หากมองเข้ามาที่ข้อมูลของยูโรมอนิเตอร์ มีการประมาณการมูลค่าธุรกิจร้านอาหารทั้งปี 2566 ว่า น่าจะอยู่ที่ 4.35 แสนล้านบาท โดยมูลค่าของอาหารประเภท QSR หมวด Heavy Food ที่ประกอบไปด้วย ไก่ทอด เบอร์เกอร์ และพิซซ่าจะอยู่ที่ประมาณ 45,900 ล้านบาท โดยมีไก่ทอดเป็นตลาดที่ใหญ่สุด มีมูลค่า 26,500 ล้านบาท คิดเป็น 57.8% ของกลุ่ม QSR ตามมาด้วยเบอร์เกอร์ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 10,500 ล้านบาท และพิซซ่ามูลค่า 8,900 ล้านบาท
ตลาดอาหารประเภท QSR หมวด Heavy Food นั้น ถือเป็นเซ็กเม้นต์ที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของธุรกิจอาหารของบ้านเรา อาจจะเป็นรองแค่ตลาดร้านอาหารประเภทสตรีทฟู้ด แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือผู้เล่นรายใหญ่ๆ แต่ละราย ต่างก็มีการบุกทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ผู้บริโภคชาวไทยมีการบริโภคอาหารประเภท QSR ในความถี่ที่มากขึ้น
โดยเฉพาะกับการขยายสาขาเข้าไปในหัวเมืองรอง และในระดับอำเภอที่เป็นเทียร์ 2 หรือเทียร์ 3 เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างกรณีของเคเอฟซี ที่มีการกำหนดกลยุทธ์ในการขยายสาขาที่ชัดเจนว่าจะให้ความสำคัญกับการขยายสาขาเข้าไปในอำเภอที่เป็นเทียร์ 2 และ 3 อย่างพื้นที่ในอำเภอรองๆ ของต่างจังหวัด
เป็นการมองว่า เคเอฟซีเป็นแบรนด์ที่มี Penetration หรือการเข้าถึงลูกค้าได้สูงสุดในบรรดาแบรนด์ร้านอาหาร QSR ที่มีอยู่ในประเทศไทย โดยสิ่งที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้ไก่ทอดแบรนด์นี้สามารถเข้าถึงลูกค้าหน้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องก็คือการมีโมเดลสาขาที่ค่อนข้างยืดหยุ่น และสามารถปรับใช้กับการขยายเข้าไปในแต่ละโลเคชั่นได้
โดยการขยายสาขาเข้าไปในพื้นที่ของอำเภอรองๆ หรือที่เรียกว่า พื้นที่ในเมืองที่เป็นเทียร์ที่ 2 และ 3 นั้นจะมีทั้งรูปแบบของการขยายเข้าไปเปิดในปั๊มน้ำมันในระดับอำเภอขนาดไม่ใหญ่นัก อย่างที่ผ่านมา ซีอาร์จี 1 ใน 3 ผู้ได้รับสิทธิ์ในการทำตลาดก็มีการเข้าไปเปิดในอำเภอบ้านแพงของจังหวัดนครพนม อำเภอมัญจาคีรี ขอนแก่น อำเภอจอมบึง ราชบุรี และที่ตำบลลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น
การขยายสาขาในรูปแบบดังกล่าวไม่เพียงแต่จะเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังทำให้ร้านเคเอฟซีกลายเป็นดัชนีวัดความเจริญของอำเภอนั้นๆ ไปแล้ว เหมือนกับก่อนหน้านั้นในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่เพียงเท่านั้น ร้านเคเอฟซียังกลายเป็นจุดนัดพบสำคัญของคนที่อยู่ในอำเภอนั้นๆ ไปแล้ว
การขยายสาขาของเคอฟซีเข้าสู่อำเภอเทียร์ 2 หรือ 3 ส่วนหนึ่งอาจจะมองเรื่องของการสร้างให้เป็นเน็ตเวิร์คในการเข้าถึงลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นการ Penetrate ให้ตลาดมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น

นอกจากเรื่องของการขยายฐานการบริโภคอาหารกลุ่ม QSR ให้เติบโตมากขึ้น ด้วยการเจาะเข้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคหน้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการใช้บริการแล้ว การรุกเข้าไปทำตลาดในเมืองรองของเดอะพิซซ่า คอมปะนี ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
โดยเฉพาะกับการเข้าไปเปิดสาขาในจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นการต่อยอดกลยุทธ์ The Game Changer ด้วยการเดินหน้าขยายสาขาทั่วประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดสาขาแห่งนี้ ไม่เพียงแค่การมองถึงการสร้างเน็ตเวิร์คเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในเมืองรองเท่านั้น แต่ยังเป็นการพลิกเกมด้วยการสร้างให้สาขานี้เป็น Destination ในเขตภาคเหนือในรูปแบบของการสร้างให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่มีเรื่องของการท่องเที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
“เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สาขาเมืองแป้” ถือเป็นแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกที่จังหวัดแพร่ ที่ถูกดีไซน์ร้านให้ออกมาในสไตล์เรือนขนมปังขิงแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการตกแต่งสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์น มาพร้อมความพิเศษของเมนูซิกเนเจอร์ท้องถิ่นที่มีเฉพาะสาขานี้เท่านั้น
รวมถึงการใช้ผ้าม่อฮ่อมเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ในเครื่องแต่งกายพนักงานและการบริการด้วยภาษาเมือง โดยคาดว่าการเปิดสาขาใหม่ในจังหวัดเมืองรองจะสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าและช่วยกระตุ้นฐานผู้บริโภคในภาคเหนือเพิ่มขึ้น
ถือเป็นอีกการส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการใหม่ๆ ให้กับลูกค้าที่แน่นอนว่านอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขายจากลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ แล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่การสร้าง Engagement เพื่อปูทางไปสู่การสร้างกลุ่มก้อนของคนรักแบรนด์เดอะพิซซ่า คอมปะนีในระยะยาวอีกด้วย

ปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า เดอะ พิซซ่า คอมปะนี มุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดพิซซ่า ด้วยการเดินหน้าขยายสาขาเจาะกลุ่มจังหวัดเมืองรองอย่างจังหวัดแพร่ ที่มาด้วยรูปแบบแฟลกชิพสโตร์ในสไตล์เรือนขนมปังขิงแห่งแรกในเมืองไทย มุ่งสร้างการจดจำแบรนด์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ผ่านเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากการนำสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาออกแบบร้านให้มีความพิเศษและแตกต่างจากสาขาอื่น ๆ ที่เคยมีมา
นอกจากเรื่องของการดีไซน์ร้านที่ดูโดดเด่นแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการสร้างองค์รวมของร้านให้ออกมาในแนวทางเดียวกัน อย่างการมีเมนูเฉพาะที่หาทานได้ที่สาขาเมืองแป้เท่านั้น รวมถึงการบริการแบบพื้นเมือง เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าที่เป็นคนท้องถิ่นตลอดจนผู้คนในจังหวัดใกล้เคียงได้มาสัมผัสกับบรรยากาศร้านพิซซ่าสไตล์ล้านนาแท้ๆ ซึ่งเดอะพิซซ่าตั้งเป้าว่าเรือนขนมปังขิงจะเป็นการยกระดับโมเดลร้านพิซซ่าให้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของโซนภาคเหนือที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ได้อีกด้วย
“นับเป็นอีกความท้าทายของแบรนด์ ในการสร้างการจดจำมิติใหม่ให้กับผู้บริโภค โดยเชื่อมั่นว่าการเปิดสาขาเมืองแป้ครั้งนี้จะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นยอดขายโดยรวมให้เติบโตเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับยอดขายจากร้านรูปแบบเดิมในปี 2566 นอกจากนี้ยังมั่นใจว่า เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สาขาเมืองแป้จะกลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์รวมของทุกครอบครัวของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมให้คนในประเทศและชาวต่างชาติเห็นถึงความงดงามนี้ผ่านการเข้ามารับประทานอาหารและเช็กอินสร้างการรับรู้ไปยังวงกว้าง ซึ่งเป็นความตั้งใจของแบรนด์ที่ไม่เพียงแต่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม แต่ยังครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เมืองใหญ่ไปจนถึงเมืองรอง”

ตลาดร้านอาหารประเภท QSR ถือเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่คือประมาณ 45,900 ล้านบาท การเติบโตของตลาดนี้ ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในปีนี้ถูกมองว่าการเติบโตน่าจะมีตัวเลขหลักเดียว แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือความพยายามในการขยายฐานการบริโภคของตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ รวมถึงการดึงลูกค้ากลุ่มเก่าให้มาใช้บริการมากขึ้น โดยทำผ่านทั้งการใช้กลยุทธ์ราคาที่ทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย อย่างไก่ทอดที่มีราคาเริ่มต้นที่ 59 บาท
หรือการใช้โมเดลการขยายสาขาในฟอร์แมตที่หลากหลายออกไป ทั้งสาขาในช้อปปิ้งมอลล์ สาขาสแตนด์อะโลน ไดรฟ์ทรู หรือสาขาในสถานนีบริการน้ำมัน รวมถึงล่าสุด สาขาในรูปแบบคีออสที่แต่ละรูปแบบของสาขาจะตอบโจทย์โอกาสในการบริโภคที่แตกต่างกันออกไป
ขณะที่การขยายสาขาในรูปแบบที่เดอะพิซซ่า คอมปะนีทำออกมาล่าสุดนั้น ถือเป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ เพราะนอกจากการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ แล้ว ยังเป็นการส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง ขณะเดียวกันยังเป็นการมองถึงการส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปจากที่เคยมีมา
เป็นอีกรูปแบบของการขยายฐานของตลาดที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว....