BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,216
VIEWS

เรียนรู้กลยุทธ์ “Trade Up –Trade Down” ใช้อย่างไรถึงได้ผลดีที่สุด

ก.พ. 22, 2567 R.Somboon
สัจธรรมอย่างหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ “มีขึ้น ย่อมมีลง” ซึ่งไม่เพียงแค่ในโลกความเป็นจริงเท่านั้น แต่ในโลกของการตลาดก็น่าจะคุ้นเคยกันได้ดีกับคำว่า Trade Up และ Trade Down ซึ่งในความหมายของคำว่า Trade Up ก็คือการจูงใจด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้าที่ราคาสูงขึ้น หรือจำนวนชิ้นมากขึ้น
 
โดย “Trade Up” ในความหมายทางการตลาดนั้นก็คือหนึ่งในวีธีการสร้างยอดขายที่เติบโตแบบยั่งยืนจะมีทั้งที่เป็นการทำให้ลูกค้าประจำรายเดิมใช้จ่ายเงินกับสินค้าเราให้มากขึ้น ผ่านการทำให้ลูกค้า Consume สินค้าเรามากขึ้น หรือผ่านการทำให้ลูกค้าขยับไปซื้อสินค้ากลุ่มที่ราคาหรือมูลค่าสูงขึ้น


ตัวอย่าง เช่น เดิมทีลูกค้าจะใช้ผงซักฟอกที่เป็นสูตรธรรมดาเป็นหลัก ต่อเมื่อผู้เล่นในตลาดนี้ โดยเฉพาะผู้นำตลาดอย่างบรีส จากค่ายยูนิลีเวอร์ มีการออกผงซักฟอกสูตรเข้มข้นมาทำตลาดที่มีราคาขายต่อหน่วยมากกว่าผงซักฟอกสูตรธรรมดา แต่มีประสิทธิภาพในการซักผ้าดีกว่า โดยใช้สินค้าเพียงเล็กน้อย
 
การเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เพื่อยกระดับการใช้สินค้าจากผงซักฟอกสูตรธรรมดามาเป็นสูตรเข้มข้นจึงเกิดขึ้น และเมื่อบรีสมีการออกผลิตภัณฑ์แบบลิควิดหรือสูตรน้ำมาทำตลาด จึงมีการยกระดับการใช้อีกครั้งจากผงซักฟอกสูตรเข้มข้นมาสู่การใช้น้ำยาซักผ้าแทน ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมส่งผลต่อการเติบโตเพิ่มขึ้นของตลาด โดยเฉพาะในแง่ของมูลค่า
 
โดยการเผชิญกับภาวะอิ่มตัวของตลาด หรือที่เรียกว่าตลาดเข้าสู่ช่วง Maturity ทำให้นักการตลาดต้องหาวิธีการผลัก ดันให้สินค้าของตัวเองยังคงมีการเติบโต และวิธีหนึ่งก็คือการ Trade Up การใช้ ไปสู่สินค้าในระดับที่พรีเมียม เพื่อสร้างการเติบโตในแง่ของแวลู่
 
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาเราจะคุ้นเคยกับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคผ่าน 2 เรื่องหลักๆ นั่นคือ Need ซึ่งจะหมายถึงความต้องการขั้นพื้นฐาน หรือความจำเป็นที่จะต้องใช้หรือบริโภค ซึ่งเป็นขั้นแรกที่ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกว่าต้องการสินค้าหรือบริการเพื่อมาตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิต เช่น ความต้องการด้านปัจจัย 4, ต้องการความปลอดภัย ต้องการความสะดวกสบาย เป็นต้น


ส่วนคำที่ 2 คือ Want จะเป็นความต้องการอีกขั้นของผู้บริโภค นั่นคือความต้องการหรือความอยาก ส่วนใหญ่จะมองในด้านอารมณ์ ที่หลังจากที่ผู้บริโภคมีความต้องการมาจากขั้น Need มาแล้วก็จะข้ามมาสู่ขั้นของ Want ที่เกิดความรู้สึกอยากได้สินค้าหรือบริการที่ต้องการความเจาะจงรายละเอียดมากขึ้น โดยอาศัยปัจจัยทั้งภายในและภายนอกเข้ามาส่งผลต่อความต้องการนั้น ทำให้เกิดความอยากที่แตกต่างกันของแต่ละคน
 
ในส่วนนี้จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเทรนด์ในเรื่องของการ Trade Up ทำให้เราได้เห็นภาพที่เปลี่ยนไปของการตัดสินใจซื้อสินค้าของคนไทย โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในส่วนของการซื้อสินค้ากลุ่ม FMCG โดยการยกระดับการใช้สินค้าของคนไทยนั้น มีปัจจัยสนับสนุนทั้งที่มาจากตัวผู้บริโภคเองที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการใช้สินค้า หลังจากที่มีประสบการณ์เดิมๆ จนเขาคิดว่าต้องมองหาอะไรใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น
 
รวมทั้งการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งจากโครงสร้างทั้งสังคม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้โลกแคบลง จนผู้บริโภคชาวไทยได้มองเห็นในสิ่งที่เปลี่ยนไปของโลกจนเรียกร้องหาประสบการณ์ใหม่ๆ
 
ส่วนคำว่า Trade Down นั้น จะมีความหมายตรงกันข้ามกับ Trade Up คือการที่ลูกค้าซื้อสินค้าที่ราคาต่ำลง หรือจำนวนชิ้นน้อยลง ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่ตั้งใจ มักเกิดจากการเล่น Promotion ด้วยราคาลึก แล้วทำให้ลูกค้ายึดติดกับราคาดังกล่าวจนกลายเป็นเรื่องเคยชินไปเลย


เหตุผลที่ทำให้เกิดการ Trade Down นั้นจะมาจากการที่ผู้บริโภคใช้สินค้าแล้วเกิดความรู้สึกว่าไม่เห็นผลตามที่แบรนด์สินค้าสื่อสารออกมา หรืออาจจะเกิดจากภาวะกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีลดลงจนเงินในกระเป๋ามีไม่มาก ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ทำให้ต้องหันไปซื้อสินค้าที่ราคาถูกลงโดยยอมรับคุณภาพของสินค้านั้นๆ ได้
 
ส่วนอีกเหตุผลที่เป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากก็คือ การเล่นโปรโมชั่นด้วยกลยุทธ์การลดราคาลงอย่างมากจนทำให้ผู้บริโภคติดราคาจากโปรโมชั่นที่ทำออกมาจนกลายเป็นเรื่องคุ้นชิน
 
โดยรวมก็คือการ Trade Down ของลูกค้านั้นจะหมายถึงการที่ลูกค้าซื้อสินค้าเราน้อยลง หรือขยับไปซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลงจากที่เคยใช้ ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมไม่ส่งผลดีต่อการทำตลาด
 
เพราะฉะนั้นแล้ว การเลือกใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นด้านราคา จึงกลายเป็นดาบ 2 คม ที่แน่นอนว่า อาจจะช่วยเพิ่มยอด ขายในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็อาจจะเป็นการทำให้เป็นการสร้างความเคยชินให้เกิดขึ้นกับลูกค้าก็ได้....

ลาซาด้า ตอบรับเทรนด์ “Trade Up” ยกระดับการช้อปปื้งเน้นสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างด้วย Lazada EXCLUSIVE

เรียนรู้กลยุทธ์ “Trade Up - Trade Down” สัมพันธ์กับกำลังซื้ออย่างไร ใช้แบบไหนถึงได้ผลดีสุด

เรียนรู้ 6 วิธี ที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่าย แม้จะควักเงินแพงขึ้นก็ตาม

ทำความรู้จัก “Trade Up” กลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อแลกกับสิ่งที่มองว่าดีที่สุดสำหรับเขา

เรียนรู้กลยุทธ์ “Trade Up –Trade Down” ใช้อย่างไรถึงได้ผลดีที่สุด

“Trade Up” เทรนด์ที่กำลังโตวันโตคืน ตอบโจทย์รสนิยมคนรุ่นใหม่

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact