ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจต้องมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภค เซ็นทรัลพัฒนาในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทย และด้วยบทบาท Place Maker นักพัฒนา “พื้นที่” และสร้างสรรค์ “ประสบการณ์” ใหม่ๆ อยู่เสมอ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างความแข็งแกร่ง ต่อยอดความเชี่ยวชาญบนธุรกิจหลักคือ “ศูนย์การค้า” พร้อมเชื่อมโยงไปสู่ธุรกิจหลักอื่นๆ ทั้งคอมมูนิตี้ มอลล์, โครงการที่อยู่อาศัย, โรงแรม, และอาคารสำนักงาน ทั่วประเทศ
ส่งผลให้เซ็นทรัลพัฒนาได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า โดยมีความโดดเด่นใน 3 ปัจจัย ได้แก่ ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance), การบริหารการจัดการ (Management) และความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) จากผลสำรวจ 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company
เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำความสำเร็จของการเป็นเบอร์ 1 ศูนย์การค้าไทย ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 500 บริษัทใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2024 Fortune Southeast Asia 500 อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับแรกที่แบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยชั้นนำเลือกขยายธุรกิจไปทั่วประเทศ สู่ตลาดใหม่และขยายกลุ่มฐานลูกค้า เป็น “Thailand’s Largest Retail Destination for Global Brands” ด้วยจุดแข็งที่มีศูนย์การค้า 41 แห่งทั่วประเทศ และที่ประเทศมาเลเซีย 1 แห่ง รวมถึงทีมดูแลพันธมิตรคู่ค้าที่ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิดทั้ง Thai and Global Brands ทั้งหมดกว่า 18,000 ร้านค้า ที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ดังระดับโลก 76 แบรนด์ในการเปิดสาขาแรกในไทย รวมถึงแฟลกชิปสโตร์กว่า 44 แบรนด์ และการสนับสนุนแบรนด์ไทยน้องใหม่มากกว่า 200 แบรนด์ผ่าน “LEAD” Entrepreneur Programme และโปรแกรม “The 1 BIZ” Data Platform ให้คู่ค้าเข้าถึง Data ที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุด ผ่านการร่วมมือกับ The 1 ของกลุ่มเซ็นทรัล
ถ้าย้อนดูแต่ละปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาสามารถเติบโตและรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์และทำให้ “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล” ครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง สามารถสรุปเป็น 3 ปัจจัยหลักด้วยกัน ได้แก่
ปัจจัยที่ 1: ด้านความสามารถในการดำเนินธุรกิจ โดดเด่นอย่างมาก กล่าวคือ เซ็นทรัลพัฒนากับการเป็น The Ecosystem for All เรียกว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่มาถูกทางและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเอง แต่ยังขยายผลไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนกับทุกฝ่ายอีกด้วย โดยมีกลยุทธ์สำคัญคือ “Retail-Led” Mixed-Use Development ซึ่งมี “ธุรกิจศูนย์การค้า” เป็นหัวใจหลัก เชื่อมต่อธุรกิจต่างๆ ใน Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา ทำให้ทุกธุรกิจสามารถเติบโตและช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กันและกัน ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้าทั้งหมด 42 โครงการ, คอมมูนิตี้ มอลล์ 15 โครงการ, โครงการที่พักอาศัย 43 โครงการ, อาคารสำนักงาน 10 แห่ง และโรงแรม 10 แห่ง โดยตามแผนลงทุน 5 ปี (2567-2571) มูลค่า 121,000 ล้านบาท เซ็นทรัลพัฒนายังคงเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของประเทศ ปัจจุบัน มีโครงการมิกซ์ยูสที่เป็น “Retail-Led” อยู่ถึง 20 โครงการทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดนครปฐม, นครสวรรค์, อยุธยา, นครราชสีมา, อุบลราชธานี, และในอนาคตเตรียมขยายโครงการยิ่งใหญ่ในระดับ “The World’s New Magnitude” รอบกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีความสำคัญในระดับโลก มีพื้นที่ทุกโครงการรวมกันกว่า 2.2 ล้าน ตร.ม.

สำหรับโครงการที่จะเตรียมเปิดในปี 2568 ได้แก่ “ศูนย์การค้า Central Park” และ “อาคารสำนักงาน Central Park Offices” ภายในโครงการมิกซ์ยูสระดับโลก Dusit Central Park และศูนย์การค้า “เซ็นทรัล กระบี่” ที่จะเติมเต็ม Retail Lifestyle ให้กับเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกอย่างกระบี่ พร้อมขับเคลื่อนด้าน Sustainable & Mindfulness Tourism สอดคล้องกับนโยบายเมือง
เซ็นทรัลพัฒนา ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาและพลิกโฉมโครงการในโลเคชั่นสำคัญต่างๆ ภายใต้แนวคิด The Future-Fluent Transformation การพัฒนาเพื่ออนาคต เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความต้องการ Sophisticated Needs มากขึ้น โดยเป็นการปรับโฉมในระดับ New Master Planning และมีกำหนดแล้วเสร็จดังนี้ เซ็นทรัล บางนา (Q1/69), เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (Q2/68), เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (Q2/68), และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต (Q1/69)

และในยุคที่ลูกค้ามีความต้องการที่ Fragmented มากขึ้นในแต่ละย่าน ธุรกิจ “คอมมูนิตี้มอลล์” ถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่สำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา ด้วยโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้ในเชิงลึกได้มากขึ้น พร้อมกับการทำรีแบรนด์ “Market Place” ครั้งใหญ่ โดยต้นปี 2568 เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด “Market Place เทพรักษ์” โมเดล Community Mall ผนวกกับ Urban Fresh Market ใจกลางย่านเทพรักษ์-วัชรพล โดยจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในย่าน และในแผน 5 ปี รุกพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 15 โครงการ และขยายโครงการใหม่อย่างน้อยปีละ 1-2 โครงการอีกด้วย

ปัจจัยที่ 2: ด้านการบริหารการจัดการ ที่ทำให้ครองผู้นำศูนย์การค้านั้น เซ็นทรัลพัฒนา โดดเด่นในการเป็นผู้สร้างสรรค์ Curated Experience ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“เราต้องการให้ทุกโครงการของเราเป็นพื้นที่แห่งความสุขของคนทุกเพศ ทุกวัย ได้มาใช้ช่วงเวลาที่ดีร่วมกันในทุกโอกาสและทุกเทศกาล นอกจากนี้ เรายังเป็นรายแรกๆ ที่ได้ริเริ่มสร้างพื้นที่สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงด้วย ทำให้เราเป็น ‘ศูนย์กลางแห่งการใช้ชีวิต’ ของคนทุกกลุ่มในสังคมไทย อีกทั้งการพัฒนาและขยายโครงการของเราทั่วประเทศยังได้สร้างรายได้ให้กับชุมชน และช่วยสร้างผู้ประกอบการใหม่ๆ ให้มีโอกาสค้าขาย และเติบโตในวงการค้าปลีกไทย นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการในระดับ Global Destinations หลายโครงการ ตลอดจนการผลักดันและริเริ่มเทศกาลต่างๆ ทั้งสงกรานต์, Pride Month และงาน Countdown ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง”
แน่นอนว่าการ “Curated” ประสบการณ์นี้ต้องอาศัยการดูแลทั้ง B2B2C เชื่อมโยงทั้ง “คู่ค้า” และ “ผู้บริโภค” ดร.ณัฐกิตติ์ เล่าว่า “เซ็นทรัลพัฒนามีการใช้โปรแกรม The 1 BIZ และ Digital Tools ต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วย Big Data จากฐานสมาชิกกว่า 21 ล้านคน วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ 360 องศา ช่วยให้แบรนด์ปรับกลยุทธ์และแคมเปญการตลาดได้ตรงจุดมากขึ้น” ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด คือมีแบรนด์เข้าร่วม The 1 BIZ กว่า 1,000 แบรนด์ ยอดขายเติบโตเฉลี่ย 10% ภายใน 6 เดือน สูงกว่าแบรนด์ที่ไม่เข้าร่วม 2.7 เท่า ขณะเดียวกันสมาชิก The 1 ใช้จ่ายและแลกพอยท์เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า สะท้อนความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแม่นยำ
ปัจจัยที่ 3 ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการสร้าง Sustainable Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ที่มีมุมมองกว้างไกลทั้งความยั่งยืนของธุรกิจที่ต้องก้าวไปพร้อมๆ กับการดูแล stakeholders ทุกฝ่ายรวมถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้ในปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนาคว้าอันดับ 1 องค์กรยั่งยืนระดับโลกจาก DJSI World 2023 ในกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ พร้อมเชื่อมโยงและดูแล Place-People-Planet สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 รวมถึงรางวัลการันตีอีกมากมายที่สะท้อนความเชื่อมั่นจากนักลงทุน และนักวิเคราะห์ ในระดับประเทศและเอเชีย นอกจากนี้ ยังเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกในไทยที่ริเริ่มนวัตกรรมทางการเงินออกพันธบัตรสีเขียว (Green Bond) และพันธบัตรที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bonds) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมและการมุ่งสู่เป้าหมาย NET Zero 2050 อีกด้วย
ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมาและพร้อมก้าวสู่ปีที่ 45 เซ็นทรัลพัฒนาพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และบทบาท “นักพัฒนา”ที่เป็นพลังขับเคลื่อนหลักของประเทศ พร้อมสร้างชื่อเสียงระดับโลก โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลครองอันดับหนึ่งในใจของคนไทยมานาน ด้วยการเป็นพื้นที่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมดูแลชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายของแบรนด์ คือ Imagining better futures for all
