BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
4,664
VIEWS

100 ปี Panasonic A Better Life, A Better World

พ.ค. 02, 2561 S.Vutikorn

เอาเข้าจริงๆ ต้องบอกว่ามีไม่กี่ Brand ในโลกนี้ที่จะสามารถก่อร่างสร้างตัวและรักษาความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภคทั่วโลกได้เกิน 100 ปี 

แต่ Panasonic Corporation คือหนึ่งในนั้น…
 
ประวัติศาสตร์ของ Panasonic นั้นเริ่มขึ้นในปี 1918 เมื่อ Mr.Konosuke Matsushita ผู้ก่อตั้งได้ก่อตั้งบริษัท Matsushita เพื่อผลิตและจำหน่ายปลั๊กไฟ ก่อนที่ในอีก 100 ปีต่อมาองค์กรแห่งนี้จะขยายธุรกิจจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนไปสู่ธุรกิจอสิงหาริมทรัพย์ และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลก
 
ในโอกาสที่ Panasonic เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี BrandAge ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรับฟังนโยบายทางธุรกิจ, รับฟังการเปิดตัวสินค้าและบริการ ตลอดจนเข้าชมเทคโนโลยีการผลิตล่าสุดในหลายโรงงานด้วยกัน
 
4 Pillars
ทุกวันนี้ Panasonic แบ่งกลุ่มธุรกิจหลักออกเป็น 4 เสาหลัก คือ 
1. เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน สินค้าหลักประกอบไปด้วย เครื่องปรับอากาศ, เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว,อุปกรณ์ดูแลบ้าน, ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม, เครื่องใช้ไฟฟ้าภาพและเสียง ฯลฯ
2. ที่อยู่อาศัย ครอบคลุมธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เช่น รับสร้างบ้านและคอนโดมิเนียม, งานออกแบบบ้านและตกแต่งภายใน, ระบบพลังงานในที่อยู่อาศัย, บริการและสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ
3. ธุรกิจยานยนต์ สินค้าหลักประกอบไปด้วย ระบบเครื่องเสียงและมัลติมีเดียในรถยนต์, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, แบบเตอรี่, ชิ้นส่วนและระบบ
4. กลุ่มธุรกิจ B2B ครอบคลุมธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่องบิน, ระบบโซลูชั่นสำหรับโรงงาน, ระบบกระจายสินค้าและอาหาร, ระบบการผลิตและจัดเก็บพลังงาน รวมไปถึงงานระบบเพื่อสาธารณูปโภคพื้นฐานn
ปี 2017 Panasonic สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 7,343.7 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 68 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้มาจากกลุ่มธุรกิจ Appliances 29%, Eco Solution 19%, Connected Solutions 13%, Automotive & Industrial System 31%, และธุรกิจอื่นๆ อีก 8%
 

Transition

ถ้าลองมองย้อนกลับไปดู Timeline ของ Panasonic Corporation จะพบว่าตลอดระยะเวลา 100 ปีของการทำธุรกิจ เราจะเห็นช่วงการเปลี่ยนผ่านสินค้าที่เป็นแฟล็กชิพในการทำรายได้และผลกำไรให้กับบริษัทอย่างมีนัยยะสำคัญตามการพัฒนาเศรษฐกิจของโลก
ในช่วงก่อตั้งบริษัท Panasonic เติบโตและสร้างความแข็งแกร่งมาจากสินค้าพื้นฐานที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟ, หลอดไฟ, โคมไฟ, ถ่านไฟฉาย จนสังคมเริ่มพัฒนาและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น Panasonic ก็มีการคิดและผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ออกมามากมาย
 
ช่วงปี 1970-1980 ธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับ Panasonic มากที่สุดกลายเป็นกลุ่มสินค้า TV และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ช่วงปี 1985-1990 ธุรกิจสื่อสารมวลชนมีการพัฒนารุดหน้าเพราะประชาชนมีความสนใจในข่าวสาร รวมถึงสินค้าภาพและเสียงกลายเป็นตลาด Mass ที่มีกันเกือบจะทุกครัวเรือน สินค้า Professional ในกลุ่มธุรกิจ Video Tape Recorder (VTR) ก็เติบโตตามธุรกิจวิทยุกระจายเสียงจนกลายมาเป็นสินค้าดาวรุ่งของบริษัท
 
มาในปี 2000 คงไม่มีอะไรที่จะมาแรงเท่ากลุ่มธุรกิจสื่อสาร ในช่วงนี้สินค้าที่ทำรายได้ให้ Panasonic กลายมาเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มสินค้า VTR ระบบ Digital ที่รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital TV 
 
ปัจจุบันนี้กลุ่มธุรกิจที่ทาง Panasonic ให้ความสำคัญและมองว่าจะเป็นศูนย์หน้าคนใหม่ของบริษัทคือ กลุ่มสินค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์
อุตสาหกรรมยานยนต์ในที่นี้หมายถึงการผลิตชิ้นส่วนสำคัญๆ ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็น High Value, High Technology มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เดิม ซึ่งไฮไลต์จากนี้ไปของ Panasonic น่าจะให้น้ำหนักไปที่ตลาดรถไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) มากขึ้น เพราะกำลังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างมหาศาล
 
ก่อนหน้านี้ในปี 2009 ทาง Panasonic ได้มีการเข้าซื้อกิจการของ Sanyo ซึ่งสินค้าที่แข็งแกร่งผลิตภัณฑ์หนึ่งของ Sanyo ก็คือ กลุ่มถ่านและแบตเตอรี่ชาร์จ
 
แน่นอนว่าการเดินหมากครั้งนี้ก็เพื่อรองรับการปรับตัวขององค์กรนั่นเอง
ชัดเจนแล้วว่าทิศทางของ Panasonic จากนี้ต่อไปจะเน้นการทำธุรกิจในรูปแบบที่เรียกว่า Lower Sales, Higher Income ซึ่งถือว่าเป็นไปตามกลไกลของการแข่งขัน 
 
เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลกมีการแข่งขันที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะกับการแข่งกันด้วยสงครามราคาจากสินค้าแบรนด์เกาหลีและจีน จนทำให้ Panasonic ต้องมีการปรับโครงสร้างรายได้ครั้งใหญ่ จนทำให้ยอดขายและผลกำไรในปีนี้ดีดตัวกลับมาอีกครั้ง
 
ที่ผ่านมา Panasonic ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถ EV รายใหญ่ของโลก ซึ่งรถ EV ที่ได้รับความนิยมในตลาดทั่วโลกอย่าง Tesla ก็ใช้แบตเตอรี่ของ Panasonic เช่นกัน 
 
เมื่อไม่นานมานี้ Panasonic เองก็ได้มีการจับมือกับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นคือ Toyota เพื่อร่วมพัฒนารถ EV เช่นกัน
ในงานแถลงข่าว AP Future Vision Announcement ที่มีสื่อมวลชนจากยุโรปและเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วม Mr.Tetsuro Homma, President, Appliance Company Panasonic Corporation ตอบคำถามสื่อมวลชนว่า แม้ว่าในสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าคู่แข่งจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วจนหลายสินค้ามีคุณภาพเทียบเท่ากับสินค้าของญี่ปุ่น แต่ในสินค้าที่เป็น High Technology คำว่า Japan Quality ยังคงมีความสำคัญอยู่ ดังจะเห็นได้จากในปลายประเทศ เมื่อพูดถึงรถไฟความเร็วสูง รถไฟชินคันเซ็นจะเป็นชื่อแรกๆที่คนนึกถึงเสมอ ทั้งในเรื่องคุณภาพ, ความปลอดภัยและมาตรฐานการให้บริการที่ตรงต่อเวลา มีค่าเฉลี่ยความล่าช้าไม่ถึง 1 นาที
อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคงไม่แปลกในว่าทำไม Panasonic มองว่าตลาด Automotive จะเป็นอนาคตของบริษัท
 

Aspire To More

ใช่ว่าการเพิ่มน้ำหนักในส่วนของสินค้า B2B แล้ว Panasonic จะถอนคันเร่งในตลาด Consumer
ตรงกันข้าม...
 
เนื่องในวาระที่ Panasonic มีอายุครบ 100 ปี ทางผู้บริหารระดับสูงขององค์กรก็มีตวามตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สร้างจากแรงบันดาลใจขององค์กรออกไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
 
อาจเป็นเพราะว่า Panasonic มีไลน์สินค้าที่ตอบสนองความต้องการของครอบครัวที่ครบครันตั้งแต่ที่อยู่อาศัยไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ในบ้าน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ในวาระพิเศษนี้ Panasonic จะเลือกการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ จากครัวเรือนผ่านแนวคิดที่ว่า “Designing Your Lifestyle From Home”
 
ในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน Panasonic เองก็มองว่า Internet of Things คือสิ่งที่กำลังมาแรงและต้องให้ความสำคัญมากขึ้น
แน่นอนว่าการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการทางด้าน IoT นั้น Panasonic จำเป็นต้องมีพันธมิตรที่มองไปในทิศทางเดียวกัน
 
ล่าสุด Panasonic ได้ทำความร่วมมือกับ NTT DOCOMO ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่น เพื่อพัฒนา Home Appliances Full Time Connected 
 
ความร่วมมือครั้งนี้ทั้งสองบริษัทจะร่วมพัฒนาสินค้าและเทคโนโลยีสำหรับการทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านสามารถสื่อสารกันเองและสื่อสารกับเจ้าของได้ โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สาย LPWA (Low Area Wide Area) การทดสอบจะเริ่มต้นในฤดูใบไม้ร่วงนี้โดยมีเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (Home Appliances) ที่ใช้ LPWA จำนวนประมาณ 1,000 ชุดซึ่งติดตั้งในหลายเมืองใหญ่อาทิ โตเกียว, โอซาก้า และจังหวัดชิงะ
 
รวมถึงยังมีการจัดตั้งบริษัท BeeEdge ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ Scrum Ventures VC ชื่อดังในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เพื่อคอยมองหา Startups ที่มีแนวคิดหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อดึงมาเสริมทัพเพื่อให้ทันกับการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของตลาด Housing Panasonic ก็มีการจับมือกับกลุ่มบริษัท Nishikawa-Living ที่มีความชำนาญในกลุ่มสินค้าเครื่องนอนเพื่อพัฒนาสินค้าที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยเฉพาะกับ IoT ออกมาวางจำหน่าย
 

Smart & Sustainable

ในทริปนี้คณะผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศมีโอกาสเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตชิ้นส่วนในกลุ่มสินค้า Home & Living หลายแห่งด้วยกัน 
หลักๆ แล้ว สินค้าในกลุ่ม Home & Living ของ Panasonic นั้น สร้างแบรนด์มาจากความน่าเชื่อถือใน 3 ด้านด้วยกันคือ 
 
1.Structure คุณภาพของงานโครงสร้างจากเทคโนโลยี POWERTECH ที่ใช้สร้างบ้านแบบน็อคดาวน์ 4ขั้นตอนหลัก คือ Outer Wall Panels, Roof Panels, Floor Panels, Framing ซึ่งยังมีประเภทของวัสดุให้เลือกตามสภาพภูมิประเทศและการแข่งขัน อาทิ ในญี่ปุ่นที่นิยมใช้ผนังสำเร็จรูปจากหลายวัสดุ (F Method, HS Method) ขณะที่ในหลายๆประเทศที่ Panasonic ไปเปิดตลาดจะใช้ผนังระบบ W-PC (Wall-Panel Concrete) เป็นต้น
2. Air Quality ระบบอากาศหมุนเวียนในบ้านที่มีคุณภาพ จากเทคโนโลยี PURETECH 
3. Longevity หรือความทนทาน
 
ขยายความเพิ่มเติมในส่วนของระบบอากาศหมุนเวียนในบ้านที่มีคุณภาพ ในมุมมองของ Panasonic นั้น เข้าใขพฤติกรรมผู้บริโภคดีว่าคนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในบ้านพักอาศัยมากที่สุด ดังนั้นระบบระบายอากาศหมุนเวียนในบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้
Panasonic มีการจัดตั้งแผนก Indoor Air Quality (IAQ) ขึ้นมาพักใหญ่แล้วเพื่อพัฒนาโซลูชั่นทางด้านนี้โดยเฉพาะ โดยใช้ชื่อโซลูชั่นว่า Air LOHAS
 
โซลูชั่นที่ว่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้บ้านของ Panasonic ทั้งหลังสามารถจัดการกับระบบระบายอากาศที่มีคุณภาพ 4 ด้าน คือควบคุณอุณหภูมิระหว่างภายในและภายนอกผ่านอุปกรณ์ Heat Exchange Element, ควมคุมความชื้นในบ้าน, ลดปริมาณฝุ่นที่มากับอากาศผ่านฟิลเตอร์ที่กรองฝุ่นขนาดเล็กระดับ PM2.5 และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบอากาศหมุนเวียนในบ้าน ซึ่งจะส่งผลให้มีอากาศที่บริสุทธิ์ 
ที่สำคัญคือ ประหยัดพลังงาน
 
Panasonic Corporation เองก็มีนโยบายที่จะขยายตลาดในส่วนของ Housing ออกไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้กตลาดต่างประเทศจาก 2% เป็น 10% ใน 5 ปี
 
ซึ่งกลยุทธ์ในการทำตลาดของ Panasonic ก็จะมีการพ่วงเองระบบ IAQ ทั้งในรูปแบบของการ Synergy สินค้าในพอร์ตเป็นโซลูชั่นไม่ว่าจะเป็น Housing, Ventilation Circulation System, Air Purifying, Air Conditioning หรือแยกกันทำตลาดเป็นสินค้าไป ตามความเหมาะสมและความพร้อมในการทำตลาดในแต่ละประเทศ

nanoe™ Technology

สำหรับในประเทศไทย ในภาพใหญ่ทาง Panasonic มีการเปิดตัว Panasonic Home & Commercial Solution ไปปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายคือเพิ่มสัดส่วนยอดขาย B2B จาก 5 เป็น 20% ให้ได้ในปี 2020 รายได้ที่เพิ่มนั้นจะมาก 3 กลุ่มธุรกิจที่ Panasonic มองว่ามีอนาคต คือ Home, Town และ Commercial แต่ในเฟสแรกจะเน้นโฟกัสไปที่กลุ่มธุรกิจบ้านเป็นอันดับแรก
 
ก่อนหน้านี้ Panasonic เองก็เคยประกาศที่พร้อมที่จะลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยไปเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งทาง Panasonic เองคาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาในการศึกษาตลาดและหาพาร์ทเนอร์ประมาณ 2 ปี กว่าจะเปิดตัวโครงการบ้านได้ ซึ่งก็คือปีนี้
เพราะฉะนั้นในระหว่างในการทำตลาดของ Panasonic ในประเทศไทยจึงต้องเน้นขายเป็นสินค้าเป็นอย่างๆ ไปก่อน
 
ในภาพเล็ก ในส่วนของ Ventilation Circulation System ปัจจุบันนี้ก็เริ่มมีโครงการคอนโดมิเนี่ยมไฮเอนด์หลายโครงการที่ติดตั้งระบบหมุนเวียนอากาศของ Panasonic ไปแล้ว อาทิ โครงการ Magnolias Ratchadamri Boulevard, Suan Bua Residence, Ashton Residence 41, Magnolias Waterfront Residence, Whizdom Connect รวมแล้วเกือบ 1,800 ยูนิต 
 
สำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศในปีนี้ Panasonic จะเน้นทำตลาดผ่านจุดขาย IAQ เช่นกัน โดยใช้ nanoe™ Technology เป็นจุดขายหลัก
nanoe™ Technology เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Panasonic ที่อยู่ในเครื่องปรับอากาศรุ่น Sky Series และ Aero Series โดยเทคโนโลยีนาโนอีนี้ได้รับการยอมรับและถูกนำไปใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ระบบขนส่งสาธารณะ ยานยนต์ โรงแรม ไปจนถึงโรงพยาบาล 
 
หลักการทำงานของ nanoe™ จะใช้เปลี่ยนอนุภาคของน้ำ ให้เป็นอะตอมไฟฟ้าสถิต ขนาดเล็กระดับนาโน (OH) จำนวน 4.8 ล้านล้านหน่วย/วินาที บวกประสิทธิภาพฟอกและกรองอากาศให้บริสุทธิ์ จากไอออนประจุลบ 3 ล้านล้านประจุ จึงช่วยลดกลิ่นต่าง ๆ ยับยั้งแบคทีเรีย ไวรัส สารก่อภูมิแพ้ และกำจัดฝุ่นละออง ขนาดได้เล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) 
 
คงต้องรอให้ Panasonic ประกาศตัวพันธมิตรที่จะมาร่วมทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์เสียก่อน เราถึงจะเห็นการทำตลาด IAQ อย่างเต็มรูปแบบเป็น Ecosystem ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ผู้บริโภคชาวไทยจะได้สัมผัส Brand Experience ของสโลแกนที่ว่า A Better Life, A Better World ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น
 
เมื่อถึงเวลานั้น คำว่า Japan Quality จะเป็นข้อเปรียบเทียบที่ทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงความแตกต่างของคุณภาพชีวิตจริงๆ

โตชิบา ขับเคลื่อนกลยุทธ์ Japan Quality ชูเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง สร้างความไว้วางใจระยะยาว ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย

LG เร่งทรานส์ฟอร์ม ชู AI in Action ดันตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยพลิกโต 5–10% ตั้งเป้ารายได้ 1.8 หมื่นล้านบาทในปี 2569

ถอดรหัสสงครามเครื่องใช้ไฟฟ้า จากยุคญี่ปุ่น สู่เกาหลี และการรุกคืบของจีนที่ทำให้ Samsung ต้องเปลี่ยนสมรภูมิรบ

จบ Price War เข้าสู่ยุค Value War ถอดเกม Samsung เมื่อ AI เปลี่ยนสนามรบเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทย

LG Subscribe ครบ 1 ปี สมาชิก 2 หมื่นราย ขอ Challenge 3 ปี สมาชิก 1 แสนราย ย้ำภาพผู้นำบริการบอกรับสมาชิกเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

ไฮเซ่นส์มั่นใจไทย ยังไปได้อีกไกล ปักหมุด Hub การผลิตใหญ่สุดในอาเซียน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact