ปีนี้เป็นปีที่ 86 ที่เอไอเอดำเนินธุรกิจในไทย และคงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าเป็น 86 Years Young เพราะถึงวันนี้เอไอเอก็ยังเป็นผู้นำทั้งในแง่ผลประกอบการและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเสมอ แม้ยามที่ตลาดต้องเจอกับสถานการณ์อันผันผวน แต่เอไอเอยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนให้เห็นถึงแผนการทำงานที่สอดรับกับตลาดที่เปลี่ยนไป นี่เองทำให้รางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company ยังคงเป็นของเอไอเออย่างต่อเนื่อง

คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้เป็นอีกปีที่ดีของเอไอเอสะท้อนได้จากผลการดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผนการทำงานที่รัดกุม ติดตามสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงทำความเข้าใจพฤติกรรม และความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เอไอเอเปิดตัวออกสู่ตลาดได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
“เอไอเอโดดเด่นในเรื่องของการนำเสนอโซลูชัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแบบครบวงจรทั้งด้านการดูแลสุขภาพ และการวางแผนทางการเงิน (wealth plan) ครอบคลุมทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อชีวิตที่มั่นคงและมั่งคั่งให้คนไทยได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ในเวลาเดียวกันเอไอเอยังเป็น Lean Organization มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการบริหารจัดการองค์กรเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะต้องการสร้าง Healthy Journey ดูแลลูกค้าเสมือนเป็น Life Partner สนับสนุนให้มีสุขภาพที่ดีตลอดเส้นทาง”
เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันสถิติอายุเฉลี่ยของคนไทยมีอายุยืนขึ้นตามแนวโน้มของคนทั่วโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.4 เดือนต่อปี และคาดการณ์ว่าคนไทยที่เกิดในปี พ.ศ. 2559 มีโอกาสที่จะมีอายุเฉลี่ยถึง 90 ปี หรือบางคนอาจมีอายุยืนยาวไปถึง 100 ปี ดังนั้น Healthy Journey จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อลูกค้ามีสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกายและสุขภาพทางการเงิน เอไอเอเห็นถึงความสำคัญจึงได้จัดตั้งแผนกที่ทำหน้าที่คิดค้นผลิตภัณฑ์และโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในด้าน Wealth Solution และ Health Solution ขึ้นมาโดยเฉพาะ
คุณรพีพร กล่าวว่า เอไอเอมีเป้าหมายภายใต้พันธกิจใหญ่ AIA One Billion ที่มุ่งสนับสนุนให้ผู้คนกว่าพันล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2030 ซึ่งต้นปีที่ผ่านมา เอไอเอได้ออกแคมเปญโฆษณา Living to 100 เพื่อสื่อสารให้คนไทยได้ตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว และไม่ว่าจะมีอายุยืนยาวแค่ไหน ทุกคนยังสามารถเลือกชีวิตที่อยากเป็นได้ ด้วยการวางแผนรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพ และด้านการเงิน
ตามด้วยแคมเปญ “Rethink Healthy” ในช่วงกลางปีที่มีเป้าหมายเพื่อปรับทัศนคติแบบเหมารวมของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อด้านสุขภาพ รวมไปถึงการเปลี่ยนนิยามของคำว่า “สุขภาพดี” สำหรับผู้คนในเอเชีย โดยเอไอเอต้องการชวนให้ทุกคนมาลอง “ปรับความคิด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนผู้คนจำนวนมากให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นในแบบที่เป็นตัวเอง เพื่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังนับเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจ AIA One Billion ด้วย

“Rethink Healthy เป็นแคมเปญที่เราต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมห่างไกลจากคำว่าสุขภาพดี เช่น กลุ่มคนที่ไม่ได้เข้าฟิตเนส ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือไม่ได้ทานอาหารคลีน โดยตั้งใจกระตุ้นให้เขาตระหนักว่าทุกคนสามารถมีสุขภาพดีได้ในแบบของตัวเอง เพียงปรับทัศนคติและปรับพฤติกรรมเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเมื่อทุกคนเริ่มต้นดูแลสุขภาพและมีสุขภาพที่ดีขึ้น ก็จะสามารถไปถึงจุดที่จะได้เข้ามาร่วมเอ็นจอยกับโปรแกรม AIA Vitality ต่อไป ซึ่งสมาชิก AIA Vitality ทุกคนจะได้ Reward จากการดูแลสุขภาพ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีในระยะยาว และทำให้เราบรรลุเป้าหมาย AIA One Billion”
อย่างไรก็ดี เอไอเอยังคิดค้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อให้คนไทยเตรียมความพร้อมทั้งในด้านชีวิต สุขภาพ และด้านการเงิน โดยล่าสุดเปิดตัว AIA Wealth Max (Unit Linked) มุ่งตอบโจทย์กลุ่ม Gen Z เพราะเป็นโปรดักต์ที่มีความยืดหยุ่นเหมาะกับคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยในการออมและต่อยอดเงินออมให้มีโอกาสสร้างมูลค่าได้เพิ่มสูงขึ้น จากโบนัสพาวเวอร์อัพ 150% ของเบี้ยประกันภัยหลักปีแรก เป็นจำนวน 1 ครั้ง ในปีกรมธรรม์ที่ 20 และยังได้รับโบนัสสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก 2% ของเบี้ยประกันภัยหลักที่บริษัทได้รับชำระในครั้งนั้น ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 10 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับการดูแลและช่วยบริหารเงินลงทุนอย่างมืออาชีพ จากบริการ AIA InvestPro โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์กว่า 250 คน ใน 18 ประเทศทั่วโลก ที่จะปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ เพื่อความเหมาะสมตามระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย
รวมถึงการสื่อสารผ่านหนังโฆษณาใหม่ “เจอโรคร้าย ตกใจแค่แป๊บเดียว” ที่ต้องการสร้างอะแวร์เนสให้ทุกคนทราบว่า ไม่ว่าโรคร้ายที่เจอจะทำให้ตกใจหนักแค่ไหน แต่ประกันโรคร้ายแรงก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างและคลายความกังวลใจ นอกจากมีเงินก้อนให้อุ่นใจแล้ว ประกันโรคร้ายแรงจะพร้อมซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างครอบคลุม
“โฆษณาใหม่นี้เราต้องการสร้างความตระหนักรู้ว่าหากโชคร้ายพบว่าเป็นโรคร้ายแรงก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเอไอเอพร้อมดูแลด้วยการรวมแพ็กเกจผลิตภัณฑ์โรคร้ายแรงดี ๆ ของเอไอเอทั้งหมดมาไว้ให้ลูกค้า ซึ่งเราพร้อมดูแลลูกค้าทั่วประเทศผ่านตัวแทนและที่ปรึกษาด้านการเงินมืออาชีพกว่า 50,000 คน และที่สำคัญเรามีจำนวนตัวแทนผู้ติดคุณวุฒิ MDRT มากที่สุด รวมทั้งช่องทางพันธมิตร อาทิ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทิสโก้ ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในการสร้างสรรค์และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้า”
“ยิ่งไปกว่านั้น การที่เอไอเอมีตัวแทนที่ได้รับคุณวุฒิ MDRT มากที่สุดในโลกสะท้อนถึงคุณภาพในการให้บริการ รวมถึงความเป็นมืออาชีพของพลังตัวแทนเอไอเอที่พร้อมส่งมอบการดูแลและคำปรึกษาที่ดีเพื่อช่วยลูกค้าวางแผนด้านสุขภาพและการเงิน เพื่อชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน”
สุดท้ายนี้ เอไอเอวางกลยุทธ์ ABCDEF ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นเพื่อยกระดับการดูแลและให้บริการลูกค้า พร้อมกับรักษาอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมประกันชีวิตและสุขภาพ นั่นคือ
A - Agency Transformation การพัฒนาช่องทางตัวแทนประกันชีวิตให้ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผลักดันการทำงานและการให้บริการลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า พร้อมยกระดับการสรรหาตัวแทนที่มีคุณภาพ และมุ่งพัฒนาตัวแทนใหม่อย่างต่อเนื่อง
B - Business Partner Acceleration การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของช่องทางพันธมิตร โดยเอไอเอมุ่งเสริมความแกร่งของช่องทางขายผ่านพันธมิตรที่มีอยู่เดิม พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า
C - Customer Centricity การมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และมุ่งเปลี่ยนบทบาทจากเป็นเพียงผู้จ่ายเคลม (Payor) เป็นพาร์ตเนอร์ (Partner) ที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกๆ วัน
D - Digitalisation Journey การวางเส้นทางไปสู่ยุคดิจิทัลเพื่อตอกย้ำการเป็น Digital Insurer แห่งแรกของประเทศไทย โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัลเพื่อเสริมการบริการให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นผ่าน All-in-one Application สำหรับลูกค้าและตัวแทน
E - Employee Wellbeing ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยเอไอเอให้ความสำคัญกับการสร้างความเท่าเทียมในที่ทำงาน และเปิดโอกาสให้พนักงานได้เสนอความคิดเห็น เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังมีโปรแกรม WorkWell with AIA ซึ่งให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงิน และการมีส่วนร่วมทางสังคม ผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้พนักงานเอไอเอมีสุขภาพดีในทุกมิติ
F - Future Healthcare การดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพและยั่งยืนเพื่อคนไทย ด้วยการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมส่งเสริมให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน ตลอดจนได้รับความคุ้มครองด้านสุขภาพที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
“การรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเป็นสิ่งที่ท้าทายกว่าการขึ้นเป็นเบอร์ 1 เพราะเราไม่ได้แข่งกับใคร แต่เป็นการแข่งกับตัวเอง เอไอเอเป็นองค์กรที่ยึดมั่นคติในการทำงานที่ว่า “Believe in Better” เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำมาสู่สิ่งที่ดีขึ้น ถ้าวันนี้คิดว่าดีที่สุดแล้ว พรุ่งนี้เราจะเริ่มใหม่ด้วยการทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม ซึ่งด้วยวัฒนธรรมองค์กรหล่อหลอมให้พนักงานทุกคนมีความเชื่อและทำได้แบบนั้น ให้อิสระทางความคิด มีพื้นที่ให้ทุกคนแสดงไอเดียความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ทำให้ทุกคนทำงานด้วยความสุข พร้อมไม่หยุดที่จะคิดค้นและพัฒนาโซลูชันด้านผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อส่งเสริมให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป”