“ธุรกิจขายตรง” เป็นธุรกิจที่มักได้รับการจับตาทุกยุคทุกสมัยในฐานะของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นนักขายซึ่งหมายถึงตัวแทนจำหน่ายและผู้บริโภค หรือผู้ที่บริโภคสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่าย ดังนั้นเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจขายตรง หัวใจหลักคือการขายสินค้าโดยมีตัวแทนจำหน่ายมาช่วยกันขายสินค้าและดูแลผู้บริโภค ซึ่งหมายถึงการสร้างเครือข่ายผู้ใช้สินค้า ซึ่งตัวแทนจำหน่ายจะได้รับผลประโยชน์จากการแนะนำสินค้า และการสร้างทีมขายในรูปแบบธุรกิจ Multi-Level Marketing หรือที่คนไทยคุ้นเคยคือธุรกิจ MLM

ธุรกิจขายตรงจะเติบโตและประสบความสำเร็จจากการมีสินค้าที่ดีมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับผู้คนจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อสร้างการเติบโตให้ทันยุคสมัยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาด รวมถึงการบริหารจัดการให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงขยายช่องทางการเข้าถึงสินค้าให้สะดวกรวดเร็วในทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และอี-มาร์เก็ตเพลส ธุรกิจขายตรงจึงถูกขับเคลื่อนด้วยสินค้า ไม่ใช่เน้นการลงทุน
อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมาภาคธุรกิจรวมถึงธุรกิจขายตรงอาจจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่กิฟฟารีนยังเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีช่องทางที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงและมีทีมขายที่แข็งแกร่ง ปรับตัวตามสถานการณ์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้กิฟฟารีนได้รับการเลือกจากผู้บริโภคให้ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 จากผลวิจัย 2024-2025 Thailand's Most Admired Company ในกลุ่มธุรกิจขายตรง

“กลยุทธ์การตลาดของกิฟฟารีนถูกออกแบบมาให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม เรามีสินค้ากว่า 2,000 รายการ ที่เหมาะกับผู้บริโภคในทุกกลุ่มฐานะและทุกช่วงอายุ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างรวดเร็วในทุกสถานการณ์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์และความคุ้มค่าสูงสูดในสินค้าและบริการของเรา กิฟฟารีนมีความเข้าใจและให้ความสำคัญในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน การออกแบบแคมเปญส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นต่างๆ จึงมีจุดประสงค์หลักในการมอบความคุ้มค่าและเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริโภคหรือลูกค้าของกิฟฟารีนให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดเสมอ รวมถึงแคมเปญการแข่งขันต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่อนักธุรกิจกิฟฟารีน จะมุ่งเน้นที่การสร้างรายได้และเพิ่มศักยภาพในการทำงานของนักธุรกิจกิฟฟารีนให้มีกำลังใจในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น” พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด และบริษัทในเครือ อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้องค์กรของกิฟฟารีนประสบความสำเร็จและครองใจผู้บริโภค
พญ.นลินี กล่าวเสริมว่า ปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้กิฟฟารีนคว้ารางวัล 2024-2025 Thailand's Most Admired Company คือการยึดหลัก 3 ข้อ คือ “จริงใจ-ตั้งใจ-ใส่ใจ” สูตรแห่งความสำเร็จของกิฟฟารีน หมายถึงความจริงใจในการทำธุรกิจ ความตั้งใจในการมอบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สู่มือผู้บริโภค และความใส่ใจในผู้ร่วมธุรกิจทุกมิติ โดยเฉพาะความจริงใจ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับธุรกิจขายตรงและในทุกๆ ธุรกิจ
“สำหรับกิฟฟารีน DNA ของบริษัทและแบรนด์ของเรา คือความจริงใจในการทำธุรกิจ ทั้งต่อนักธุรกิจกิฟฟารีนซึ่งเปรียบเสมือนบริษัทลูกของเรา ซึ่งมีจำนวนถึง 850,000 รหัส ที่ได้รับผลประโยชน์จากกิฟฟารีน และสมาชิกผู้บริโภคอีกกว่า 8.57 ล้านรหัส รวมถึงคู่ค้าของเราในทุกๆ มิติ”

ภายใต้การทำงานความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งจากภายในและภายนอก องค์กรที่เป็น Customer Oriented Company อย่างกิฟฟารีนให้ความสำคัญกับการเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้า รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ซึ่งเป็นเหมือน Roadmap ในการทำงานของกิฟฟารีน
“การเข้าใจและการได้ใจลูกค้า เป็นสิ่งที่ท้าทายเสมอสำหรับเรา พอๆ กับความเข้าใจสถานการณ์การตลาด เศรษฐกิจ วิเคราะห์คู่แข่ง และพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ทำให้เราต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเราให้ทันท่วงทีอยู่ตลอดเวลา ความรวดเร็ว ฉับไว ติดตามกระแสเทรนด์สุขภาพต่างๆ เป็นเรื่องที่เราต้อง Monitor อยู่เสมอ สำหรับกิฟฟารีนการปรับกลยุทธ์เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์และต้องปรับอย่างทันท่วงที ถือเป็นข้อได้เปรียบของเรามาตลอด 28 ปีของการทำธุรกิจ”
กิฟฟารีนมีแนวทางในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่เปิดกว้างสำหรับการทำงานร่วมกันในทุกเจนเนอเรชั่น และทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์ รวมถึง LGBTQ+ อย่างเท่าเทียมกัน เน้นวัฒนธรรมองค์กรแบบ Happy People in Happy Workplace ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันเป็นทีม ส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพในการทำงาน เพราะเชื่อว่าความสุขของพนักงานทุกคนมีความสำคัญ และเป็นพลังขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างสวยงามและยั่งยืน
สำหรับแผนการทำงานทั้งในระยะสั้น-ระยะยาว พญ.นลินี เผยว่า ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา กิฟฟารีนให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมาตลอด เพราะเชื่อว่าทุกการให้ยิ่งใหญ่เสมอ ดังนั้นกิฟฟารีนจึงคืนกำไรสู่สังคมในหลากหลายรูปแบบอย่างเป็นรูปธรรม
“เราดูแลนักเรียนในกองทุนมงคลปิยะสุพรรณกัลยา ที่ส่งน้องๆ เรียนจบสูงสุดตามความสามารถ จนสามารถพึ่งพาตัวเองได้กว่า 300-400 คน และอุปถัมภ์ผู้ด้อยโอกาสที่ขาดผู้อุปถัมภ์ สนับสนุนกองทุนอาหารช้างให้กับสถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง เป็นประจำทุกเดือน รวมถึงบริจาคช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ ตลอด 28 ปี รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ในด้านสิ่งแวดล้อม โรงงานของกิฟฟารีนให้ความสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โรงงานของเราได้รับการรับรองเป็นโรงงานสีเขียวและมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และแพ็กเกจผลิตภัณฑ์ของกิฟฟารีน เราให้ความสำคัญในการแนะนำให้นำไปรีไซเคิลได้ และเราได้วางแผนระยะยาวสำหรับการดูแลสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในอนาคต”

หลังจากนี้ กิฟฟารีนจะยังคงเน้นย้ำการทำให้บริษัทและแบรนด์สินค้าเป็นที่ไว้วางใจของผู้บริโภค เพื่อสร้างความมั่นใจ และเชื่อใจให้กับทั้งนักธุรกิจขายตรงของกิฟฟารีนรวมถึงผู้บริโภค
“กลยุทธ์ของเราจึงมุ่งเน้นไปที่ Trusted เราตอกย้ำการสร้างความไว้วางใจในตัวบริษัทและแบรนด์สินค้าให้แบรนด์กิฟฟารีนมี DNA ที่จริงใจ เข้าถึงง่าย มีความเข้าใจผู้บริโภค อบอุ่นเหมือนเป็นเพื่อนและคนในครอบครัว นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลายกลุ่ม และเป็นแบรนด์ที่ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย มีนวัตกรรม และคุณภาพที่ผู้บริโภคมั่นใจและไว้วางใจ ที่สำคัญสามารถช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง”