Transition
ถ้าลองมองย้อนกลับไปดู Timeline ของ Panasonic Corporation จะพบว่าตลอดระยะเวลา 100 ปีของการทำธุรกิจ เราจะเห็นช่วงการเปลี่ยนผ่านสินค้าที่เป็นแฟล็กชิพในการทำรายได้และผลกำไรให้กับบริษัทอย่างมีนัยยะสำคัญตามการพัฒนาเศรษฐกิจของโลก
ในช่วงก่อตั้งบริษัท Panasonic เติบโตและสร้างความแข็งแกร่งมาจากสินค้าพื้นฐานที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟ, หลอดไฟ, โคมไฟ, ถ่านไฟฉาย จนสังคมเริ่มพัฒนาและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น Panasonic ก็มีการคิดและผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ออกมามากมาย
ช่วงปี 1970-1980 ธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับ Panasonic มากที่สุดกลายเป็นกลุ่มสินค้า TV และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ช่วงปี 1985-1990 ธุรกิจสื่อสารมวลชนมีการพัฒนารุดหน้าเพราะประชาชนมีความสนใจในข่าวสาร รวมถึงสินค้าภาพและเสียงกลายเป็นตลาด Mass ที่มีกันเกือบจะทุกครัวเรือน สินค้า Professional ในกลุ่มธุรกิจ Video Tape Recorder (VTR) ก็เติบโตตามธุรกิจวิทยุกระจายเสียงจนกลายมาเป็นสินค้าดาวรุ่งของบริษัท
มาในปี 2000 คงไม่มีอะไรที่จะมาแรงเท่ากลุ่มธุรกิจสื่อสาร ในช่วงนี้สินค้าที่ทำรายได้ให้ Panasonic กลายมาเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มสินค้า VTR ระบบ Digital ที่รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital TV
ปัจจุบันนี้กลุ่มธุรกิจที่ทาง Panasonic ให้ความสำคัญและมองว่าจะเป็นศูนย์หน้าคนใหม่ของบริษัทคือ กลุ่มสินค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์
อุตสาหกรรมยานยนต์ในที่นี้หมายถึงการผลิตชิ้นส่วนสำคัญๆ ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็น High Value, High Technology มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เดิม ซึ่งไฮไลต์จากนี้ไปของ Panasonic น่าจะให้น้ำหนักไปที่ตลาดรถไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) มากขึ้น เพราะกำลังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างมหาศาล
ก่อนหน้านี้ในปี 2009 ทาง Panasonic ได้มีการเข้าซื้อกิจการของ Sanyo ซึ่งสินค้าที่แข็งแกร่งผลิตภัณฑ์หนึ่งของ Sanyo ก็คือ กลุ่มถ่านและแบตเตอรี่ชาร์จ
แน่นอนว่าการเดินหมากครั้งนี้ก็เพื่อรองรับการปรับตัวขององค์กรนั่นเอง
ชัดเจนแล้วว่าทิศทางของ Panasonic จากนี้ต่อไปจะเน้นการทำธุรกิจในรูปแบบที่เรียกว่า Lower Sales, Higher Income ซึ่งถือว่าเป็นไปตามกลไกลของการแข่งขัน
เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลกมีการแข่งขันที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะกับการแข่งกันด้วยสงครามราคาจากสินค้าแบรนด์เกาหลีและจีน จนทำให้ Panasonic ต้องมีการปรับโครงสร้างรายได้ครั้งใหญ่ จนทำให้ยอดขายและผลกำไรในปีนี้ดีดตัวกลับมาอีกครั้ง
ที่ผ่านมา Panasonic ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถ EV รายใหญ่ของโลก ซึ่งรถ EV ที่ได้รับความนิยมในตลาดทั่วโลกอย่าง Tesla ก็ใช้แบตเตอรี่ของ Panasonic เช่นกัน
เมื่อไม่นานมานี้ Panasonic เองก็ได้มีการจับมือกับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นคือ Toyota เพื่อร่วมพัฒนารถ EV เช่นกัน
ในงานแถลงข่าว AP Future Vision Announcement ที่มีสื่อมวลชนจากยุโรปและเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วม Mr.Tetsuro Homma, President, Appliance Company Panasonic Corporation ตอบคำถามสื่อมวลชนว่า แม้ว่าในสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าคู่แข่งจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วจนหลายสินค้ามีคุณภาพเทียบเท่ากับสินค้าของญี่ปุ่น แต่ในสินค้าที่เป็น High Technology คำว่า Japan Quality ยังคงมีความสำคัญอยู่ ดังจะเห็นได้จากในปลายประเทศ เมื่อพูดถึงรถไฟความเร็วสูง รถไฟชินคันเซ็นจะเป็นชื่อแรกๆที่คนนึกถึงเสมอ ทั้งในเรื่องคุณภาพ, ความปลอดภัยและมาตรฐานการให้บริการที่ตรงต่อเวลา มีค่าเฉลี่ยความล่าช้าไม่ถึง 1 นาที
อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคงไม่แปลกในว่าทำไม Panasonic มองว่าตลาด Automotive จะเป็นอนาคตของบริษัท