BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,507
VIEWS

Flexible Market Offering ตอบโจทย์ เหนือความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่

ม.ค. 10, 2567 R.Somboon
One Size Fits All หรือการตลาดแบบ Mass Marketing ที่ใช้ได้ดีในอดีต อาจจะไม่เหมาะสมกับการทำตลาดในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย และมีความคาดหวังค่อนข้างสูงในสิ่งที่สินค้าหรือบริการจะส่งมอบให้กับเขา 
 
ยิ่งปัจจุบัน ผู้บริโภคในโลกการตลาดใบนี้ มีความต้องการแบบ Personalized ก็ยิ่งทำให้โมเดลในการทำตลาดต้องมีความหลากหลายและยืดหยุ่น โดยเฉพาะในเรื่องของ Offering ต้องมีความหลากหลายและยืดหยุ่นไปตามความต้องการของลูกค้าที่ค่อนข้างจะ Demanding และคาดหวังค่อนข้างสูงจนกลายเป็นอีกหนึ่งแนวโน้มทางการตลาดที่เริ่มมีให้เห็นออกมาอย่างต่อเนื่อง
 
ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นภาพในเรื่องนี้ก็คือการทำตลาดศูนย์การค้า ที่ปัจจุบันมีการก้าวข้ามจากแค่เรื่องของการช้อปปิ้งมาสู่การใช้ชีวิตจนกลายเป็น Community ซึ่งในความหมายของ Community นี้ยังต้องแยกย่อยออกไปที่ไม่เพียงแค่ไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังต้อง Offer ในเรื่องของรสนิยมของลูกค้าอีกด้วย
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า ในอดีตทางผู้พัฒนาศูนย์จะเป็นคนเลือกวางแมกเน็ตแต่ละตัวของศูนย์ว่าจะมีสัดส่วนของร้านค้า หรือการช้อปปิ้งกี่เปอร์เซ็นต์ มีร้านอาหารกี่เปอร์เซ็นต์ ธนาคารหรือการบริการกี่เปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งเอนเตอร์เทนเม้นต์ที่อยู่ในศูนย์จะให้สัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นการแบ่งสัดส่วนที่เป็นเมอร์เชนไดส์ มิกซ์ 
 
แต่ปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความหลากหลาย และมีประสบการณ์ที่เรียกว่า Beyond Shopping Experience ไปแล้ว ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นไลฟ์สไตล์ มิกซ์ ที่เลือกวางร้านค้าหรือบริการ โดยดูความต้องการและรสนิยมของลูกค้าว่ามีออกมาอย่างไร แม้ลูกค้าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่รสนิยมอาจจะแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ร้านกาแฟที่ค่อนข้างจะเซ็กเม้นต์แยกย่อยไปตามรสนิยมของลูกค้า มากกว่าที่การมีแค่ร้านเดียวแล้วสามารถตอบโจทย์ได้ครบทุกกลุ่ม 
 
“แพลตฟอร์มลอยัลตี้ โปรแกรมอย่างเดอะ วัน ที่รวบรวมดาต้าของลูกค้าในกลุ่มเซ็นทรัล    ทำให้เราเข้าใจลูกค้าแบบลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการดีไซน์ ตลอดจนการวางตำแหน่ง และองค์ประกอบของร้านค้าในแต่ละศูนย์ และ Offer ในสิ่งที่ลูกค้ามีความหลากหลายในสิ่งที่ศูนย์การค้าจะนำเสนอให้ได้”
 
การมีโมเดลที่ยืดหยุ่นนี้ แม้สินค้าในบางกลุ่มค่อนข้างจะมีความเป็นแมสในตัวของมันเอง แต่การ Offer ก็ต้องมีความหลากหลายออกไป อย่างกรณีของตลาดเบียร์ของบ้านเราที่วันนี้มูลค่าตลาดขยับไปถึง 2.6 แสนล้านบาทไปแล้ว และที่ผ่านมา การทำตลาดนี้จะมีการแบ่งเซ็กเม้นต์ออกมาอย่างชัดเจนตามราคาขายของเบียร์ ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียม สแตนดาร์ด หรืออีโคโนมี่
 
แต่ในปัจจุบัน เริ่มมีการนำเรื่องของรสนิยมและความชอบในการดื่มเบียร์ของแต่ละกลุ่มเข้ามาเป็นตัวแบ่งมากขึ้น เป็นการแบ่งตามประสบการณ์การดื่มของผู้บริโภคที่เข้าถึงความหลากหลายของเบียร์ประเภทต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งต่างจากอดีตที่เราจะคุ้นเคยกับเบียร์ Lager มาอย่างยาวนาน อย่างล่าสุดกับการออกเบียร์ตัวใหม่ของค่ายสิงห์อย่าง “Singha 89 Cals” ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 3.2% และแคลอรี่ 89 Cals ที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการดื่มเบียร์รสนุ่มในปริมาณแคลอรีที่ไม่สูง
 
การเข้าตลาดของน้องใหม่อย่างคาราบาว ที่เปิดตัวเบียร์ใหม่พร้อมกันถึง 5 รสชาติ แบ่งเป็น คาราบาว 2 รสชาติ ได้แก่ Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) และ Dunkel Beer (เบียร์ดุงเกล) เบียร์ดำสไตล์เยอรมันและแบรนด์ตะวันแดง เปิดตัว 3 รสชาติ ประกอบด้วย Weizen Beer (เบียร์ไวเซ่น) Rose Beer (เบียร์โรเซ่) และ IPA Beer (เบียร์ไอพีเอ) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของวงการเบียร์ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับคนไทยสามารถเข้าถึงเบียร์ในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งเป็นอีกโมเดลในการนำเสนอทางเลือกให้กับลูกค้าผ่านความหลากหลายของสินค้า 
 
เรื่องของการปรับโมเดลในการทำธุรกิจที่ต้องมีความหลากหลายหรือยืดหยุ่นในการนำเสนอให้กับลูกค้านั้น เป็นอีกแนวโน้มที่มาแรงในธุรกิจร้านอาหาร นอกเหนือจากเทรนด์ในเรื่องของเทคโนโลยี และความยั่งยืน ซึ่งภาพของการปรับตัวมีให้เห็นออกมาตลอดในช่วงหลังมานี้
 
อย่างกรณีของการทำตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น ที่หากมองย้อนไปเมื่อ 25 ปีที่แล้ว การเข้าตลาดของโออิชิ น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดนี้ โดยสิ่งที่โออิชิทำนั้น เป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของตลาดอย่างแท้จริง 
 
นั่นเพราะก่อนการเข้าตลาดของโออิชิ เมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี 1999 ร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรา ส่วนใหญ่ยังเปิดให้บริการในโรงแรม 5 ดาว และมีราคาค่อนข้างสูง การเข้าตลาดในครั้งนั้น โออิชินำกลยุทธ์การขายในรูปแบบของบุฟเฟ่ต์เข้ามาใช้ โดยวางราคาต่อหัวไว้ที่กว่า 500 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
 
ขณะที่อาหารญี่ปุ่นเองก็มีภาพค่อนข้างดี เมื่อทำให้ราคาสามารถจับต้องได้ง่าย ผลก็คือโออิชิประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนตามมาด้วยการแตกแบรนด์ในพอร์ตออกมาเพื่อเล่นกับความต้องการของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น
 
ไม่ว่าจะเป็นชาบูชิ ที่เป็นชาบูบนสายพาน จับกลุ่มวัยรุ่นและคนที่มีรายได้ระดับกลางลงมา หรือการขยายฐานขึ้นไปจับกลุ่มลูกค้าระดับบนด้วยแบรนด์ โออิชิ แกรนด์ ที่ยังคงเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น แต่เน้นเรื่องของคุณภาพและวัตถุดิบที่บนกว่า 
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาเปลี่ยนไป คนไทยเริ่มมีประสบการณ์กับการบริโภคอาหารญี่ปุ่นมากขึ้น ทั้งจากในประเทศและจากการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นจนมีประสบการณ์โดยตรง ลูกค้าจึงมีความคาดหวังมที่ Beyond Expectation การปรับโมเดลในการทำตลาดให้มีความหลากหลาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าจึงกลายเป็นอีกสิ่งที่ถูกผลักดันออกมา
นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า แบรนด์ที่อยู่ในตลาดมา 25 ปี ย่อมเป็นที่รู้จัก โดยจะไม่มีคำถามถึงเรื่องของคุณภาพ ความสดของสินค้า โจทย์ใหญ่ของเราคือจะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกว่า โออิชิที่อยู่ในตลาดมานาน ไม่ใช่แบรนด์ที่เก่าหรือแก่ แต่มีความเก๋าในตัว โดยเฉพาะเรื่องของการส่งมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับพวกเขาอย่างต่อเนื่องมาตลอด
 
“การทำตลาดบุฟเฟ่ต์แบบเดิมๆ จึงไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป แต่ต้องมีความยืดหยุ่น รวมถึงต้องส่งมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้าที่มีความคาดหวังในสิ่งที่แบรนด์ส่งมอบให้ค่อนข้างสูง”
 
ผู้บริหารของโออิชิ บอกว่า นอกจากการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าผ่านการมีไพรซ์ เทียร์ ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการไม่เหมือนกันได้แล้ว การมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้าก็เป็นอีกหัวใจสำคัญ 
 
ล่าสุด โออิชิมีการออกมาทำแคมเปญ “โออิชิ 25 ปี ฉลองอย่างราชา” ที่เป็นแคมเปญยาวตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2566 ไปจนถึงเดือนกันยายน 2567 ซึ่งถือเป็นเดือนเกิดของโออิชิ โดยการ Collaboration กับเฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป นำเชฟแนวหน้าของเมืองไทย ทั้งเชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย, ท็อปเชฟ ประเทศไทย, และมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย เข้ามาสร้างสีสันผ่านการครีเอทเมนูเพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ฉีกกรอบไปจากการทำตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นบุฟเฟ่ต์ในรูปแบบเดิมๆ ของโออิชิ
 
ถือเป็นอีกการทำแคมเปญที่จะเข้ามาช่วยสร้างสีสันให้กับทั้งโออิชิ และตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น ที่วันนี้ ตลาดมีคู่แข่งค่อนข้างหลากหลาย ทั้งที่เป็นแบรนด์ไทยและแบรนด์ญี่ปุ่นในรูปแบบของการซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์เข้ามาทำตลาด รวมถึงแบรนด์จากญี่ปุ่นเองที่เข้ามาร่วมแข่งขันในตลาดบ้านเรา ซึ่งหากมองย้อนหลังไปเมื่อกว่า 2 ทศวรรษที่แล้ว การเข้าตลาดของโออิชิ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของตลาด เพราะเป็นผู้เล่นที่ทำให้อาหารญี่ปุ่นสามารถจับต้องได้ในวงกว้างมากขึ้น 
 
โดยเฉพาะกับการนำกลยุทธ์การขายแบบบุฟเฟ่ต์ที่ราคาเข้าถึงได้ง่ายมาเป็นตัวขยายฐานตลาด จนทำให้วันนี้การใช้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ใช่เป็นแค่เพียงโอกาสในการเฉลิมฉลองหรือวาระพิเศษเหมือนในอดีต แต่เป็นการใช้บริการแบบ Routine ไปแล้ว และเมื่อลูกค้ามีประสบการณ์ในการใช้บริการมากขึ้นก็ทำให้ต้องคาดหวัง หรือเรียกร้องการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่าแค่การคาดหวังแบบเดิมๆ
 
ด้าน ไพศาล อ่าวสถาพร กรรมการผู้จัดการของบริษัท บิสโตร เอเชีย จำกัด บริษัทในเครือไทยเบฟ ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารอย่างแวนเทจ พ้อยท์ หม่านฟู่หยวน ฯลฯ ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันค่อนข้างจะมีความหลากหลายและเป็นตัวของตัวเองสูง ทำให้การทำตลาดต้องปรับตามความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค การคาดหวังหรือเรียกร้องค่อนข้างสูงนั้นมาจากการมีประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ ค่อนข้างดี จึงต้องมองถึงการสร้างโมเดลในการทำตลาดที่มีความยืดหยุ่น และสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้ 
 
ทำให้การทำตลาดร้านอาหารในปัจจุบัน ความ Dynamic หรือความ Flexibility ในร้านอาหารต้องมีมากกว่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรของผู้บริโภค ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดร้านอาหารบ้านเรา 
 
ความ Dynamic ที่ว่านี้ ต้องสามารถปรับวิธีการนำเสนอให้เข้ากับลูกค้าได้มากขึ้น ต่างจากก่อนหน้านั้นที่ลูกค้าเลือกเฉพาะเจาะจงว่าจะใช้บริการร้านอาหารกลุ่มไหน หรือร้านอาหารประเภทใด แต่ในปัจจุบัน ลูกค้ามีความหลากหลายทั้งเรื่องของประเภทอาหารและรูปแบบการใช้บริการ จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับความแตกต่างนั้นๆ ให้ได้ 
 
“Flexibility หรือความยืดหยุ่นของโมเดลในการทำตลาดต้องมีมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการแข่งขันในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการแบบธรรม แต่ต้องเป็น Beyond Great Customer Experience ไม่ใช่แค่บริการที่ดีขึ้น แต่มันต้องไปมากกว่านั้น คือมันต้อง Personalized หรือตอบโจทย์แบบเฉพาะเจาะจงลงลึกถึงความต้องการของลูกค้า”
 
จากเหตุผลข้างต้นทำให้เกิด Business Model ใหม่ๆ เพื่อรองรับทั้งความ Dynamic และความยืดหยุ่นในการให้บริการ รวมถึงรองรับการสร้าง Beyond Great Customer Experience 
 
ไพศาล บอกว่า หลังการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ใหม่ๆ โมเดลของร้านที่เป็น Muti Brand ที่มีมากกว่า 1 แบรนด์ในร้านเดียวกันจะเวิร์ค แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว ความยืดหยุ่นอาจจะออกมาทั้งเรื่องของความหลากหลายของเมนูที่อาจจะมีการจับมือร่วมกันของร้านอาหารในเครือเพื่อเอาเมนูเด็ดของอีกแบรนด์มาให้บริการ หรืออาจจะเป็นการมีรูปแบบการให้บริการที่หลากหลายทั้งในรูปแบบของอาหารจานเดียว Full Meal บุฟเฟ่ต์ หรืออะลาคาร์ท 
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังต้องมีการปรับโมเดลในเรื่องของช่องทางการเข้าถึงการให้บริการ ที่ไม่เพียงแค่มาที่หน้าร้าน หรือสั่งผ่านออนไลน์ ดิลิเวอรี่ แต่ยังรวมถึงการนำหน้าร้านมาประสานกับออนไลน์เพื่อเพิ่มการ Offer ในเรื่องของบริการที่จะทำให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายมากขึ้น อย่างการสั่งสินค้าอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแอปและมารับเองที่หน้าเคาน์เตอร์ กลายเป็นอีกรูปแบบของการให้บริการที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี
 
“One Single Model ที่มีรูปแบบการให้บริการแบบใดแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียวมันไม่เวิร์คอีกต่อไปแล้ว เพราะลูกค้ามี Demanding ที่ต้องการอะไรมากกว่า One Single Model มันต้องมีหลาก หลายโมเดลที่อยู่ในร้านเดียวกัน เมื่อก่อนเราเรียกว่า Multi Shop ที่มีหลายๆ ช็อปอยู่ในร้านเดียวกัน แต่ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ ไม่จำเป็นต้องมีหลายๆ ร้านอยู่ในร้านเดียวกัน แต่ต้องเป็นเรื่องของการมีความหลากหลายของโมเดลในการให้บริการ”
 
กลายเป็นอีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าจับตามองในโลกการตลาดใบนี้....
 

The Era of Marketing Intelligence ธุรกิจยุคนี้ต้อง Smart / Speed / Solution

EV Game Changer แบรนด์จีนใส่สปีด รีดแรงม้าขึ้นแท่นผู้นำ

Silver Gen สูงวัยทรงพลัง ตลาดใหม่พลิกสู่ Blue Ocean

AI First หยุดไม่อยู่กับ AI ที่ไร้การควบคุม

Regenerative Future วิถีแห่งการฟื้นฟูโลก

Flexible Market Offering ตอบโจทย์ เหนือความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact