BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,924
VIEWS

“จากพิซซ่าถึงเบอร์เกอร์” ทำโปรโมชั่น “ราคา” อย่างไร ไม่ให้กระทบกับแบรนด์

พ.ค. 30, 2567 R.Somboon
การเลือกให้ความสำคัญกับการวาง P แต่ละตัวที่เกี่ยวข้องกับมาร์เก็ตติ้ง มิกซ์ ส่วนใหญ่จะดูว่าเมื่อตลาดอยู่ในภาวะดีๆ P ตัวที่ 1 หรือ Product จะเข้ามามีบทบาท และถูกเลือกวางน้ำหนักไว้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อจะทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถทำโปรดักต์ให้ออกมาเพียงพอกับความต้องการของลูกค้า
 
และเมื่อตลาดอยู่ในภาวะดีมากๆ P ที่ถูกโฟกัสหรือให้น้ำหนักจะอยู่ที่ P ตัวที่ 3 หรือเรื่องของการจัดจำหน่าย เพื่อให้สามารถผลักดันสินค้าของเราให้เข้าถึงมือผู้บริโภคที่มีความต้องการกระจายอยู่เป็นจำนวนมากให้ได้ทั่วถึง หรือครอบคลุมมากที่สุด เราจึงได้เห็นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เมื่อสินค้าเริ่มติดตลาดหรือเป็นที่ต้องการของลูกค้ามากขึ้น
 
แต่ถ้าตลาดแย่ P ตัวที่ 4 คือเรื่องของโปรโมชั่นจะเข้ามามีบทบาท โปรโมชั่นในที่นี้จะถูกเลือกใช้เครื่องมือในการส่ง เสริมการขายที่เป็นการลด แลก แจก แถม เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในภาวะที่กำลังซื้อไม่ดีนัก
 
สุดท้ายแล้ว ถ้าตลาดอยู่ในภาวะแย่มากๆ กลยุทธ์ด้านราคาจะถูกใช้เป็น P สำคัญ เพื่อดึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ควักออกมาค่อนข้างยาก เนื่องจากมีเงินในกระเป๋าจำกัด พวกเขาจึงต้องการสินค้าที่คุ้มค่ากับเงินที่ควักออกมา ซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่าการเลือกใช้กลยุทธ์ด้านราคา
 
จนบางครั้งเราอาจได้เห็นการเปิดสงครามราคาขึ้นของคู่แข่งขันที่แข่งอยู่ในตลาดเดียวกัน ตัวอย่างล่าสุดก็คือการเปิดสงครามโปรโมชั่นราคาในตลาดพิซซ่า มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ของเดอะพิซซ่า คอมปะนี ที่เปิดตัวแคมเปญพิซซ่า ถาดกลางในราคา 99 บาท จนทำให้คู่แข่งอย่างพิซซ่า ฮัท ต้องเปิดเกมตามด้วยการจัดโปรพิซซ่า ถาดกลางราคา 98 บาท ซึ่งแม้จะลดต่ำกว่าแค่ 1 บาท แต่ก็เป็นการลดราคามากกว่าอยู่ดี
 
แคมเปญดังกล่าวนี้ ไม่ใช่แคมเปญแรกที่เล่นกันหนัก ก่อนหน้านั้นเดอะพิซซ่าเองก็มีการทำโปร 1 แถม 1 ทุกหน้า     ทุกขอบ เริ่มต้นเพียง 279 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 - 31 พ.ค. 67 ซึ่งเป็นการเล่นแคมเปญโปรโมชั่นในรูปแบบนี้แบบต่อเนื่อง หลังจากที่โปร 1 แถม 1 นี้เป็นซิกเนเจอร์ แคมเปญ ที่ถูกจัดตลอดเดือนมีนาคมของทุกปี


ถามว่า ทำไมถึงมีการอัดโปรโมชั่น โดยเฉพาะโปรโมชั่นที่ลดราคาเหลือ 99 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการเล่นราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับโปร 1 แถม 1
 
คำตอบก็คือเดอะพิซซ่า คอมปะนี ในฐานะผู้นำตลาดต้องเล่นบทผู้นำในการเข้ามากระตุ้นกำลังซื้อของลูกค้าในภาวะที่ตลาดไม่เป็นใจจากผลกระทบของเศรษฐกิจ จนผู้บริโภคไม่มีมู้ดหรืออารมณ์ในการจับจ่าย ซึ่งแน่นอนว่า การนำกลยุทธ์การลดราคาที่มองยังไงก็แทบไม่เหลือกำไรอย่างโปรลดราคาถาดกลางเหลือ 99 บาทมาเล่น จึงน่าจะสร้างอารมณ์ร่วมต่อแคมเปญที่ทำได้เป็นอย่างดี ผลก็คือได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม แม้จะติดปัญหาเรื่องการบริหารซัพพลายเชนของสินค้ารวมถึงการให้บริการไปบ้าง แต่ก็ยังถือว่าคุ้ม หากมองในแง่ของการรีเทิร์นกลับมาในเรื่องของยอดขายและแบรนด์
 
แน่นอนว่า น่าจะช่วยเมคชัวร์ในเรื่องของการทำยอดขายที่จะส่งผลต่อภาพรวมของยอดขายตลอดทั้งปีได้ไม่มากก็น้อย
 
สิ่งที่น่าสนใจก็คือการเลือกใช้ชุดกลยุทธ์ที่เป็นมาร์เก็ตติ้ง มิกซ์นั้น สินค้าแต่ละประเภทอาจจะเลือกวางแบบลงตัวโดยไล่ไปในแต่ละ P ซึ่งการเลือกว่าแต่ละ P จะออกมาอย่างไรนั้น จะมีปัจจัยในเรื่องของ 2C คือ Consumer Behavior หรือพฤติกรรมของผู้บริโภค และ Competitor หรือคู่แข่งขัน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดด้วยว่าจะเลือกวางกลยุทธ์ใน P แต่ละตัวอย่างไร และนั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พิซซ่า ฮัทต้องเปิดเกมสู้ด้วยการลดราคาลงเหลือ 98 บาท
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผู้เล่นที่อยู่ในตลาด QSR ด้วยกัน อย่างเบอร์เกอร์คิง กระโจนเข้ามาเล่นแคมเปญลดราคาเบอร์เกอร์เหลือชิ้นละ 29 บาท ในวันที่ 29 พ.ค.ซึ่งเป็นการสร้าง Gimmick ได้อย่างน่าสนใจ โดยเป็นแคมเปญราคาที่ทำแค่วันเดียว เหมือนที่แบรนด์พิซซ่าทั้ง 2 รายทำไปก่อนหน้านั้น
 
การเล่นโปรโมชั่น รวมถึงการใช้กลยุทธ์ด้านราคาอย่างต่อเนื่องนั้น อาจถูกมองว่า ไม่ใช่การดำเนินกลยุทธ์ที่ถูกต้องมากนัก เพราะหากใช้เครื่องมือตัวนี้บ่อยๆ ผลเสียที่ตามมาจะมีมากมาย ทั้งในแง่ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการสร้างพฤติกรรมที่ทำให้ลูกค้าเคยชินกับการลดราคา คือถ้าไม่ลดราคาก็จะไม่ตัดสินใจซื้อ หรือจะตัดสินใจซื้อ เมื่อได้เห็นแคมเปญด้านราคาที่ถูกใจเท่านั้น


แต่การทำโปรโมชั่น หรือการเล่นราคาในปัจจุบันจะใช้แบรนด์เป็นตัวขับเคลื่อนมากกว่าการใช้โปรโมชั่นเป็นตัวนำ โดยมองเรื่องสิ่งที่แบรนด์ได้กลับมา นอกเหนือจากเรื่องของยอดขาย ทำให้เราได้เห็นการนำ Value มานำเสนอให้ลูกค้า มากกว่าแค่การทำโปรโมชั่นธรรมดา
 
เช่นเดียวกันกับการมองว่าแม้จำเป็นต้องลดราคาจนแทบจะไม่เหลือกำไร แต่ก็มองถึงเรื่องของการนำค่าการขายเหล่านั้น มาหักด้วยค่าการตลาดที่ต้องเสียไป เมื่อหักกลบกันแล้ว สิ่งที่แบรนด์ได้กลับมาน่าจะคุ้มค่าที่ต้องเสียไป
 
อย่างกรณีของโปร 99 บาท ในช่วงที่ผ่านมา Wisesight Research ได้เก็บข้อมูลของทั้ง 3 Campaign ตั้งแต่วันที่ 20-23 พฤษภาคม 2567 พบว่า ในส่วนของเดอะพิซซ่า คอมปะนี มีการพูดถึงโดยรวมกว่า 63,394 Messages ได้รับเอ็นเกจเม้นต์รวมกว่า 1,013,028 ครั้ง ซึ่งการพูดถึงจากผู้คนบนโซเชียลมีเดียเป็น Positive 3,567 Message Negative 2,659 Message โดยที่ การพูดถึงด้าน Positive เป็นการชื่นชม และชื่นชอบในตัวโปรโมชันที่คุ้มค่าไม่เคยเห็นมาก่อน จนทำให้ผู้คนสนใจและแห่ไปซื้อกันอย่างล้นหลาม
 
ส่วนด้านของ Negative จะพูดถึงเรื่องของการจัดการในเรื่องต่อแถวซื้อที่แถวยาว และแสดงความสงสารต่อพนักงานหน้าร้านเพราะงานเยอะขึ้น รวมถึงเรื่องคุณภาพของสินค้ากลับลดลง เช่น พิซซ่าไหม้ หรือแป้งไม่สุก
 
ขณะที่ของพิซซ่า ฮัทมีการพูดถึงโดยรวมกว่า 50,008 Messages ได้รับเอ็นเกจเม้นต์รวมกว่า 602,277 ครั้ง ซึ่งการพูดถึงจากผู้คนบนโซเชียลมีเดียเป็น Positive 2,091 Message Negative 1,808 Message โดยที่การพูดถึงด้าน Positive เป็นเรื่องของความชื่นชอบที่ทำโปรโมชั่นออกมาแข่งทำให้ผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์ บางความเห็นบอกว่าตกหล่นจากการสั่งซื้อของเดอะพิซซ่า คอมปะนี  ทำให้มาซื้อของพิซซ่า ฮัททดแทน
 
ส่วนในด้านของ Negative พูดถึงในด้านของการจัดการเช่นเดียวกันทั้งในเรื่องของระบบสั่งอาหารล่ม  หรือพูดถึงความไม่คุ้มค่าเพราะลดราคามาแค่ 1 บาทจากของเดอะพิซซ่า คอมปะนี แน่นอนว่า การทำโปรโมชั่นแรงๆ แบบนี้ การบริหารความพึงพอใจจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไปไม่ได้


บางครั้ง การทำโปรที่แรงๆ นั้น มีวิธีการที่สามารถจะเปลี่ยนจากแค่การเล่นลกยุทธ์ราคา มาสู่การสร้าง Value ให้กีบแบรนด์ได้ อย่างล่าสุด กับการยิงแคมเปญด้านราคาต่อเนื่องออกมาของพิซซ่า ฮัท หลังการเปิดสงครามลดราคาเหลือ 98 บาท
 
แคมเปญที่ว่าก็คือ แคมเปญ “ฮัทคนละครึ่ง” โปรคุ้มสุดปิ๊ง เพื่อความสุขยิ่งขึ้น เมื่อลูกค้าสั่งพิซซ่าถาดใหญ่ หนานุ่มหรือบางกรอบ ทุกหน้า ทุกหมวด ไม่ว่าจะเป็นหมวดเลิฟเวอร์ ดีลักซ์ สุพรีม ซีฟู๊ด อิ่มอร่อยจุกๆ พร้อมรับส่วนลดทันที 50% ราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท (จากปกติ 399 บาท) เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม – 19 มิถุนายน 2567 เท่านั้น  แถมค่าส่งถูกสุดแค่ 5 บาท เมื่อสั่งผ่านแอป Pizza Hut หรือ โทร 1150 และผ่านเว็บไซต์ www.pizzahut .co.th ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567
 
ดูผิวเผินแล้ว มันเหมือนเป็นแคมเปญลดราคา 50% ซึ่งก็คล้ายๆ กับการทำโปร 1 แถม 1 ตามปกติ แต่พิซซ่า ฮัท เลือกที่จะเล่นกับอารมณ์ของคนซื้อด้วยเมสเสจที่น่าสนใจก็คือ การช่วยออกค่าพิซซ่าให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการช่วงชิงภาพของการเป็นแบรนด์ที่เข้าใจภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ลดลงของผู้บริโภคที่กำลังเผชิญอยู่ในเป็นอย่างดี โดยสื่อสารออกมาว่า ช่วยออกค่าพิซซ่าให้ 50% ซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อยสำหรับการใช้ลูกเล่นนี้ที่แน่นอนว่า ย่อมส่งผลสะท้อนกลับมาที่ตัวแบรนด์
 
อย่างไรก็ตาม การเล่นเรื่องราคานั้น แม้บางครั้งจะขาดทุนแต่ก็เป็นการขาดทุนที่ต้องยอมแลก เพื่อให้ได้กลับมาเป็นยอดขายจากสินค้าตัวอื่นๆ ที่มีกำไรมากกว่า และเมื่อหักกลบกันแล้ว ทำให้สิ่งที่ยอมขาดทุนไป ถัวเฉลี่ยแล้วกลับมีตัวเลขที่สามารถทำกำไรได้
 
ในแวดวงการตลาดเรียกกลยุทธ์ในรูปแบบนี้ ว่า Loss Leader ซึ่งเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมที่ร้านค้าปลีกที่เน้นการใช้         กลยุทธ์ด้านราคาเป็นตัวดึงผู้บริโภค
 
Loss Leader Pricing ก็คือกลยุทธ์การตั้งราคาแบบล่อตาล่อใจ ด้วยการใช้การลดราคาสินค้าอย่างมากในระดับเท่าทุนหรือขาดทุน เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้เข้ามาในร้านด้วยราคาดังกล่าว และใช้โอกาสดังกล่าวในการเสนอขายสินค้าหรือบริการอื่นที่มีกำไรสูง
 
กลยุทธ์นี้นิยมใช้กันอย่างมากในร้านค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่นิยมตั้งราคาขายสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค อาทิ สินค้าในกลุ่ม Commodity Product อย่างน้ำตาล น้ำปลา ที่หลายครั้งมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาแบบล่อตาล่อใจ เพื่อดึงให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าตัวอื่นๆ ที่มีกำไรมากกว่านั่นเอง
 
เป็นการเล่นเรื่องราคาที่ได้บทสรุปออกมาว่า ไม่เจ็บตัว แถมแบรนด์เองยังไม่ต้องควักเนื้ออีกด้วย....


“เดอะพิซซ่า คอมปะนี” ปรับเกมอย่างไร ให้สอดรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า

จาก 1 แถม 1 ของเดอะพิซซ่า คอมปะนี ถึง “ชิ้นที่สอง 1 บาท” ของร้านวัตสัน โปรโมชันที่สร้างภาพจำให้เป็น “ซิกเนเจอร์ของแบรนด์”

ใครยังโทรสั่งพิซซ่า ยกมือขึ้น!!!! เดอะพิซซ่า คอมปะนี ชี้ ลูกค้าส่วนใหญ่สั่งผ่านแอป พร้อมยกระดับเบอร์ 1112 สู่การเป็น Customer Service Center

“เดอะพิซซ่า คอมปะนี” มียอดขายโตสวนทางตลาดได้ เพราะไม่ได้เป็นแค่ร้านขายพิซซ่า แต่ก้าวสู่การเป็น Western Restaurant Destination

“เดอะพิซซ่า คอมปะนี” เล่นบท The Game Changer ในตลาด QSR ปั้นสาขาเมืองรองให้เป็น Destination ของลูกค้า

“จากพิซซ่าถึงเบอร์เกอร์” ทำโปรโมชั่น “ราคา” อย่างไร ไม่ให้กระทบกับแบรนด์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact