เป็นอีกหนึ่งก้าวของการเติบโตที่ “ฟู้ดแพชชั่น” ภาคภูมิใจ สำหรับปี 2024 นี้เป็นปีแห่งการกลับมาเป็นตัวของตัวเอง (Through to ourselves) ของฟู้ดแพชชั่นเมื่อเทียบกับช่วงหลัง COVID-19 ซึ่งเป็นปีที่ธุรกิจหลายเจ้าเกิดความสับสนในตัวเอง ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บีบให้ผู้ประกอบการต้องลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเสิร์ฟความต้องการของลูกค้าให้ได้ครบทุกกลุ่ม
แน่นอนว่าฟู้ดแพชชั่นเองก็ไม่ต่าง มีช่วงที่ต้องเผชิญกับกำแพงข้อมูลมหาศาลนี้เช่นกัน กระทั่งได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของ Core Product ทำให้ฟู้ดแพชชั่นมีแนวทางการทำธุรกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และสามารถบรรลุเป้าหมายได้สำเร็จลุล่วง จนสามารถคว้ารางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company อันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร และได้คะแนนสูงสุดในปัจจัยความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation), ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance), ภาพลักษณ์ (Corporate Image), การบริหารการจัดการ (Management) และการบริการ (Excellence Service) มาครอบครอง

“ในปีนี้เราก็สามารถทำได้ตามเป้าทั้งในแง่ Financial และ Non-Financial แม้ภาวะเศรษฐกิจจะไม่ค่อยดี แต่ผลลัพธ์จากการทำงานเริ่มผลิดอกออกผล เรายังคงขยายสาขา Bar B Q Plaza เป็นหลัก เปิดตัวแบรนด์ใหม่ OMAWON รามยอนเกาหลี และในด้านของธุรกิจโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่น หรือศูนย์อบรมฟู้ดแพชชั่น ก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในส่วนของ Non-Financial เราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมากมายภายใต้กลยุทธ์ Go Beyond ได้แก่ Go Firm คิดค้นองค์ความรู้ที่จะทำให้พนักงาน Through to The Core ไปด้วยกัน ร่วมกันพัฒนาสินค้าและบริการที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้พิเศษยิ่งกว่าที่เคย (Extraordinary Ordinary Experience) ตามด้วย Go Broad ขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และ Go Far ปีนี้เราเปิดตัว “น้องกะหล่ำ” Mascot ตัวแทนด้านความยั่งยืนเพื่อตอกย้ำความเป็น Green Citizen ของฟู้ดแพชชั่น” คุณชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าว


เรียกได้ว่าฟู้ดแพชชั่นขยันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างความทรงจำแบบว้าวๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกันก็ขับเคลื่อนธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการกระตุ้นให้ผู้เล่นในตลาดเดียวกันพยายามสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้บริโภคอยู่ดี และสิ่งที่จะมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัดในแบบของฟู้ดแพชชั่น คือความใส่ใจที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ที่เกิดจากการสังเกตลูกค้าของพนักงานทุกคน มีชื่อเรียกน่ารักๆ ว่า “วิชาฟังด้วยตา ทำด้วยใจ”
ผลลัพธ์จากวิชาฟังด้วยตา ทำด้วยใจของชาวฟู้ดแพชชั่นจะถูกใช้ร่วมกับกลยุทธ์ Extraordinary Ordinary Experience เพื่อซื้อใจลูกค้าในระยะยาวถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้เชนร้านอาหารในเครือฟู้ดแพชชั่นสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
“เรามีร้าน Bar B Q Plaza สาขานวมินทร์ ซิตี้ อเวนิวที่อยู่ริมตรงถนนนวมินทร์เป็นสาขาที่มีไอเดียว่าอยากจะเปิดดึกเพราะคนแถวนั้นใช้ชีวิตกลางคืน พบว่าต่อคิวยาวมากจนลูกค้าเริ่มต้องนั่งพื้น พอผู้จัดการและพนักงานเห็นเช่นนั้นก็เริ่มหาเก้าอี้และน้ำมาบริการให้ลูกค้า แน่นอนว่าสาขาอื่นๆ ก็มีวิธีของตัวเองเช่นกัน เพราะเราไม่ได้เหมารวมว่าลูกค้าทุกคนมีความต้องการเหมือนกัน เราปลูกฝังแนวคิด Many to Many ให้พนักงานทุกคนเพื่อมอบการบริการแบบ Mass Personalization ผสานกับระบบ CRM ซึ่งส่งผลต่อการสร้าง Branding ของฟู้ดแพชชั่น” คุณชาตยา เล่าเสริม

เมื่อมีสาขากระจายทั่วประเทศ ความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันไปทำให้ไอเดียใหม่ๆ จากพนักงานฟู้ดแพชชั่นหลั่งไหลเข้ามาให้ทดลองไม่หยุดไม่หย่อน จากนั้นก็ติดตามว่ามีกระแสตอบรับ (Traction) หรือไม่ โดยเริ่มทดลองในสาขาที่เสนอมา หากสำเร็จก็จะค่อยๆ ขยาย Sandbox ให้กว้างขึ้น อย่างเคสของ GON Order to Pay เริ่มที่สาขาสีลม คอมเพล็กซ์ก่อน เพราะพื้นที่นั้นมีนักเรียน นักศึกษาและพนักงานออฟฟิศเข้ามาใช้บริการเยอะ หรือตอนโปรโมชั่นล่าสุด GON K-Series เราเตรียมผ้าเช็ดมือให้ได้ใช้ ลูกค้าก็ชื่นชมถึงความใส่ใจมากมายเลยทีเดียว

“ผู้จัดการแต่ละสาขาต่างก็อยากเป็นสาขาต้นแบบ ต่างคนก็ต่างอยากจะทำให้สาขาของตัวเองมียอด Traffic สูง มีภาพที่พนักงานมานั่งวิเคราะห์ร่วมกันว่าจะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าอย่างไรให้เห็นอยู่บ่อยๆ โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของไอเดียนั้นๆ ด้วย พนักงานของเรามีความ Engage แล้วก็ Involve มาก จึงมองว่าพนักงานเป็นหัวใจสำคัญต่อการเติบโตของฟู้ดแพชชั่น” คุณชาตยา เน้นย้ำถึงความสำคัญของพนักงานว่ามีส่วนในการพัฒนาองค์กรมากน้อยเพียงใด หากไม่ได้รับความร่วมมือจากคนทำงาน องค์กรก็เติบโตไปข้างหน้าได้ยาก ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความโชคดีของฟู้ดแพชชั่นที่มีพนักงานที่มีความตั้งใจในการสร้างความทรงจำธรรมดาๆ แต่ทรงคุณค่าให้กับลูกค้า ทำให้อาหารในแต่ละมื้อพิเศษกว่าที่เคย และที่สำคัญต้องยกเครดิตให้กับวัฒนธรรมองค์กรของฟู้ดแพชชั่นที่ขับเคลื่อนคนในองค์กรด้วยความใส่ใจพร้อมกับมั่นคงในจุดยืนของตัวเองอย่างที่คุณชาตยากล่าวว่า “ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด ผลลัพธ์ดีๆ ก็จะตามมา”