BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,627
VIEWS

อธิบายความหมายของ “Brand Loyalty” ทำอย่างไร ให้ลูกค้ายังคงภักดีกับแบรนด์เรา

ก.ค. 03, 2568 R.Somboon
เชื่อว่า การไปซูเปอร์มาร์เก็ตแต่ละครั้ง แม้จะมีการจดรายการสินค้าที่ต้องการซื้อ แต่ส่วนมากมักจะไม่มีการระบุแบรนด์อย่างชัดเจน
               
นั่นเป็นเพราะปัจจุบัน Brand Loyalty ต่อสินค้าของคนไทยหรือทั่วโลกเริ่มเจือจางจนเหลือแค่ภาพบางๆ ไปแล้ว ซึ่งหากจะอธิบายความหมายของคำว่า Brand Loyalty แล้ว มันก็คือความจงรักภักดีในแบรนด์ เป็นความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และภูมิใจที่จะเลือกใช้สินค้าจากแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจไปใช้สินค้าแบบเดียวกันจากแบรนด์อื่น
 
Brand Loyalty ในเชิงพฤติกรรมนั้นถือว่าสำคัญอย่างมาก เพราะจะทำให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อสินค้าจากแบรนด์เดิมอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นความภักดีต่อแบรนด์ ตัวอย่าง เช่น ลูกคนเดิมที่จดรายการสินค้าก่อนไปซูเปอร์มาร์เก็ตแทนที่จะจดแค่รายการสินค้าที่จะซื้อก็มีการระบุด้วยว่าจะซื้อแบรนด์อะไร แถมเป็นการซื้อแบรนด์เดิมๆ ซ้ำๆ กันในทุกครั้งที่ไปช้อปปิ้ง โดยไม่เปลี่ยนใจไปซื้อแบรนด์อื่น
 
ขณะที่ Brand Loyalty ในเชิงจิตวิทยาก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะทำให้ผู้บริโภคมีทัศนคติที่ดีและประทับใจต่อ แบรนด์ เกิดจากประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากแบรนด์ รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ได้รับ ซึ่งทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์นั้นเกิดจาก ความเชื่อมั่น ที่จะเกิดขึ้นได้นั้น ขึ้นอยู่กับแบรนด์เองด้วยว่าจะสามารถทำให้พวกเขารู้สึกวางใจและเชื่อมั่นได้ จากคุณภาพสินค้าและมาตรฐานที่คงเส้นคงวาของแบรนด์

ขณะเดียวกัน ก็ต้องเข้าถึงได้ง่ายด้วย ไม่ใช่ว่าเชื่อมั่นแบรนด์แต่หาซื้อได้ยาก ซึ่งความเชื่อมั่นนี้จะต่อยอดไปสู่ความศรัทธา และกลายมาเป็นสาวกของแบรนด์ที่พร้อมจะปกป้องหากแบรนด์มีปัญหาได้ทุกเมื่อ
 
Brand Loyalty หรือ Customer Loyalty นี้ไม่สามารถสร้างได้เพียงแค่ช่วงเวลาข้ามคืน แต่ต้องอาศัยช่วงเวลาในการทำ โดยปัจจุบันมีเครื่องมืออย่าง “ลอยัลตี้ โปรแกรม” เข้ามาช่วย ทำให้เราได้เห็นแบรนด์สินค้า หรือแบรนด์ค้าปลีกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก
 
โดยหลักการแล้ว การจะดึงลูกค้าให้เข้ามาอยู่ในลอยัลตี้ แพลตฟอร์มของเรานั้น จะเริ่มต้นจากการสร้างความน่าสนใจผ่านเบเนฟิตต่างๆ ที่มอบให้ และเมื่อสามารถสร้างฐานลูกค้าในแพลตฟอร์มของเราได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือการ Engage พวกเขาให้อยู่ในแพลตฟอร์มของเรานานๆ เพื่อทำให้เข้าใจความต้องการ หรือเข้าใจใน Journey ของพวกเขา
 
การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขานั้น ทำได้ผ่านการให้สิทธิพิเศษที่มากกว่าลูกค้าทั่วไป ทั้งในเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมอบส่วนลด การให้สิทธิแลกซื้อหรือร่วมกิจกรรม รวมถึงการมีการบริที่เหนือกว่าลูกค้าทั่วไป เป็นต้น
 
ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้เขาประทับใจ และเมื่อสามารถ Engage พวกเขาให้อยู่หมัดก็จะเป็นเรื่องของการ Monetize หรือการสร้างรายได้ซึ่งก็คือการขายนั่นเอง ส่วนขั้นตอนสุดท้ายก็คือการ Cross Selling ที่จะเป็นการต่อยอดไปสู่การขายสินค้าอื่นๆ ในเครือหรือในพอร์ตตามมา เป็นการทำให้พวกเขาอยู่กับเราตลอดไป
การมีฐานลูกค้าในลอยัลตี้ แพลตฟอร์ทจำนวนมากนั้น นอกจากจะทำให้สามารถเข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งแล้ว สิ่งที่ตามมายังสามารถนำข้อมูลส่วนนี้ไปทำในเรื่องของ Cross Sell ซึ่งการมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมากคือ Asset ชั้นดีในการทำการตลาดในปัจจุบันก็ว่าได้
 
อย่างไรก็ตาม การวัดว่า ลูกค้ามีลอยัลตี้ ต่อแบรนด์หรือสินค้าของเราหรือไม่นั้น สามารถวัดออกมาได้ 2 แบบ เริ่มจาก การวัดที่เรียกว่า Transactional Loyalty ซึ่งเป็นการวัดผ่านการทำ Transactional หรือการซื้อสินค้า ซึ่งหากลูกค้ามีการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากจะซื้อแบบต่อเนื่องแล้ว จำนวนของการซื้อสินค้าอาจจะมากยิ่งขึ้น เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ จะเท่ากับว่าลูกค้าคนนี้มีความภักดีต่อแบรนด์เรามาก
 
เมื่อมองเห็นพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าจาก Transactional เหล่านั้นแล้วจะทำให้เข้าใจ Journey ของลูกค้าเราอย่างถ่องแท้ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการทำตลาดเพื่อให้ตอบโจทย์พวกเขาได้ตรงจุดมากที่สุด สิ่งที่จะต้องดำเนินการอีกอย่าง     ก็คือจะทำอย่างไรให้สามารถ Engage พวกเขาให้อยู่กับแบรนด์นานๆ ซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่า การมอบเบเนฟิตหรือสิทธิพิเศษที่มากกว่าลูกค้าทั่วไป


ส่วนรูปแบบการวัดลอยัลตี้อีกอย่างก็คือการวัดแบบ Non-Transactional Loyalty ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้อาจจะไม่แสดงความมีลอยัลตี้ผ่านการทำ Transaction จนเห็นภาพชัดเจนเหมือนกับอีกแบบหนึ่ง แต่พวกเขาเลือกที่จะมอบความร่วมมือ Engage กับแบรนด์ในการโต้ตอบและพูดถึงผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแทน
 
ทำให้หลายครั้งเราเห็นแบรนด์แต่ละแบรนด์ เลือกที่จะใช้เครื่องมืออย่างโซเชียลมีเดียในการสื่อสารกับพวกเขาเพื่อ สร้าง Engagement
 
ทั้งหมดนั้นจะถูกร้อยเรียงเข้ามาเพื่อทำให้ลูกค้ายังคงมีลอยัลตี้กับแบรนด์เรา ในยุคที่โลกการตลาดเต็มไปด้วยแบรนด์ และลอยัลตี้ที่มีก็เจือจางเต็มที่แบบทุกวันนี้....


เจ้าสัว ครองใจผู้บริโภคในตลาดขนมขบเคี้ยว ด้วยพลัง Heritage ผสาน Modernization สู่ Brand Loyalty

ทำความรู้จัก “Low Switching Cost” พร้อมวิธีรับมือ เมื่อการเปลี่ยนแบรนด์ทำได้แค่พลิกฝ่ามือ

ในโลกการตลาดใบนี้มี 2 คำศัพท์ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาด นั่นคือคำว่า Brand Loyalty กับ Customer Loyalty ซึ่งแม้ทั้ง 2 คำนี้จะมีความคล้ายกัน แต่ก

ถอดรหัส 6 ขั้น “Brand Loyalty” กุญแจสำคัญ ที่ช่วยเปลี่ยนลูกค้าขาจร ให้เป็นลูกค้าประจำ

กรุงเทพประกันชีวิต สร้าง Brand Loyalty ด้วย “พลังของความใส่ใจ”

Tesla อนุมัติหุ้นมูลค่า 29,000 ล้านเหรียญเป็นรางวัลให้ Elon Musk ขณะที่ Brand Loyalty พังทลาย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact