“พลังของแบรนด์” ไม่ได้วัดกันแค่ยอดขายหรือการรับรู้ หากมองดีๆ จะเข้าใจชัดว่าพลังบนโลกโซเชียลคืออีกปัจจัยที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ “กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์” ดำเนินการบนโลกออนไลน์ได้อย่างโดดเด่น จนสามารถคว้าอันดับ 1 ในกลุ่มบัตรเครดิต จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Social Power Brand
รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องยืนยันถึงความนิยมของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภคเท่านั้น ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการทรานส์ฟอร์มแบรนด์สินเชื่อที่มีอายุกว่า 30 ปี ให้กลายเป็นแบรนด์ที่เข้าใจโลกโซเชียลและคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง

คุณอธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตแบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เล่าอย่างเรียบง่ายแต่หนักแน่นว่า
“เราอยู่ในตลาดมากว่า 30 ปี ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงศรีและ MUFG ซึ่งทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือ ในขณะเดียวกันเราก็ไม่หยุดพัฒนา เรานำความน่าเชื่อถือนั้นมาผสมผสานกับคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ที่เป็น ‘Smart but Fun’ เพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายและจริงใจ”
ประโยคข้างต้นสะท้อนหัวใจของกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์ก้าวข้ามจากการเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน ไปสู่การเป็นแบรนด์ที่อยู่ในทุกจังหวะชีวิตของผู้บริโภค
กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์เลือกที่จะไม่พูดถึงสินเชื่อในมิติของผลิตภัณฑ์อย่างเดียว ยังพูดถึง “ไลฟ์สไตล์” และ “มุมมองทางการเงิน” ของคนยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวและยืดหยุ่นในชีวิต ทำให้การสื่อสารของแบรนด์บนโลกออนไลน์มีพลังและมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญที่มีอารมณ์ขัน การเล่าเรื่องที่เข้าถึง หรือการตอบสนองอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งหมดนี้หลอมรวมเป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ Smart but Fun อย่างสมบูรณ์แบบ

ทีมงานฝ่ายสื่อสารฯ แบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
โดยคำว่า “คนรุ่นใหม่” ในมุมมองของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อายุหรือเจนเนอเรชัน
คุณอธิป กล่าวถึงนิยามที่แบรนด์ตั้งไว้ว่า คือคนที่มีวิธีคิดใหม่ต่อการจัดการชีวิตทางการเงิน
“คำว่าคนรุ่นใหม่ของเราไม่ได้หมายถึงคนอายุ 20-30 เราหมายถึงคนที่คิดแบบใหม่ ใช้ชีวิตทางการเงินแบบใหม่” พร้อมย้ำว่า พลังของโซเชียลสำหรับแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่การพูดให้ดังที่สุด แท้จริงแล้วอยู่ที่
“การพูดและการฟังอย่างจริงใจ เรามองว่า Social Power คือพลัง 2 ทาง ไม่ใช่แค่แบรนด์พูด แต่เราต้องฟังด้วย เราใช้ทั้ง Social Listening Tools และฟีดแบ็กจากทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเข้าใจลูกค้าให้ลึกที่สุด” คุณอธิป กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
การฟังเสียงผู้บริโภคอย่างจริงจังนำไปสู่แคมเปญมากมายที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง หนึ่งในนั้นคือ
“อนุมัติไว เข้าใจคนรอ” แคมเปญที่กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ด้วยคาแรกเตอร์ “พี่ไกรทอง น้องจระเข้” ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสนุกแต่ไม่หลุดจากสาระ

ผลลัพธ์ของแคมเปญที่สร้างพลังกลับมายังแบรนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ คือยอดเข้าถึงผู้ชมกว่า 30 ล้านคน กว่า 2 ล้านคลิกไปยังช่องทางสมัคร ยอดสมัครจากลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นถึง 83% และมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 51% พร้อมรางวัลระดับ Global จาก London International Award 2025, One Asia 2025 และ ล่าสุด Adman Awards & Symposium 2025
“เราพิสูจน์ให้เห็นว่า การทำแคมเปญบนโซเชียลไม่จำเป็นต้อง Hard Sell ถึงจะได้ผล สามารถเล่าเรื่องที่จับใจลูกค้า เข้าใจลูกค้าจริงๆ และทำให้เขารู้สึกว่าแบรนด์อยู่ข้างเขา” คุณอธิป กล่าว
หัวใจสำคัญอีกอย่างของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์คือการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ ในฐานะแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แบรนด์ไม่ต้องการให้สินเชื่อถูกมองว่าเป็นภาระ ในทางกลับกันการมีอยู่ของสินเชื่อ คือ “ตัวช่วยทางการเงินที่สร้างโอกาส”
“เรานำเสนอผลิตภัณฑ์ในฐานะ ‘ตัวช่วย’ ให้ลูกค้าใช้จ่ายอย่างฉลาด เช่น ผ่อน 0% สำหรับการศึกษา หรือของจำเป็นในลักษณะของ Smart Spending ที่เรายึดมั่น” คุณอธิปกล่าว พร้อมเสริมว่า สินเชื่อไม่ใช่การสร้างหนี้ แต่คือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าทำสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิต เช่น การเรียนต่อ การพาครอบครัวไปเที่ยว หรือการพัฒนาตัวเอง
กลยุทธ์การสื่อสารของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การคิดคอนเทนต์ ทั้งนี้ยังครอบคลุมถึงการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละแพลตฟอร์ม คุณอธิปอธิบายว่า Facebook ถูกใช้เพื่อสื่อสารข้อมูลและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ TikTok และ Instagram ใช้สร้างความสนุก สะท้อนถึง Brand Personality และสร้าง Engagement ในฝั่ง YouTube ใช้เล่าเรื่องราวแบรนด์และแคมเปญที่ต้องอธิบายและลงรายละเอียดได้เยอะขึ้น ส่วน X หรือ Twitter ใช้สื่อสารสั้นๆ กระชับ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
“เราไม่ทำแบบ One Size Fits All เพราะลูกค้าแต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมต่างกัน เราจึงต้องออกแบบคอนเทนต์ให้เหมาะกับแต่ละช่องทาง เพื่อให้แบรนด์พูดกับลูกค้าได้อย่างตรงใจ”

ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของแบรนด์ที่ไม่เพียงแค่ “อยู่” บนโซเชียล มากกว่านั้น คือ “เข้าใจ” Social Media อย่างแท้จริง พลังของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ไม่ได้มาจากงบโฆษณา เพราะแท้จริงแล้วมาจากการเข้าใจมนุษย์ เข้าใจจังหวะชีวิตของลูกค้า และรู้จักใช้เทคโนโลยีในการฟังเสียงพวกเขาอย่างต่อเนื่อง
“Social Power ของเราคือการทำให้แบรนด์พูดและฟังได้จริง ทำให้ลูกค้ารู้ว่าเราอยู่กับเขา เราให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้า ไม่ใช่แค่ขายของ” คุณอธิป สรุป
“กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์” ยังคงยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคมากว่า 30 ปี และยังคงเป็นแบรนด์ที่มีพลังมากที่สุดบนโลกออนไลน์ในปี 2025 แบรนด์ที่ทั้ง “ฉลาด” และ “สนุก” อย่างแท้จริงในเวลาเดียวกัน แบรนด์ที่สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าใจผู้คนอย่างจริงใจ คือพลังที่แท้จริงของทุกแบรนด์บนโลกโซเชียล