การได้รับรางวัล 2025 Thailand's Social Power Brand ในอันดับที่ 1 ของกลุ่มประกันภัยในปีนี้ ถือเป็นความประหลาดใจอย่างยิ่งสำหรับ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย เนื่องจากตั้งแต่แรกเริ่ม เป้าหมายหลักของแบรนด์ไม่เคยอยู่ที่การไล่ล่ารางวัล มุ่งเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ในเชิงบวกและช่วยให้ลูกค้าเข้าใจธุรกิจประกันภัยที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนให้ง่ายขึ้น ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นเสมือนการพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อแบรนด์ทำงานด้วยความจริงใจและมุ่งมั่นสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้บริโภค ความยิ่งใหญ่ย่อมตามมาโดยธรรมชาติ
คุณพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานลูกค้าและความยั่งยืน อลิอันซ์ อยุธยา ประจำประเทศไทย เล่าถึงปรัชญาการทำงานของแบรนด์ว่า "จริงๆ แล้วแคมเปญต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราไม่ได้มีเป้าหมายของการไปพิชิตรางวัล สิ่งที่เป็นเป้าหมายหลักของแบรนด์คือการสร้างการรับรู้ในทางที่ดี และช่วยให้ลูกค้าเข้าใจธุรกิจประกันภัยที่มีความละเอียดและซับซ้อน" คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดจากการวางแผนเพื่อชนะการแข่งขัน แต่เกิดจากการมุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
หัวใจสำคัญของความสำเร็จบนโซเชียลมีเดียของ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย เริ่มต้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าผู้บริโภคในยุคปัจจุบันไม่ได้อยู่บนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น แต่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Facebook, YouTube หรือ LINE ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มมีลักษณะเฉพาะและผู้ใช้งานที่แตกต่างกันไป แบรนด์จึงไม่เพียงแค่มีตัวตนอยู่บนทุกแพลตฟอร์ม แต่ยังต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้เข้ากับธรรมชาติของแต่ละช่องทางอย่างลงตัว
สำหรับ TikTok แบรนด์เลือกใช้เนื้อหาที่สั้น กระชับ จับประเด็นสำคัญที่ผู้บริโภคสามารถเข้าใจและนำไปใช้ต่อได้ทันที เพราะนั่นคือธรรมชาติของแพลตฟอร์มที่ผู้คนต้องการความรวดเร็วและได้ใจความชัดเจน ในขณะที่ YouTube และ Podcast กลับเป็นพื้นที่ที่สามารถนำเสนอเนื้อหาที่ยาวขึ้นและเจาะลึกได้มากกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ส่วน Facebook ซึ่งผู้ใช้งานส่วนมากเป็นกลุ่ม Gen X และ Gen Y ก็มีการปรับรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการแตกต่างออกไป

คุณพัชรา อธิบายหลักการทำงานว่า "โซเชียลมีเดียบอกเราว่าไม่ว่าผู้บริโภคจะอยู่ตรงไหน เราต้องเอาตัวเราไปอยู่ตรงนั้น เนเจอร์ของแต่ละแพลตฟอร์มก็ต่างกัน Facebook เป็นพื้นที่ของคนที่โตขึ้น ส่วนคนที่เสพผ่าน YouTube ก็อีกแบบหนึ่ง อาจจะต้องการเนื้อหายาวและละเอียดหน่อย ส่วน TikTok จะต้องเร็ว เราต้องเข้าใจช่องของสื่อแล้วนำมาปรับให้เข้ากับคอนเทนต์ นั่นคือวิธีการในการนำเสนอ"
การเข้าใจธรรมชาติของแต่ละแพลตฟอร์มนี้เองที่ทำให้ อลิอันซ์ อยุธยา สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

นอกจากการปรับตัวตามธรรมชาติของแต่ละแพลตฟอร์มแล้ว สิ่งที่ทำให้ อลิอันซ์ อยุธยา โดดเด่น คือความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว และการดำเนินการเชิงรุก อย่างเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก ทีมงานของอลิอันซ์ อยุธยา สามารถตั้งคอลเซ็นเตอร์เฉพาะกิจและสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยให้ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด ตั้งแต่ช่องทางการติดต่อ เอกสารที่ต้องเตรียม ความรู้เรื่องการเคลม ไปจนถึงการติดตามสถานะ เพื่อลดความกังวลและความไม่แน่ใจของลูกค้าที่กำลังเผชิญกับวิกฤต ความเร็วในการตอบสนองนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการเตรียมพร้อมและความทุ่มเทของทีมงานที่ยินดีจะ Cross Function มาช่วยเหลือกันในยามวิกฤต
การตอบสนองอย่างทันท่วงทีนี้ยังเห็นได้ชัดเจนเมื่อ OIC ประกาศใช้นโยบาย "Co-payment" ในเดือนมีนาคม ซึ่งทำให้ผู้คนทั่วประเทศตื่นตระหนกและไม่เข้าใจว่าจะมีผลกระทบต่อตัวเองอย่างไร ในฐานะแบรนด์ที่มีหน้าที่สร้างความเข้าใจ อลิอันซ์ อยุธยา จึงออกมาอธิบายอย่างละเอียดผ่านโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มว่า Co-payment คืออะไร จะมีผลต่อผู้บริโภคอย่างไร และที่สำคัญคือการชี้แจงว่า Co-payment ไม่ได้กระทบกับประกันภัยแบบรายปี ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าทุกประเภทต้องเสีย Co-payment เหมือนกัน การให้ความรู้ที่ถูกต้องและทันเวลา ไม่เพียงช่วยลดความกังวลของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคนอีกด้วย

สำหรับช่วงฤดูฝนและน้ำท่วมซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แบรนด์ก็มีการสื่อสารบริการเสริมอย่างบริการยกรถ ไม่มีค่าใช้จ่าย (Towing Service) อย่างต่อเนื่องและเชิงรุก โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่มีการพยากรณ์ว่าจะเกิดน้ำท่วม ทีมงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าว่ามีบริการยกรถพร้อมให้ความช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้รถของลูกค้าเสียหายจากน้ำท่วม การทำงานแบบนี้แสดงให้เห็นว่า อลิอันซ์ อยุธยา ไม่ได้รอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่อยแก้ไข แต่เตรียมพร้อมและป้องกันไม่ให้ลูกค้าต้องเผชิญกับปัญหาตั้งแต่แรก การสื่อสารเชิงรุกผ่านสื่อโซเชียลช่วยสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ในขณะเดียวกัน แบรนด์ยังได้สร้างสรรค์แคมเปญที่น่าสนใจอย่าง "Unbox" ซึ่งนำคอนเซ็ปต์การแกะกล่องรีวิวสินค้าที่กำลังเป็นที่นิยมบนโซเชียลมีเดียมาใช้ในการอธิบายประโยชน์และความคุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นประกันรถ บ้าน หรือธุรกิจ SME แคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา โดยต้องการให้ลูกค้าอ่านและเข้าใจเงื่อนไขก่อนตัดสินใจซื้อประกัน เพื่อที่เมื่อถึงเวลาเคลมจะได้ไม่มีปัญหาหรือความเข้าใจผิด
"เราอยากให้คนอ่านเงื่อนไขก่อนซื้อประกัน จะได้รู้ว่าตัวเองซื้ออะไร และตอนที่เคลมจะได้ไม่มีปัญหา เราเลยเอาคอนเซ็ปต์นี้มาต่อยอด ภายในกล่อง Unbox จะมีสัญลักษณ์ต่างๆ ที่แทนจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ เช่น รถเล็กๆ สำหรับบริการยกรถ หรือกุญแจสำหรับบริการช่วยเหลือเมื่อกุญแจรถหรือบ้านหาย ทำให้ผู้บริโภคเห็นภาพและเข้าใจประโยชน์ของสินค้าได้ง่ายขึ้น”
มากไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ อลิอันซ์ อยุธยา โดดเด่นกว่าการทำงานบนแพลตฟอร์มเดี่ยวๆ คือการเชื่อมโยงทุกช่องทางเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งคุณพัชรา อธิบายถึง Social Power ว่า "พลังของโซเชียลอยู่ที่การใช้มีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการใช้มีเดียร่วมกัน เพราะในสังคมมีคนหลากหลาย การเสพก็ไม่เหมือนกัน"
แบรนด์ได้นำ Healthy Living ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ การกิน การใช้ชีวิต และการเงินมานานกว่า 10 ปี มาเชื่อมโยงเข้ากับแอปพลิเคชัน "My Allianz" และ LINE ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ได้ง่าย โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ต้องการ การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งานแบบนี้เกิดจากการคิดถึงความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นหลัก
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการทำให้เรื่องประกันภัยที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันผ่านการสื่อสารแบบ Edutainment ที่ผสมผสานระหว่างการให้ความรู้และความบันเทิงเข้าด้วยกัน แทนที่จะพูดถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ยากต่อความเข้าใจ แบรนด์เลือกที่จะเล่าเรื่องราวผ่านสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับทุกคน เช่น บริการ Roadside Assistance ที่ช่วยเหลือเมื่อรถเสีย ยางแตก หรือน้ำมันหมด หรือแม้กระทั่งบริการช่วยเหลือเมื่อกุญแจรถหรือบ้านหาย ซึ่งเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน การนำเสนอเช่นนี้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าประกันภัยไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวหรือซับซ้อนเกินไป แต่เป็นสิ่งที่อยู่เคียงข้างและพร้อมช่วยเหลือในชีวิตประจำวันของพวกเขา

สิ่งที่น่าสนใจ คือการตัดสินใจเกี่ยวกับการเข้าร่วมกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย อลิอันซ์ อยุธยา มีจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะเลือกเฉพาะกระแสที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์อย่างแท้จริงและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเท่านั้น หลักการพิจารณาง่ายๆ คือหนึ่ง แบรนด์มีประเด็นที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นหรือไม่ และสอง เรื่องนั้นเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคหรือไม่ ถ้าไม่มีคุณค่าอะไรให้กับผู้บริโภค แบรนด์จะไม่เข้าร่วม เนื่องด้วยบางประเด็นแม้จะมี Engagement สูงหากเข้าร่วมวงสนทนา แต่แบรนด์ไม่ลืมคำนึงถึง Sentiment ที่จะเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์แบรนด์ที่สร้างมานานได้
ก้าวต่อไปของ อลิอันซ์ อยุธยา ยังคงมีแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาต่อไป โดยยึดหลักการทำงานแบบ "Always-on" คือการสื่อสารอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง พร้อมกับการวัดผลประสิทธิภาพและปรับปรุงอยู่เสมอ แบรนด์ไม่ปิดกั้นโอกาสในการเรียนรู้และทดลองสิ่งใหม่ๆ โดยใช้หลัก "Test Small, Scale if Successful" คือลองทำในขนาดเล็กก่อน ถ้าได้ผลดีค่อยขยายผล เช่นเดียวกับแพลตฟอร์ม TikTok ที่แบรนด์เพิ่งเข้ามาไม่นานนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าที่จะเข้าไปลองเล่นและค้นหาว่ารูปแบบการสื่อสารแบบไหนที่แบรนด์จะเหมาะสมกับแพลตฟอร์มนี้ จากนั้นก็กลับมาประเมินและพัฒนาการสื่อสารให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
"ล่าสุดเราก็จะถอยกลับมานิดหนึ่ง เพื่อดูว่าคอนเทนต์อะไรที่เหมาะกับ TikTok จริงๆ และพิจารณาว่าอะไรที่ควรไปบน YouTube มากกว่า ทุกครั้งที่เราได้ทำอะไรใหม่ๆ ก็ตามแต่ เราจะกลับมาประเมินตัวเองเสมอว่าเหมาะสมหรือไม่ เพื่อส่งแรงให้ไปต่อหรือดึงแรงกลับมาเพื่อไปในทางอื่น"
เมื่อถามถึงสูตรสำเร็จในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งบนโซเชียลมีเดีย คุณพัชรา สรุปอย่างตรงไปตรงมาว่า "สิ่งที่ทำให้เราเป็นที่ 1 ได้ กลยุทธ์ของเราคือการเอาตัวเราให้เป็นที่ได้ยิน เป็นที่ได้เห็น เป็นที่รู้จัก และมีประโยชน์ต่อเขา โดยที่เราไม่ได้คาดหวังที่จะเป็นที่ 1 " แก่นของความสำเร็จอยู่ที่ความจริงใจและความสม่ำเสมอในการสร้างคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาสั้นหรือยาว สิ่งสำคัญคือต้องมีประโยชน์และตรงไปตรงมาเสมอ เมื่อแบรนด์ทำแบบนี้อย่างสม่ำเสมอ ผู้บริโภคจะรู้สึกว่าแบรนด์มีความเกี่ยวข้องและมีคุณค่าในสายตาของพวกเขา และนั่นคือพลังที่แท้จริงของโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่แค่ตัวเลข Engagement หรือจำนวนผู้ติดตาม แต่เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและความไว้วางใจที่สั่งสมมาจากการทำงานอย่างจริงใจและต่อเนื่อง
การได้รับรางวัล 2025 Thailand's Social Power Brand ในอันดับที่ 1 ของกลุ่มประกันภัยในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแสดงถึงความสำเร็จทางตัวเลขบนโซเชียลมีเดีย แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้บริโภค ด้วยการสื่อสารที่ซื่อตรง เข้าใจง่าย และมีประโยชน์อย่างแท้จริง อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัยได้พิสูจน์แล้วว่า เมื่อแบรนด์ทำงานด้วยหัวใจและใส่ใจในทุกรายละเอียด ความสำเร็จย่อมตามมาโดยธรรมชาติ และที่สำคัญคือความสำเร็จนั้นจะยั่งยืนและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระยะยาว
