ้าน 2.กลุ่ม Yellow ติดบ้าน ไม่ค่อยสะดวกไปไหน ใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน แต่ยังทำกิจกรรมในบ้านได้ จึงชอบช้อปปิ้งออนไลน์ ทำอาหาร ทำสวน เป็นต้น 3.กลุ่ม Red ติดเตียง เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ต้องนอนเคลื่อนไหวลำบาก
การแบ่งตามไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิต มี 5 กลุ่ม คือ 1.วัยแซ่บ ต้องดูดี มีสไตล์ 2.วัยฟรีด้อม มีเวลาของตัวเอง อยากทำ อยากเที่ยว 3.วัยอะไหล่หายาก สุขภาพมาลำดับแรก ไม่ต้องรอให้หมอบอก 4.วัยมั่งคั่ง หาเงินเก่ง มีเงินเก็บ และ 5.วัยเข้าใจยาก แอ็กทีฟออนไลน์ สนใจ แต่ไม่โพสต์ ไม่แชร์เหมือนเด็กๆ
วรรณา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ซิลเวอร์แอคทีฟเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดแบบครบวงจรของกลุ่มซิลเวอร์เจน (Sliver Age 50+) ในประเทศไทย จึงมีการศึกษากลุ่ม Silver Age 50+ อย่างจริงจังผ่านแพลตฟอร์ม CountUp (50+ Active Silver Community) ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2 แสนคน เป็นหนึ่งในกลยุทธ์และเครื่องมือการตลาดที่ใช้ศึกษา ค้นคว้า ติดตาม พฤติกรรมเชิงลึกกับกลุ่มสูงวัยกลุ่มนี้มาเป็นเวลามากกว่า 3 ปี และยังเป็นสื่อที่ช่วยให้แบรนด์ได้เข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้มากขึ้นด้วย โดยพบกว่าตลาดนี้เป็น Real Blue Ocean ไม่เหมือนกับตลาดทั่วไป
“กลุ่มผู้สูงวัยมีหลายกลุ่ม แต่กลุ่มที่น่าสนใจ คือกลุ่มสูงวัยตอนต้นที่ยังมีกำลังซื้อ มีความทันสมัย หัวใจเป็นวัยรุ่นแม้ร่างกายจะเริ่มเปลี่ยนแปลง เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญและน่าจับตามอง ด้วยพฤติกรรมการจับจ่ายที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ให้ความสำคัญและใช้จ่ายกับเรื่องสุขภาพเป็นอันดับ 1 มองหาโซลูชั่นเรื่องการเงินเป็นอันดับรองลงมา และปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ชอบเที่ยวหรือหากิจกรรมทำเพื่อให้ชีวิตไม่เหงา และจากพัฒนาการอันก้าวกระโดดของเทคโนโลยีส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้เปลี่ยนไปเพราะไม่ต้องการให้ตัวเองตกยุค จึงมีการปรับตัวให้ทันกับการ เปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มือถือในการเข้าถึงสื่อออนไลน์ ชอบเล่นโซเชียลมากกว่าวัยรุ่นหรือวัยทำงานเพราะมีเวลาว่าง ปัจจุบันใช้ Facebook มากกว่าทีวี ซึ่งช่วงอายุและเพศที่ต่างกันจะมีพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ที่ต่างกัน

ด้านพฤติกรรมการช้อปปิ้ง พบว่า 85% ชอบซื้อของที่ร้าน แต่มีถึง 61% ที่ช้อปออนไลน์ และอีก 22% นิยมซื้อจากร้านขายยาโดยเฉพาะสินค้าสุขภาพ การตัดสินใจซื้อจะให้ความสำคัญกับคุณภาพและบริการมากกว่าเรื่องราคาหรือโปรโมชั่น เลือกช้อปกับแบรนด์ หรือร้านค้าที่รู้จักและไว้ใจ มีความจงรักภักดีกับแบรนด์สูง สินค้าที่ใช้เงินมากสุดเป็นสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น อาหาร อาหารเสริม อุปกรณ์ออกกำลังกาย ประกันสุขภาพ และอื่นๆ
จากข้อมูลของ ซิลเวอร์แอคทีฟ ยังพบว่า เมื่อ Silver Gen รู้สึกถึงสุขภาพเปลี่ยนแปลงไปจะเริ่มปรับเปลี่ยน พฤติกรรมในเรื่องต่างๆ โดย 71% เป็นเรื่องอาหารการกิน 55% การออกกำลังกาย 48% การไปพบแพทย์ และ 44% การเสริมอาหารต่างๆ กลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพจึงมาแรง แต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพต้องมีรสชาติที่อร่อย กินง่ายเคี้ยวง่ายด้วย ส่วนการออกกำลังกาย ต้องมีวินัยเพราะมองว่า เป็นทางรอดไม่ใช่ทางเลือก
โดยกลุ่มสินค้าที่ซื้อเพิ่มขึ้น ได้แก่ นม อาหารสัตว์ ข้าว รังนก ซุปไก่สกัด และเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย กลุ่มสินค้าที่ซื้อลดลง ได้แก่ ครีมเทียม ไข่ไก่ ผงชูรส ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย น้ำมันปรุงอาหาร และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กลุ่มสินค้าที่สนใจอยากซื้อ ได้แก่ ประกันสุขภาพ สินค้าไซส์เล็กสำหรับคนเดียว และกลุ่มสินค้าที่อยากได้แต่ยังไม่ค่อยมีในตลาด คือแพ็กเกจจิ้งที่เปิดง่ายๆ สำหรับผู้สูงวัย
สอดคล้องกับข้อมูลของ Krungthai COMPASS ที่ชี้ว่าแนวโน้มการใช้จ่ายของกลุ่ม Silver Gen ที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจ 5 กลุ่มหลักที่น่าสนใจ ได้แก่
1. อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ธุรกิจผลิตอาหารและ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
2. บริการทางการเงินเพื่อผู้สูงอายุ ทั้งการให้คำปรึกษาและผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ
3. การท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งบริการนำเที่ยวและโรงแรม
4. การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
5. ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ
ก่อนหน้านี้ แบรนด์หรือนักการตลาด และผู้โฆษณา อาจเคยให้ความสนใจกับผู้บริโภคในกลุ่ม Millennials และ Gen Z จนอาจทำให้ผู้บริโภครุ่นก่อนอย่าง Baby Boomer และ Gen X หรือแม้แต่ Gen Y ถูกมองข้าม หรือไม่ให้ความสำคัญ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วผู้บริโภครุ่นใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมีอิทธิพลทางการตลาดไม่แพ้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเมื่อคนรุ่นใหญ่ต้องการหาความสุขให้กับตัวเองก็จะยอมจ่ายแบบจัดเต็ม
Silver Gen จึงเป็นโอกาสใหม่ที่มาพร้อมกับกำลังซื้อ เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาด ใหญ่จะสร้างการเติบโตจากธุรกิจเหล่านี้ได้ในระยะยาว แม้ว่าในอดีตอาจถูกมองว่า เป็นกลุ่มนักช้อปกระเป๋าหนักที่ถูกลืม แต่นับจากนี้ Silver Gen จะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ใครๆ ก็คิดถึง
