“ไอคอนสยาม” ถือกำเนิดขึ้นด้วยปณิธานในการเชิดชูเรื่องราวความเป็นไทยสู่ระดับสากล เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยกับสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางอันยิ่งใหญ่ที่คนทั่วโลกต้องมาเยือน
ไอคอนสยามไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ยังสร้างมิติใหม่ของการนำเสนอความเป็นไทยในเวทีสากล โดยใช้จุดแข็งด้านการจัด World Class Event และความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก ถ่ายทอด Soft Power ด้านศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร และแฟชั่นของไทยขึ้นสู่เวทีโลกเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ครบทุกมิติ
จากการสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งในการเป็น Global Destination อย่างต่อเนื่อง ไอคอนสยามจึงได้รับรางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าไอคอนสยามประสบความสำเร็จ โดยได้รับคะแนนสูงสุดในปัจจัยด้านภาพลักษณ์ หรือ Corporate Image ในกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า นอกจากนี้ นับตั้งแต่เปิดในปี 2018 ไอคอนสยามยังได้รับรางวัลชนะเลิศ Global Awards กว่า 38 รางวัลจากองค์กรชั้นนำทั่วโลก ที่แสดงให้เห็นถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น การพัฒนาแพลตฟอร์มที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการสร้างกลยุทธ์ด้าน Marketing ที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีโครงการที่สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ส่งผลให้ชื่อเสียงของประเทศไทยสามารถก้าวไปยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิใจ ไอคอนสยามจึงไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์การค้า แต่คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความก้าวหน้าของประเทศไทยในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า“ความโดดเด่นของไอคอนสยามในการเป็นแลนด์มาร์กบนโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุดเป็นเสมือนแต้มต่อที่สำคัญในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ที่สามารถดึงดูดร้านค้าและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งแบรนด์ระดับโลกไปจนถึงแบรนด์ชั้นเยี่ยมของไทย นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในระดับ Global Scale ที่มีมาตลอดทั้งปี พร้อมยกระดับเทศกาลและประเพณีไทยให้กลายเป็นกิจกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น งานลอยกระทง งานสงกรานต์ การละเล่นว่าวไทย อีกทั้งการผนึกกำลังจากภาครัฐและพันธมิตรทุกภาคส่วนล้วนเป็นแรงผลักดันสำคัญในประเทศไทยเป็นเดสติเนชั่นระดับโลกที่ได้รับการยกระดับประสบการณ์และขับเคลื่อน Soft Power ในความเป็นไทยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม อาหาร หรือแฟชั่น สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการในทุกวงการเพื่อนำเสนอถ่ายทอดผลงานสู่วงการโลกอย่างสมเกียรติ”
“ตัวอย่างการสร้างภาพลักษณ์ของร้านค้าบริเวณชั้น G ภายใต้แนวคิด “เมืองสุขสยาม” มีการจำลองวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชุมชนไทยในบรรยากาศ 4 ภาคของไทย เป็นการสื่อสารความเป็นไทยผ่านสินค้าและบริการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นจากวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ผสานเข้ากับความทันสมัย ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกถึงความใกล้ชิดและสัมผัสความเป็นไทยในทุกมิติ”
ยิ่งไปกว่านั้น ไอคอนสยามยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับกลางถึงสูง เป็นศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอยและสร้างแรงดึงดูดให้กับกรุงเทพฯ ด้วยสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว แม้จะเป็นศูนย์การค้าที่เจาะกลุ่มตลาดบน แต่ไอคอนสยามได้พัฒนาให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ส่งมอบประสบการณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร
อีกทั้งไอคอนสยามต้องการขยายตลาดไปสู่ผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z มากขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมความชอบที่นิยมความแปลกใหม่เต็มไปด้วยเรื่องราว มีชีวิตชีวา สีสันตื่นตาตื่นใจ กลยุทธ์ที่ไอคอนสยามเลือกใช้เพื่อให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในกระแสของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการเปิด Pop-up Store เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้ง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Luxury Brand ที่ต้องการให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสกับประสบการณ์ร่วมกับสิ่งที่แบรนด์ได้มอบให้โดยตรงทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์นั้นจริงๆ
สิ่งที่ทำให้ไอคอนสยามมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีก คือความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนและการสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับชุมชน ผู้คน และสิ่งแวดล้อมคุณสุพจน์ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไอคอนสยามเดินหน้าขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) และการสร้างคุณค่าร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Values) ผ่านแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน 3P ได้แก่ Prosperity (ความเป็นอยู่ที่ดี) People (ผู้คน) และ Planet (โลก) ช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ไม่เพียงแค่ในด้านธุรกิจ แต่ยังรวมถึงชุมชนท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ไอคอนสยามไม่เพียงเป็นศูนย์การค้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเพื่อช่วยเหลือและตอบแทนในพื้นที่ที่ไอคอนสยามดำเนินธุรกิจ”

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ไอคอนสยามตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ทุกคนต้องมาเยือน ปักหมุดให้ประเทศไทยติดหนึ่งใน Top 5 Global Countdown Destination เดินหน้าผลักดันภาคการท่องเที่ยวไทยโดยมีไฮไลท์สำคัญ คือการสร้างประสบการณ์แบบ “ICONSIAM Extraordinary Experience” เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายจัดกิจกรรมการตลาดทั้งอีเวนท์และรายการโปรโมชั่นรวมกว่า 60 แคมเปญ รวมถึง “บิ๊กอีเวนท์” ในไตรมาสสุดท้ายอย่างยิ่งใหญ่พร้อมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ด้วยกิจกรรมและอีเวนท์สุดอลังการมากมาย
“มีอีเวนท์ไฮไลท์ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น ICONSIAM Bangkok Illumination X ROBBi งานประดับไฟตกแต่งที่ยิ่งใหญ่ประจำปี 2024 โดยร่วมมือกับ ROBBi คาแร็กเตอร์สุดฮิตจากประเทศจีน, Thaiconic Loy Krathong งานลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, Miracle of Gifts ดินแดนแห่งของขวัญ มหัศจรรย์ของการให้ และเทศกาลอาหาร Hidden Gem Food Festival”

“โดยเฉพาะมหาปรากฏการณ์งานเคานต์ดาวน์ระดับโลก งานฉลองเพื่อต้อนรับศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งปีนี้ตั้งใจจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Amazing Thailand Countdown 2025 ให้เป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วโลก ภายใต้แนวคิดฉลองความยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยและที่สุดของโลก ไอคอนสยามได้เชิญศิลปินไอคอนิคระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ให้เกียรติร่วมเฉลิมฉลองสุดพิเศษ เนรมิตมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ส่งประเทศไทยให้เป็น 1 ใน 5 ของสถานที่เคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยปีนี้จะจัดงาน 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2567” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไอคอนสยามได้พิสูจน์ถึงการเป็นเดสติเนชั่นระดับโลก ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในการเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก พร้อมรวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยกับสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน ในขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงประโยชน์ของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความภูมิใจให้กับคนไทย รวมถึงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้คนทั่วโลกที่มาเยี่ยมชมรู้สึกหลงรักและประทับใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
ติดตามข้อมูลข่าวสาร ICONSIAM ได้ที่
www.facebook.com/ICONSIAM/