เมืองไทยประกันชีวิต ถือเป็นองค์กรต้นแบบของธุรกิจประกันชีวิตในยุคปัจจุบัน ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์กรที่มีความโดดเด่นทั้งด้านการบริหารงาน การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการมุ่งสร้างความยั่งยืนทุกมิติ โดยเป้าหมายสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต คือการมุ่งตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต ความคุ้มครองสุขภาพ และบริการด้านต่างๆ ตลอดจนการสร้างช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ พร้อมการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
สิ่งสำคัญคือเมืองไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดที่เน้นการสร้างความยั่งยืนตามนโยบายด้าน ESG ในทุกมิติ ทั้งด้านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) การจัดการด้านสังคม (Social) และการจัดการด้านธรรมาภิบาล (Governance) ที่ได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ความสำเร็จจากการดำเนินกิจกรรมในหลายมิติ ส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิตได้รับรางวัลมากมายจากเวทีระดับสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอกย้ำความเป็นเลิศในการบริหารจัดการธุรกิจในด้านต่างๆ และยังส่งผลให้เกิดความแข็งแกร่งทางด้านภาพลักษณ์ และทำให้ชื่อเสียงขององค์กรและแบรนด์ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ นับตั้งแต่การเริ่มก่อตั้งองค์กรและอยู่เคียงข้างคนไทยมานานกว่า 73 ปี
ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนภาพผ่านผลสำรวจ 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company ครั้งล่าสุดที่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยังคงเป็นองค์กรที่มีผลรวมคะแนนปัจจัยโดดเด่นในเรื่อง “ภาพลักษณ์” (Corporate Image) สูงสุดในกลุ่มธุรกิจประกันชีวิต
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิต ได้รับการยอมรับในการเป็นองค์กรที่มีพื้นฐานความแข็งแกร่งด้านเสถียรภาพทางด้านการเงินค่อนข้างสูง ได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลและภายในประเทศจาก Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA (tha) มีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ถือเป็นอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินระดับประเทศที่สูงที่สุด และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน ณ สิ้นปี 2566 สูงกว่า 300% สูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140%
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เมืองไทยประกันชีวิตได้ประกาศเมื่อต้นปี 2567 ภายใต้แนวคิด “Happiness, Your Way เพราะความสุขคือ ทุกอย่าง ความสุขสไตล์คุณคือที่สุดของทุกสิ่ง” บริษัทจึงได้มุ่งเติมเต็มความสุขให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยมีเป้าหมายในการขึ้นเป็นอันดับ 1 การเป็นคู่คิดด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่ลูกค้าวางใจ มุ่งเน้นตอบโจทย์แบบเฉพาะบุคคล (Personal) ในทุกช่วงของชีวิต (Life) เติมเต็มความสุข ไม่เว้นแม้เรื่องการประกันชีวิต ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้ เพื่อความสุขและรอยยิ้มของพนักงานภายในองค์กร พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และสังคมอย่างยั่งยืน
โดยการดำเนินงานผ่าน 2 แนวคิดหลัก คือ 1. Personal เน้นการสร้างสรรค์พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นคุณอย่างแท้จริง โดยใช้ภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจ ช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย และส่งมอบความเป็นตัวตนในแบบที่เป็นคุณ และ 2. Life มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิตของผู้คนทุกกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการได้อย่างเต็มที่ จึงมีการดำเนินธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างครบด้าน

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมืองไทยประกันชีวิต มุ่งเน้นการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มตามแนวทางที่วางไว้ โดยการนำเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วยเติมเต็ม ทั้ง AI, Machine Learning, Automation และ Digital Tools ในทุกๆ กระบวนการทำงาน เพื่อทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และสามารถส่งมอบความสุขในทุกรูปแบบของผู้คนทุกกลุ่มในทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพนักงานภายใน พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และบุคคลต่างๆ ในสังคม โดยการดำเนินธุรกิจของเมืองไทยประกันชีวิตไม่ได้เน้นการเติบโตด้านรายได้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนอีกด้วย
“สิ่งสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน คือการประสานความยั่งยืนให้เป็นหนึ่งเดียวกับการดำเนินธุรกิจในทุกๆ วัน เพราะธุรกิจหลักของเมืองไทยประกันชีวิตเป็นเรื่องของประกันชีวิต จึงทำให้ความยั่งยืนแรกในมิติสังคมของเราเกี่ยวข้องกับประกันชีวิตโดยตรง เราจึงมุ่งสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกคน (Democratize Insurance) เช่น การขยายอายุรับประกันภัยสำหรับแบบประกันภัยหลักถึง 90 ปี และให้ความคุ้มครองต่อเนื่องสูงสุดถึงอายุ 99 ปี เป็นต้น เรายังยึดมั่นและให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล และรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณสูงสุดอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย”
จากแนวคิดดังกล่าวส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิตได้รับมอบ 4 รางวัลใหญ่ระดับสากล ประจำปี 2567 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและกิจกรรมเพื่อสังคม ได้แก่ รางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2024 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมรางวัล Sustainable Workplace จาก HR Asia และอีก 2 รางวัล จากงาน HR Excellence Awards 2024 โดย Human Resources Online คือ Most People-Focused CEO (ระดับ Gold) และ Excellence in CSR Strategy (ระดับ Silver) รวมถึงการได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานประจำปี 2567 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

คุณสาระ กล่าวเสริมว่า การพัฒนาบุคลากรคือหัวใจของความสำเร็จในองค์กร พนักงานที่มีความรู้และทักษะที่แข็งแกร่ง สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมยังสร้างบรรยากาศการทำงานที่สร้างสรรค์และกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในองค์กร รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างกิจกรรม CSR โดยความร่วมมือของบุคลากรภายในบริษัท เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืน
“การได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของเมืองไทยประกันชีวิตในการพัฒนาทั้งบุคลากรและการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน เราจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์และยกระดับมาตรฐานการทำงาน พร้อมทั้งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเติบโตของพนักงาน เพื่อให้เมืองไทยประกันชีวิตก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุขที่ทุกคนภาคภูมิใจ และส่งต่อคุณค่านี้กลับไปสู่สังคมไทยอย่างเต็มภาคภูมิ”
สำหรับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2024 เป็นการแสดงถึงมาตรฐานระดับสูงในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี การสนับสนุนให้พนักงานทุกคนเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และในส่วนของรางวัล Sustainable Workplace เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสถานที่ทำงานที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันการได้รับรางวัล Most People-Focused CEO (ระดับ Gold) จากงาน HR Excellence Awards 2024 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จัดโดยสถาบัน Human Resources Online ประเทศสิงคโปร์ สื่อด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในภูมิภาคเอเชีย ยังแสดงถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กร และรางวัล Excellence in CSR Strategy (ระดับ Silver) ยืนยันได้ถึงแนวทางการวางกลยุทธ์ CSR ที่มีความหมายและสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานประจำปี 2567 เป็นปีที่ 3 อย่างต่อเนื่อง จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยบริษัทได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดจากคณะกรรมการ ประกอบด้วย ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และผู้แทนฝ่ายรัฐในการพิจารณาตัดสิน
จากความพยายามและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่มีคุณภาพและเอื้อต่อความสุขของพนักงานในองค์กร ส่งผลให้ลูกค้าและผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุด ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเมืองไทยประกันชีวิตกับแนวคิดการสร้างองค์กรที่มั่นคงและยั่งยืน
สิ่งสำคัญคือยังเกิดเป็นแรงผลักดันให้เมืองไทยประกันชีวิตก้าวสู่การเป็นองค์กรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีสำหรับพนักงานคนรุ่นใหม่ และยกระดับสู่การเป็นสถานประกอบการที่เต็มไปด้วยโอกาส พร้อมมอบสิ่งที่ดีคืนกลับสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป