BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,283
VIEWS

ตามดู “Customer Disruption” กับ 7 เรื่องที่เปลี่ยนไป ของตลาดค้าปลีกไทย

ก.พ. 15, 2567 R.Somboon
ตลาดค้าปลีก ถือเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องสัมผัสกับผู้บริโภคโดยตรง ขณะเดียวกันก็เป็นตลาดที่ไว้ต่อความ เปลี่ยน แปลงค่อนข้างมาก ซึ่งในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมานี้เกิดระลอกคลื่นที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง ที่เป็น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็คือการได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540
 
ในครั้งนั้น เข้ามาสร้างแลนด์สเคปใหม่ให้กับตลาดค้าปลีกบ้านเรา โดยเฉพาะในมุมของการเข้ามาของเชนค้าปลีก ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่เข้ามาลงทุนเปิดร้านค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต จนสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อตลาด ค้าปลีกให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งในมุมของผู้ประกอบการค้าปลีกและซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า จนเกิดการปรับตัวครั้ง ใหญ่ของผู้เล่นเหล่านั้นอย่างที่เราทราบกันดี
 
ครั้งนั้นอาจจะรุนแรงแต่ไม่เท่ากับการเกิดขึ้นของดิจิทัล ดิสรัปชั่นในช่วง 10 ปีมานี้ ซึ่งผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้ กวาดต้อนผู้ประกอบการรายเล็กให้หายไปจากตลาดเหมือนเมื่อปี 2540 แต่มันได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า “Customer Disruption” ที่ทำให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ต้องให้ความสนใจและหันมามอง
 
เพราะการเกิดขึ้นของสิ่งที่ว่านี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปปิ้งครั้งใหญ่ของบ้านเรา ซึ่งผู้ประกอบการเอง ต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับการที่ตลาดค้าปลีกของบ้านเรา ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของตลาดค้าปลีกจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ไล่เลียงตั้งแต่
 
1.เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก Transaction สู่ Relation ในอดีตการทำ Transaction หรือการซื้อ – ขายในตลาดค้า ปลีกนั้น เมื่อเกิดการซื้อแล้วก็แทบจะจบกระบวนความ แต่ในยุคที่เรื่องของบิ๊กดาต้า กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการทำ ตลาดค้าปลีก ในมุมของการทำ Transaction จึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง


ทั้งนี้ก็เพราะมันคือการแท็กในเรื่องของพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำมาวิเคราะห์ และใช้ เป็นบิ๊กดาต้าในการกำหนดกลยุทธ์ที่จะสามารถเข้ามาตอบโจทย์พวกเขาได้อย่างดีเยี่ยม เรื่องของลอยัลตี้โปรแกรมต่างๆ จึงถูก ให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวเชื่อมต่อไปสู่ข้อมูลที่เป็นไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของนักช้อปได้เป็นอย่างดี
 
ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของระบบชำระเงินในรูปแบบต่างๆ ที่จะทำให้เข้าใจถึงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค จึงไม่แปลกที่ บรรดาแบงก์พาณิชย์ และเทค สตาร์ทอัพ ต่างแข่งกันทำในเรื่องดังกล่าวนี้ ซึ่งว่าไปแล้วรายได้จากค่าธรรมเนียมของการชำระ เงินแทบจะไม่มี แต่สิ่งที่ได้คือข้อมูลที่มีมูลค่ามหาศาล
 
การเข้าใจพฤติกรรมของนักช้อปผ่านบิ๊กดาต้านี้ ไม่เพียงแค่ทำให้รู้ถึงวิธีการที่จะกระตุ้นให้เขายังคงเข้ามาใช้บริการที่ ร้านค้าปลีกของตัวเองเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้น หรือสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าว่าครั้งต่อไปเขาจะช้อปอะไรจากไลฟ์สไตล์ที่ แท็กได้ในการใช้บริการของพวกเขาแต่ละครั้ง จึงไม่แปลกที่การทำค้าปลีกยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ
 
2.ตลาดค้าปลีกของบ้านเราก็เช่นเดียวกับโลกการตลาดที่เข้าสู่ยุค Marketing 5.0 ที่เป็นยุคของ “Age of Personalized Omni-channel Experiences” ที่มีเครื่องมืออย่างดาต้าเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน และเป็นอาวุธสำคัญในการ ทำตลาด โดยเฉพาะกับการเข้าไปตอบโจทย์ประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่สามารถสร้างให้ตรงกับใจของผู้บริโภคแต่ละคนแบบ Personalized ได้
 
Omni-channel Experiences นี้ จะถูกสร้างผ่านทุก Touchpoint ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช้อปหรือการ ซื้อสินค้า การจัดอีเวนท์ หรือแม้แต่เรื่องของการทำ Loyalty Program ที่จะเป็นอีกหนึ่งความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งดาต้าเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับการกำหนดกลยุทธ์ ที่ปัจจุบัน การทำตลาดแบบ One Size Fits For All แต่ต้องสามารถ ตอบโจทย์ผู้บริโภคแบบ Personalized ไม่เว่นแม้แต่เรื่องของการทำโปรโมชั่น หรืออีเวนท์ ที่ต้องเทเลอร์เมดไปตามไลฟ์สไตล์ ของลูกค้าในแต่ละโลเคชั่นที่สาขาของค้าปลีกตั้งอยู่
 
3. เกิดการสลับขั้วค้าปลีกกันที่ผู้ประกอบการค้าปลีกจะรับบทบาทเป็นซัพพลายเออร์ในการหาสินค้ามาขายในร้าน ค้าปลีกของตัวเอง และซัพพลายเออร์จะพลิกมารับบทเป็นร้านค้าปลีก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้แน่นอนว่าร้านค้าปลีกที่แข่งขันกัน รุนแรงอยู่แล้ว จำเป็นที่จะต้องสร้างความแตกต่างจากเรื่องของการนำเสนอสินค้าและการสร้างส่วนต่างของกำไรให้มีเพิ่มขึ้น
 
แต่สำหรับตัวซัพพลายเออร์เอง ไม่ใช่แค่เรื่องของการหาช่องทางต่อรองกับผู้ประกอบการค้าปลีก แต่ยังเป็นเรื่องของ การเข้าถึง และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคจากการซื้อสินค้าจริงที่สามารถนำกลับมาใช้ในการวางแผนเรื่องของการผลิต สินค้าได้เป็นอย่างดี


นอกจากนี้ ยังเป็นตัวช่วยในการคอนโทรลซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำคือการผลิต กลางน้ำหรือเรื่องของการจัดจำหน่าย และปลายน้ำที่เป็นร้านค้าปลีกอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากมองย้อนไปในอดีตเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว เรื่องของการผลิตจะเป็น หัวใจสำคัญ คือจะทำอย่างไรให้ผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำ ยุคถัดมาเป็นเรื่องของการจัดจำหน่าย และการ ตลาดที่จะทำอย่างไรให้สินค้าที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนมากสามารถกระจายไปได้อย่างทั่วถึง และถูกซื้อโดยลูกค้าเป้าหมาย
 
แต่สำหรับแนวโน้มต่อจากนี้ไปจะเป็นเรื่องของการเข้าสู่ปลายน้ำ คือร้านค้าปลีกที่ทำให้สามารถเข้าถึงพฤติกรรมการ ซื้อของลูกค้า จึงไม่แปลกที่ซัพพลายเออร์รายใหญ่ๆ อย่างบีเจซี เข้าไปซื้อบิ๊กซี หรือคาราบาวแดง มีทั้งคอนวีเนียนสโตร์ คือซีเจ เอ็กซ์เพรส และเชนร้านโชวห่วยอย่างถูกและดี รวมถึงสหพัฒน์ ที่เข้าไปร่วมทุนกับลอว์สัน เป็นต้น
 
4.จากช้อปปิ้งสู่การตอบโจทย์เรื่องของการใช้ชีวิต ซึ่งค้าปลีกที่เป็นศูนย์การค้า กำลังปรับแนวทางการทำตลาดของ ตัวเองไปที่ทิศทางดังกล่าว โดยเป็นผลมาจากการที่นักช้อปสามารถซื้อสินค้าจากที่ไหนก็ได้ ในทุกที่ทุกเวลา ผ่านทาง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั้งหลาย การที่จะดึงพวกเขาให้ยังคงออกมาที่ศูนย์การค้า จึงจำเป็นต้องมองอะไรที่มากกว่าแค่การ ช้อปปิ้ง
 
ทำให้แนวทางการสร้างคอมมูนิตี้ ที่เป็นไลฟ์สไตล์ ฮับ ของนักช้อปแต่ละกลุ่ม กลายเป็นแนวทางที่ถูกใช้กันอย่างแพร่ หลายผ่านการดีไซน์พื้นที่และมิกซ์ที่อยู่ในศูนย์ และการทำในเรื่องของคอนเทนต์หรืออีเวนท์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อดึงให้พวกเขา ยังคงเข้ามาที่ศูนย์การค้า
 
5.Blur the Line ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ Beyond ไปของนักช้อปในยุคนี้ ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้อง พยายามปรับตัวให้ทัน ซึ่งในปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการรูปแบบการช้อปปิ้งที่เป็น Blur the Line ซึ่งก็คือ การเดินช้อปโดยไม่มี เส้นแบ่งในศูนย์การค้าระหว่างส่วนที่เป็นช้อปปิ้งมอลล์กับดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ทำให้การดีไซน์ศูนย์การค้าในยุคนี้ ต้องทำให้พวก เขารู้สึกว่าสามารถเดินได้โดยไม่ต้องสะดุดเส้นแบ่งของทั้ง 2 ส่วนที่ว่านี้

รูปแบบของการช้อปที่ Blur the Line นี้ ในบางครั้ง ลูกค้าต้องการที่จะทำอะไรพร้อมๆ กันในทีเดียว เช่น การดูหนังสือ และกินกาแฟ หรือการต้องการให้สินค้าที่เกี่ยวข้องต่างๆ ถูกนำมาจัดไว้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น แผนสินค้าสตรี ไม่จำเป็นต้องแยก สินค้าที่เป็นสปอร์ตออกจากส่วนอื่นๆ เป็นต้น ทำให้เราได้เห็นการนำร้านกาแฟมาใส่ไว้ในช็อป หรือการดิสเพลย์สินค้าที่ตอบ โจทย์ไลฟ์สไตล์ แม้จะเป็นสินค้าคนละ Category แต่ก็ถูกจัดวางไว้ในส่วนเดียวกัน
        
ในอดีตการเดินภายในห้างสรรพสินค้าได้แบ่งแยกโซนชัดเจน เช่น พื้นที่บริการกับพื้นที่ขายสินค้า และในแต่ละชั้นได้ แบ่งแผนกตามประเภทสินค้า แต่ละชั้น แต่ละพื้นที่แบ่งสินค้า-บริการออกจากกัน เช่น บริการด้านการเงิน, สินค้าเทคโนโลยี, สินค้าแฟชั่น, ร้านหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียน, ร้านอาหาร – เครื่องดื่ม ฯลฯ  แต่การดีไซน์ในอนาคต พื้นที่ในห้างสรรพ สินค้า ร้านค้าต่างๆ จะทลายกรอบด้านการจัดโซนนิ่งแบบเดิมๆ ที่เคยเป็นมา และกลายเป็นการดีไซน์ที่เรียกว่า Blurring the Line นั่นคือไม่มีเส้นแบ่งการจัดโซนนิ่งสินค้า-บริการ-ประเภทร้านค้าอีกต่อไป สอดคล้องกับทิศทางกระแสการค้าโลกที่ะจะไม่มี เขตแบ่งกั้นพรมแดน
 
6.หากเราพูดถึงคู่แข่งตามนิยามของโลกธุรกิจยุคอะนาล็อกเรามักจะนึกถึงบริษัทคู่แข่งที่ขายสินค้าคล้ายๆ กับเรา แต่การเข้ามาของ Digital เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้พรมแดนการแข่งขันนั้นเบลอลงเรื่อยๆ 
ส่งผลให้คู่แข่งในปัจจุบันมีธรรมชาติที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ต้องเป็นคู่แข่งทางตรงในธุรกิจเดียวกัน ขายสินค้าเหมือน กัน กลายเป็นเราต้องแข่งกับธุรกิจอื่นที่เราไม่คาดคิดอย่าง Shopee Lazada  หรืออย่าง Netflix แต่เดิม Netflix นั้นจะเน้น Content ด้านบันเทิงที่เป็นคู่แข่งโดยตรงกับบริษัทร้านให้เช่าแผ่นหนังอย่าง Blockbuster แต่ต่อมา ธุรกิจคอนเทนต์ดิจิทัลของ Netflix ขยายตัวและหลากหลายมากขึ้น ทำให้ Netflix กลายเป็นคู่แข่งของสื่อบันเทิงอื่นๆ ทั้งทวี ช่องสารคดี โรงภาพยนตร์รวม ไปถึงศูนย์การค้าที่ถูก Netflix แย่งเวลาไปด้วย
 
หรืออีกตัวอย่างที่ใกล้ตัวก็คือบรรดาสถาบันการเงินแข่งกันพัฒนาเทคโนโลยี FinTech โดยไม่คาดคิดว่า Technology อย่าง Facebook Grab จะมาพัฒนา TechFin แย่งลูกค้าสินเชื่ออย่างเหลือเชื่อ
 
ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการช้อปปิ้ง ที่วันนี้คนไทยอาจจะเข้าถึงการซื้อสินค้าได้ง่ายบนความบันเทิงของแอปโชเชียล มีเดียอย่าง TikTok ซึ่งเป็นภาพสะท้อนที่ทำให้เห็นถึงการ Blur the Line ของค้าปลีกได้เป็นอย่างดี
 
7.ไม่ใช่แค่อีคอมเมิร์ซ แต่ต้องออมนิแชนแนล ความโชคดีของตลาดค้าปลีกบ้านเราก็คือการเข้ามาทรงอิทธิพลของ ค้าปลีกออนไลน์ เกิดขึ้นช้ากว่าในตลาดต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกที่อยู่ในโลกเดิมมีเวลาในการปรับตัวเพื่อรับ กับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
 
หนึ่งในรูปแบบของการปรับตัวที่เห็นพ้องต้องกันหมดก็คือนักช้อปไม่ได้ต้องการแค่ออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่ต้องการ  ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นการ Seamless กันของทั้งออฟไลน์หรือออนไลน์ที่เรียกว่า O2O ซึ่งผู้เล่นในตลาดค้าปลีกที่มี จุดแข็งในเรื่องของ Physical Platform อย่างกลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ การเข้าไปซื้อหุ้นในแกร็บ ประเทศไทย คือหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่จะเข้ามาช่วยในการเติมเต็มการให้ หรือการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าที่เป็นออมนิแชนแนล คือคำตอบที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
 
ทั้งหมดนั้น ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเข้ามาดิสรัปท์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง.....


สรุป 6 ความเปลี่ยนแปลง ของตลาดค้าปลีกไทย ในวันที่ผู้บริโภคเริ่มไม่เหมือนเดิม

ตามดู “Customer Disruption” กับ 7 เรื่องที่เปลี่ยนไป ของตลาดค้าปลีกไทย

จับตา “Customer Disruption” กับ 6 จุดเปลี่ยนตลาดค้าปลีกไทย

“เดอะมอลล์” วาง 7 กลยุทธ์ รับมือค้าปลีกยุค Customer Disruption

Customer Disruption เกี่ยวพันกับการปรับกลยุทธ์ ครั้งใหญ่ของห้างเซ็นทรัลอย่างไร อยากรู้ อ่านได้

“Customer Disruption” กับ 5 จุดเปลี่ยนค้าปลีกไทย แลนด์สเคปใหม่ที่น่าจับตามอง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact