หลายปีติดต่อกันแล้วที่ศูนย์การค้าแห่งใหม่เปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการสร้างสีสันในการพัฒนาเมือง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินและเศรษฐกิจของประเทศ แต่อีกมุมหนึ่งย่อมทำให้ภาพรวมการแข่งขันเพิ่มดีกรีความเข้มข้นเพราะแต่ละแห่งย่อมพยายามสร้างจุดเด่นเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า
ถึงแม้ว่าจำนวนศูนย์การค้าจะเพิ่มมากขึ้นก็ตาม แต่ตำแหน่งผู้นำย่อมมีหนึ่งเดียว และเจ้าของตำแหน่งนั้นก็คือ “สยามพารากอน” ที่ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ อีกทั้งเป็นผู้นำใน Luxury Retail ที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกไว้ได้ครบครันมากที่สุดในประเทศไทย

คุณธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ สยามพารากอน กล่าวว่า สยามพารากอน เป็นหนึ่งในโกลบอลเดสทิเนชั่นของกลุ่มสยามพิวรรธน์ ที่มุ่งยกระดับการสร้างบรรทัดฐานใหม่ๆ ของวงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อพัฒนาโครงการที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้นำแนวคิดของการเป็นผู้บุกเบิกโครงการระดับโลกด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและการบริหารจัดการที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศในทุกด้าน การพัฒนาโครงการจึงมุ่งเน้นการสร้าง New Prototype ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ทำในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ แนวคิดดังกล่าวทำให้สยามพารากอนครองความเป็นผู้นำในการรังสรรค์สุดยอดประสบการณ์เหนือระดับในหลากมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นผู้นำในด้านประสบการณ์ลักซ์ชูรี่ ที่ทำให้สยามพารากอนครองอันดับ 1 ในใจทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
“หัวใจสำคัญอยู่ที่การนำดีเอ็นเอของการสร้างสรรค์และนวัตกรรมมาขับเคลื่อนโครงการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายอยู่เสมอ ทำให้สยามพารากอนเป็นหนึ่งในโกลบอลเดสทิเนชั่นที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”

การร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ และแบรนด์ดังระดับโลกยังเป็นอีกหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้ภาพของโกลบอลเดสทิเนชั่นชัดเจน เพราะนี่คือการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ผ่านงานอีเวนท์ต่างๆ ทำให้สยามพารากอนยังคงเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนเมืองที่ผสานเทรนด์ที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ ตั้งแต่แบรนด์หรู แฟชั่นระดับโลก ความบันเทิงหลากหลายครบทุกมิติ
“เพราะพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดังนั้นศูนย์การค้าจึงไม่ใช่สถานที่เพื่อการช้อปปิ้งเท่านั้น แต่เป็นสถานที่ที่ผู้คนมาใช้ชีวิต พบปะสังสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ เราจึงมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์แรก นำเสนอความแปลกใหม่ สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งประสบการณ์ด้านอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเราได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรและแบรนด์ชั้นนำระดับโลกรังสรรค์งานอีเวนท์ระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หรือครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก และการสร้างประสบการณ์ Immersive Experience สร้างความตื่นตาตื่นใจ และ Engagement กับลูกค้ามากขึ้น”
ตัวอย่างที่ผ่านมาของการผนึกพันธมิตรในระดับโลกมีมากมายหลากหลาย อาทิ การร่วมมือกับศิลปินป๊อปอาร์ตระดับโลก ฟิลิป โคลแบร์ สร้างสรรค์ผลงานป๊อปอาร์ตเวอร์ชั่นใหม่ เนรมิตพาร์คพารากอนให้เป็น “The Lobster : จักรวาลล็อบสเตอร์” งานอินสตอลเลชั่นอาร์ต ครั้งแรกที่นำวัฒนธรรมไทยเข้ามาผสมในชิ้นงานและจัดแสดงในเมืองไทยเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา, ร่วมมือกับ Miguel Chevalier ศิลปินดิจิทัลอาร์ตระดับโลก ผู้บุกเบิกและคลุกคลีกับงานดิจิทัลอาร์ต สร้างประสบการณ์อินเตอร์แอ็กทีฟ (Interactive Experience) อันน่าตื่นตาตื่นใจในสไตล์การนำเสนอที่ไม่เคยมีการทำมาก่อน รวมถึงการผนึกกำลังกับ RICHEMONT มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก 7 แบรนด์หรูระดับโลกครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก “THE BOUTIQUE EXPERIENCES” ตอกย้ำความเป็น Luxury Destination และเป็นศูนย์รวมแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกที่มากที่สุดในประเทศไทย
จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป สยามพารากอนไม่ลืมที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากขึ้นด้วย Data-driven CRM และการใช้ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้บริการแบบ Personalized แนะนำสินค้าที่ตรงใจ รวมถึงการปรับ Tenant Mix หรือส่วนผสมของร้านค้าผู้เช่าในศูนย์การค้าที่มีความหลากหลายครบครัน สร้าง Magnet โดยเฉพาะร้านค้าแบรนด์ดัง หรือร้านอาหารที่อยู่ในกระแส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมทั้งด้านความบันเทิง, นวัตกรรม, Dining และช้อปปิ้ง
“เราได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเดินหน้าพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง ได้นำเทคโนโลยี AI มายกระดับการสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า สร้าง Wow Experience นำเสนอสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร ซึ่งล่าสุด เรามีระบบบริการลูกค้าสัมพันธ์ AI เพื่อมอบประสบการณ์ล้ำสมัยให้กับลูกค้าในชื่อ Customer Service Kiosk ที่เป็นการนำ AI มาให้บริการให้ข้อมูล ให้คำตอบลูกค้าในข้อมูลเบื้องต้นต่างๆ อาทิ ตำแหน่งร้านค้า จุดให้บริการสำคัญ ข้อมูลรายการโปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ โดยสามารถโต้ตอบและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว”
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสยามพารากอนมีทราฟฟิกอยู่ที่ 120,000-150,000 คนต่อวัน แบ่งเป็น คนไทยประมาณ 60% และต่างชาติ 40% และคาดว่าทราฟฟิกจะเพิ่มขึ้นกว่า 200,000 คนต่อวันในช่วงสิ้นปี หลังจากสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ผนึกกำลังจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างยิ่งใหญ่ระดับโลก นำเสนอสิ่งที่เป็นที่สุดเพื่อครองความเป็นหนึ่งในเดสทิเนชั่นแห่งการเฉลิมฉลอง มีทั้งการเปิดร้านใหม่ครั้งแรกในไทย และมหกรรมอีเวนท์ความบันเทิงตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มรวมถึงนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก มาร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขร่วมกัน
“สยามพารากอนได้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่นำเสนอสุดยอดประสบการณ์มิติใหม่ “New World of Luxury” ที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ลักซ์ชูรี่หลากมิติ ที่ไม่ได้ตีกรอบอยู่แค่การช้อปปิ้งอีกต่อไป แต่จะกำหนดนิยามและเป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์ประสบการณ์ลักซ์ชูรี่ใหม่ที่แตกต่าง น่าตื่นตา และไม่เหมือนใคร และมอบประสบการณ์สุดพิเศษเหนือความคาดหมาย เป็น The World’s Best Destination for Celebration Experiences จุดหมายปลายทางแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขสำหรับทุกคน”
ดังนั้น ช่วงปลายปีนี้ สยามพารากอนจึงเตรียมกิจกรรมไฮไลท์ที่พร้อมสร้างปรากฏการณ์งานเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขในแบบลักซ์ชูรี่ด้วย “Cartier celebrates the festive season with a magical tale” ครั้งแรกของต้นคริสต์มาสสุดลักซ์ชูรี่สูงเด่นใจกลางสยามจาก Cartier ส่องแสงเปล่งประกายเจิดจ้าให้ทั่วพาร์คพารากอน และบริเวณคาสเคด สยามพารากอน และตลอดเฟสทีฟซีซั่น ร้านค้ากลุ่มลักซ์ชูรี่ยังร่วมสร้างสรรค์ Luxury Festive Vibes สร้างบรรยากาศเทศกาลความสุขแบบเหนือระดับที่ทุกคนต้องประทับใจ
รวมถึงมหกรรมอีเวนท์ที่ดีที่สุดเพื่อเป็นที่หนึ่งในเดสทิเนชั่นแห่งการเฉลิมฉลอง แบ่งเป็น World First & Pioneering ร้านใหม่เอาใจสาวกนินเทนโด กับ Nintendo Authorized Store by Synnex, Global Collaborations การ Co-create & Collaboration ครั้งสำคัญ ระหว่างสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ Molly หรือนิสา ศรีคำดี จาก Molly Factory Studio ศิลปินชาวไทยผู้สร้างสรรค์คาแร็กเตอร์ยอดนิยมระดับโลกในงาน Siam Paragon x CryBunny “Letting go” ซึ่งจัดควบคู่ไปพร้อมกันกับงาน Siam Center x CryTeddy “Holding on” เปิดตัวคาแร็กเตอร์ใหม่ล่าสุดครั้งแรกในโลก!

สยามพารากอนยังได้เนรมิตพาร์คพารากอนให้เป็นสวนกุหลาบขนาดยักษ์ ในงาน Eternal Bloom: The Silk Rose Garden โดย สยามพารากอน และฟลอร่า พาร์ค สร้างสรรค์สวนกุหลาบอันงดงามเต็มไปด้วยกุหลาบหลากสายพันธุ์ในแบบ Immersive Rose-themed Zones รวมทั้งกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย
World Class Extraordinary Experiences สยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์จัดเต็มมอบประสบการณ์เหนือระดับในงาน “BANDAI SPIRIT HOBBY EXHIBITIONS 2024” และงาน “GUNPLA Builders World Cup in Thailand 2024” เฟ้นหาผู้ชนะเลิศการสร้างสรรค์ GUNPLA เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันระดับโลก
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ในมหกรรมความสุข สยามพารากอนจัดงานฉลองครบรอบ 19 ปีอย่างยิ่งใหญ่ Siam Paragon 19th Anniversary The Spectacular Celebration ยกขบวนมาทั้งศิลปินชั้นนำสุดฮอตจากทุกกระแสเทรนด์ พร้อมโชว์สุดพิเศษ และพบกับการเปิดตัวอินสตอลเลชั่นอาร์ตขนาดยักษ์ ผลงานของศิลปินระดับโลกโดย JAIME HAYON for Siam Paragon
ส่งท้ายปลายปีด้วยงานเคาต์ดาวน์ Siam Paragon Glorious Countdown 2025 พบกับศิลปินระดับโลกสุดเซอร์ไพรส์และศิลปินดาราไทยที่ยกขบวนมาอย่างคับคั่งจุใจ ตลอดเทศกาลระหว่างวันที่ 23 - 31 ธันวาคม 2567 ขณะเดียวกันยังมีงาน White Party Bangkok งานเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ระดับโลกที่มาจัดในพารากอนฮอลล์