สอดคล้องกับ “Advolution” ธีมของงาน DAAT DAY 2024 ร่วมกันตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับความเร็วมากไปหรือไม่? ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ถูกกดทับด้วยเทคโนโลยีหนักเกินไปหรือเปล่า จนไม่เกิดการบาลานซ์ของสมองซีกซ้ายและขวา กระบวนการผลิตสื่อก็เช่นกัน เป็นศาสตร์ของการผสาน AdTech กับ MarTech ถ่ายทอดผลงานที่สร้างสรรค์แต่ภายใต้เวลาอันรวดเร็ว เพื่อตามความต้องการของผู้บริโภคให้ทัน
อย่างไรก็ตาม ความสนใจที่มีต่อโฆษณา ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้บริโภคเช่นกัน อย่างช่วงนี้ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยยังไม่ค่อยดี การจับจ่ายใช้สอยไม่ค่อย Flow แต่ก็ไม่ได้ลดลง ครึ่งปีหลังเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินมากขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีก พบว่าการแข่งขันสูงมาก หลายแบรนด์ต้องปรับเป็น Omnichannel มากขึ้น ในกลุ่ม FMCG / Personal Products
ดังนั้นการทำโฆษณาก็จะต้องลงในแพลตฟอร์มและสร้างสรรค์ในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายของฐานลูกค้า (รูปแบบโฆษณาก็จะปรับตามลักษณะของแพลตฟอร์มนั้น ๆ)
พฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์แยกตาม Generationภาพรวม: สื่อดิจิทัลเป็นสื่อหลักในการเข้าถึงทุก Generation แต่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็จะเข้าถึงกลุ่มที่แตกต่างกันออกไป ในแง่การตลาด ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมคนที่แตกต่างกันออกไป
- Gen X เป็นเดอะแบก แบกทุกอย่างไว้ และเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่ต้องแบกรับภาระ จะมีความกังวลเยอะ ดังนั้นคอนเทนต์ที่ดีต้องเน้นความรู้สึกมากหน่อย สื่อที่ใช้ได้ผลคือ Facebook, ต้องให้ข้อมูล หรือ เน้น Informative มากๆ
- Gen Y ใช้ชีวิตกับออนไลน์มากที่สุด มีอิทธิพลมากในการขับเคลื่อนธุรกิจ เข้าถึงทุกแพลตฟอร์ม เช่น Instagram, Facebook, Line, YouTube เน้นการใช้ชีวิตให้มีความสุข Work Life Balance เน้นหาความสุข และมีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตแบบคนเดียว ให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้น แบรนด์ต้องนำเสนอเรื่องนี้มากขึ้น
- Gen Z เป็นกลุ่มที่นิยม TikTok มากที่สุด, เป็นกลุ่มที่ชอบแสดงความคิดเห็น แสดงออกสิ่งที่แสดงออกตัวตน เช่น การเข้าชาเล้นจ์ต่าง ๆ , กลุ่มนี้อินฟลูเอนเซอร์จะมีอิทธิพลสูงสามารถสร้าง Awareness ได้
- Gen Alpha จะภาษาที่แตกต่างจากภาษา Gen อื่นใช้, สมาธิสั้น ชอบเสพสื่ออะไรไวๆ สั้นๆ, การเข้าถึงต้องเน้นที่ KOL หรือคีย์ อินฟลูเอนเซอร์
เทรนด์ Digital Marketing- COVID-19 ทำให้แบรนด์ต้องหันมาเน้นเรื่องยอดขาย แต่ตอนนี้เทรนด์กลับมาที่การสร้างแบรนด์มากขึ้น
- Brandformance แบรนด์ไหนที่ยังโฟกัสเรื่องแบรนด์ จะเอนจอยกับแบรนด์กับ Performance มากขึ้น ที่เรียกว่า
- การสร้างแบรนด์ ออนไลน์ นอกจากการจ้างคนมาทำริวิวแล้ว ตอนนี้คอนซูเมอร์ รีวิวก็สำคัญไม่แพ้กัน
- ผู้บริโภคจะรู้สึกว่าแบรนด์ที่มีบริการหลังการขาย 24 ชั่วโมงเป็นเรื่องที่สร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่า
- การสร้างแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดีย ยอด Earned Media ต่างๆ ยังคงจำเป็น เพราะยังสามารถสร้าง Engagement ได้
- แบรนด์ต้องมี Value ของตัวเอง ต้องมีจุดยืน และทำอย่างต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อสร้าง Brand Equity
ความท้าทายของแบรนด์1. ตอนนี้เทคโนโลยีมาก ทำให้เกิดปรากฏการณ์
“รวย Data แต่จน Insight”2. การขาดทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเรื่อง Digital Advertising มากเพียงพอ
3. Market Place มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลตัวเลขการลงเม็ดเงินโฆษณาของแต่ละอุตสาหกรรมต่าง ๆ จาก Kantar อีกด้วย
เปรียบภาพรวมการลงทุนโฆษณาของแต่ละปี
- ปี 2012 2,783 ล้านบาท
- ปี 2013 4,248 ล้านบาท โต 53%
- ปี 2014 6,115 ล้านบาท โต 44%
- ปี 2015 8,084 ล้านบาท โต 32%
- ปี 2016 9,479 ล้านบาท โต 17%
- ปี 2017 12,402 ล้านบาท โต 31%
- ปี 2018 16,928 ล้านบาท โต 36%
- ปี 2019 19,555 ล้านบาท โต 16%
- ปี 2020 21,058 ล้านบาท โต 8%
- ปี 2021 24,766 ล้านบาท โต 18%
- ปี 2022 25,729 ล้านบาท โต 4%
- ปี 2023 29,283 ล้านบาท โต 14%
และคาดการณ์ว่าในปี 2024 33,859 ล้านบาท โต 16% (H1 15,924 ล้านบาท และ H2 17,935 ล้านบาท)
เม็ดเงินโฆษณาแบ่งตามช่องทาง
27% Meta (Facebook & Instagram Ad) 9,305 ล้านบาท
14% YouTube Ad 4,619 ล้านบาท
11% TikTok 3,647 ล้านบาท
9% Creative 3,020 ล้านบาท
8% Online Video 2,740 ล้านบาท
8% Social 2,688 ล้านบาท
7% Search 2,338 ล้านบาท
5% Line 1,759 ล้านบาท
5% Display 1,638 ล้านบาท
3% Ecommerce 1,112 ล้านบาท
1% Affiliated Marketing 396 ล้านบาท
1% Other/Sponsorship 223 ล้านบาท
1% X (Twitter) 222 ล้านบาท
0.30% Native Ads 102 ล้านบาท
0.12% Online Audio 40 ล้านบาท
0.03% Live/Live Commerce 9 ล้านบาท