โดยทั่วไปแล้วสิ่งที่คนเรามักจะพิจารณาก่อนซื้อสินค้าจำพวกสวิตช์และเต้ารับคงคำนึงถึงประสิทธิภาพ คุณภาพ ความปลอดภัย หรือความทนทานของผลิตภัณฑ์
แต่ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้คนให้ความสนใจกับดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าดีไซน์กลายเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตของใครหลายๆ คนนั่นเอง
แน่นอนว่าองค์ประกอบแต่ละอย่างในบ้านไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่เมื่อมาอยู่รวมกันในบ้านทุกชิ้นจะช่วยส่งเสริมกันและกันให้ที่อยู่อาศัยมีดีไซน์ที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ฉะนั้น อีกหนึ่งองค์ประกอบของที่อยู่อาศัยที่ไม่อาจละเลยได้แม้จะดูเหมือนเป็นจุดเล็กๆ อย่าง “สวิตช์และเต้ารับ” จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญไม่น้อย และยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากการเติบโตของตลาด ที่ถูกผลักดันด้วยปัจจัยเชิงบวกจากอุตสาหกรรมก่อสร้าง ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และแนวโน้มการรีโนเวทที่อยู่อาศัย โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3,900 ล้านบาท
เทรนด์ที่เปลี่ยนไป
ณัฐพงษ์ ฤกษ์สุทธิวิเศษ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์เอเนอร์จี ซิสเต็มส์ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มการออกแบบที่อยู่อาศัย ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว หรือคอนโดมิเนียม มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าในอดีต ส่งผลให้ทั้งผู้พัฒนาโครงการ นักออกแบบภายใน สถาปนิกและผู้บริโภค ต่างมองหาตัวเลือกอุปกรณ์กลุ่มสวิตช์และเต้ารับที่ให้มูลค่าเพิ่ม ทั้งด้านดีไซน์ สีสัน และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ คือเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และสามารถอำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินชีวิตประจำวันได้มากขึ้น เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensor) ที่ช่วยเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติเพื่อความสะดวกและลดการใช้พลังงาน สวิตช์ตั้งเวลา (Timer Switch) ที่ช่วยควบคุมการเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ตามต้องการ และเทคโนโลยี IoT ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านสมาร์ตโฟน นอกจากนี้ การขยายตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์จากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไปยังหัวเมืองหลักในต่างจังหวัด ทำให้แนวโน้มการออกแบบที่อยู่อาศัยและความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้าเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
“ด้วยเทรนด์ที่เปลี่ยนไปนี้ ผู้บริโภคจึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันและความสวยงาม เพื่อเสริมคุณภาพชีวิตให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย”
เดินเกมเน้นดีไซน์
“Partio Series” จากพานาโซนิคถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สวิตช์และเต้ารับเพื่อรุกตลาดที่อยู่อาศัย (Residential) อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากที่พานาโซนิคเป็นผู้นำในกลุ่ม Non-residential

“Patio Series ให้ได้มากกว่าฟังก์ชัน คือสุนทรียภาพในการออกแบบ”
Patio Series ถูกออกแบบมาไม่ใช่แค่เพียงอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของการตกแต่งภายใน ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศของพื้นที่อยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยดีไซน์ไร้กรอบ (Frameless Design) ที่เรียบหรู ทันสมัย และผสานเข้ากับทุกสไตล์ของบ้านได้อย่างลงตัว ที่สำคัญ "Seamless Perfection. Timeless Creation สวยทุกมุมสัมผัส สร้างสรรค์ทุกช่วงเวลา" คือแนวคิดหลักของการพัฒนา Partio Series เพื่อสร้างสมดุลระหว่างฟังก์ชันและดีไซน์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนักออกแบบภายในและสถาปนิก ทำให้ Partio ไม่ใช่แค่สวิตช์และเต้ารับไฟทั่วไป แต่ผสานการใช้งานและความงามของดีไซน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวและเหนือกาลเวลา

ดีไซน์บางเฉียบ เรียบหรู รองรับทุกสไตล์การตกแต่ง
หน้าสวิตช์บาง 9 มิลลิเมตร
มีให้เลือก 4 เฉดสี ได้แก่
สีขาว (White) – ผสานเข้ากับการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามที่เรียบง่าย และสมดุล
สีดำ (Black) – สื่อถึงความเรียบหรู สื่อถึงความงามที่เหนือกาลเวลา
สีเทา (Gray) – เติมเต็มทุกดีไซน์สะท้อนความร่วมสมัยแห่งศิลปะได้อย่างลงตัว
สีเทาซีรีน (Serene Grey) – ความเรียบง่ายที่แห่งดีไซน์ที่แฝงไว้ด้วยความประณีตอย่างลงตัว
ฟังก์ชันล้ำสมัย รองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
Partio Series ออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและอุปกรณ์ล้ำสมัย ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด Partio Series จึงไม่ใช่แค่สวิตช์และเต้ารับ แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยยกระดับงานตกแต่งภายในให้สมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของบ้านและนักออกแบบที่ต้องการสร้างสรรค์พื้นที่ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อาศัย Multi-Channel Expansion Strategy รุกตลาด
พานาโซนิคเดินหน้าขยายตลาด "Partio Series" เจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย นักออกแบบภายใน สถาปนิก และเจ้าของบ้านยุคใหม่ผ่าน Multi-Channel Expansion Strategy
เริ่มต้นที่การเดินหน้าสร้างการรับรู้ โดยบริษัทเตรียมจัดแสดง "Partio Series" ในงาน สถาปนิก’ 68 ที่กรุงเทพฯ ก่อนขยายต่อไปยังหัวเมืองหลัก อาทิ พัทยา, ภูเก็ต, เชียงใหม่, กระบี่, หาดใหญ่ และขอนแก่น นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งด้วยช่องทางจำหน่ายที่ดี มีการร่วมมือกับร้านค้าอุปกรณ์ไฟฟ้า (Electronic Construction Material Shop (ECM) และ Modern Trade เพื่อเพิ่มการมองเห็นและกระตุ้นยอดขาย
และเพื่อตอกย้ำความหลากหลาย จึงวางกลยุทธ์การตลาดครบวงจร ทั้งช่องทางออนไลน์ เพื่อกระตุ้นการเข้าถึงผ่าน Facebook, LINE Official Account และเว็บไซต์ Panasonic Solutions พร้อมเตรียมเปิดตัวบัญชี Pinterest เพื่อเจาะกลุ่มนักออกแบบและสถาปนิกโดยเฉพาะ ส่วนทางด้านช่องทางออฟไลน์ พร้อมเดินหน้าวางแผนจัดกิจกรรมพบปะ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักออกแบบ และร้านตัวแทนจำหน่าย พร้อมจัดอบรมผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งและใช้งาน Partio Series สวิตช์และเต้ารับรูปแบบใหม่
คาด "Partio Series" ผลิตภัณฑ์เรือธง ดันส่วนแบ่งเป็น 52% ภายในปี 2023
คุณโทชิอากิ อาซากุระ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการขายและการตลาด ส่วนงานอีเล็คทริค เวิร์คส บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พานาโซนิคยังคงเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์สวิตช์และเต้ารับในประเทศไทย ครองส่วนแบ่งกว่า 43% หรือคิดเป็นกว่า 1.7 พันล้านบาท พร้อมเผยถึงการคาดการณ์ว่าในปี 2025 นี้ ตลาดจะเติบโตขึ้นอีก 2% ซึ่งจะมีมูลค่าประมาณกว่า 4 พันล้านบาท
“ที่ผ่านมาพานาโซนิคได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในฐานะแบรนด์ที่มุ่งมั่นส่งมอบความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความทนทานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านยอดขายที่เติบโตอย่างมั่นคงและเสียงตอบรับเชิงบวกจากลูกค้าทั่วประเทศ ซึ่งความสำเร็จของพานาโซนิคเกิดจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในด้าน คุณภาพ ความปลอดภัย และความทนทานของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ที่ผ่านมา ดีไซน์ของผลิตภัณฑ์จะเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก
แต่ในยุคที่ดีไซน์กลายเป็นส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตพานาโซนิคจึงเดินหน้าสู่ก้าวใหม่ของการออกแบบ ด้วยการเปิดตัว “Partio” ที่ถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับการตกแต่งดีไซน์หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ต่างๆ โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพในแบบฉบับของพานาโซนิคไว้อย่างครบถ้วน”

ณัฐพงษ์ เผยถึงเป้าหมายครั้งนี้ว่า พานาโซนิคตั้งเป้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดสวิตช์และเต้ารับโดยคาดว่า "Partio Series" จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค โดยสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 43% ในปี 2024 เป็น 52% ภายในปี 2030
โดยนอกจากการขยายตลาดในประเทศไทยแล้ว พานาโซนิคยังมีการรุกตลาดต่างประเทศ โดยมีแผนขยายการจัดจำหน่ายไปยังกลุ่มประเทศ AEC มากขึ้น โดยประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตสำคัญ และแม้ว่าตลาดสวิตช์และเต้ารับจะมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะจากผู้ผลิตและนำเข้าจากต่างประเทศ นำเสนอสินค้าโดยการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก แต่คุณภาพและความปลอดภัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ
“พานาโซนิคยังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงควบคู่ไปกับมาตรฐานความปลอดภัยและความทนทาน ซึ่งสามารถมั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์สวิตช์และเต้ารับพานาโซนิคทุกชิ้นที่ผลิตในประเทศไทยผ่านการควบ คุมคุณภาพตามมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี” ณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
มาถึงตรงนี้ สิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าพานาโซนิคจะการรับมือกับสงครามราคา คือนอกจากจะยึดมั่นในการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพแล้ว เรื่องของดีไซน์ก็คงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้นำตลาดคาดหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ยังคงสามารถรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้