นอกจากนี้ การประกาศข้อตกลงเที่ยวบินร่วมแบบโค้ดแชร์ (Code Share Agreement) ระหว่างสายการบินเอมิเรตส์กับสายการบินเจ็ตบลู และ สายการบินอลาสก้า ยังเปิดโอกาศให้ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อระหว่างจุดหมายปลายทางต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในแถบแคริบเบียนหรือเม็กซิโก
สายการบินเอมิเรตส์ให้บริการเจ็ดเที่ยวบินต่อวันจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสู่สนามบินนานาชาติดูไบ โดยเอมิเรตส์ได้ให้บริการด้วยเครื่องบิน Airbus A380 จำนวน 5 เที่ยวบิน และอีก 2 เที่ยวบินโดยโบอิ้ง 777 เพื่อยกระดับประสบการณ์อันทันสมัยและกว้างขวางให้แก่ผู้โดยสาร
เครื่องบินแอร์บัส A380 ของสายการบินเอมิเรตส์ในชั้นธุรกิจสามารถปรับที่นั่งให้กลายเป็นเตียงนอนราบขนาด 76.6 ถึง 78.6 นิ้ว(194.5 ถึง 199 ซม) ได้ โดยแต่ละที่นั่งจะมาพร้อมกับหน้าจอสำหรับความบันเทิงส่วนบุคคลแบบHD LCD ขนาด 20 นิ้ว (51 ซม)รวมถึงบริการห้องรับรองบนเครื่องบินพร้อมทั้งเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวนานาชนิด ให้ผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจได้เพลิดเพลินและพบปะสังสรรค์ระหว่างเที่ยวบินอีกด้วย
นอกจากนี้ผู้โดยสารในทุกชั้นโดยสารยังสามารถติดต่อครอบครัวและเพื่อนฝูงผ่านบริการ Wi-Fi บนเครื่องได้ รวมถึงเพลิดเพลินไปกับระบบความบันเทิงบนเที่ยวบิน ice ที่ได้รับรางวัลการันตีระดับโลก ซึ่งได้รวบรวมภาพยนตร์ เกมส์ เพลง และความบันเทิงต่างๆ จากทั่วโลก กว่า 3,000 ช่อง
สายการบินเอมิเรตส์พร้อมให้บริการเดินทางสู่จุดหมายปลายทางทั่วโลกกว่า 150 แห่ง ใน 6 ทวีป จำนวนกว่า 85 ประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย สามารถเดินทางผ่านท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร และท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติภูเก็ตสู่จุดหมายปลายทางอื่นๆ ด้วยการต่อเครื่อง ณ ดูไบ
ผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ www.emirates.com/th หรือจองผ่านตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน ซึ่งราคาบัตรโดยสารดังกล่าวได้รวมค่าภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมแล้ว ทั้งนี้อัตราค่าโดยสารอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราในแต่ละวัน โดยเงื่อนไขและข้อกำหนดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด