BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
5,219
VIEWS

"เหนื่อยแต่คุ้มค่า" เพชร พะเนียงเวทย์ กับภารกิจพามาม่าหลุดกรอบการตลาดแมส สู่โลก Fragmentation

ธ.ค. 04, 2568 N.Rotchana
“เหนื่อย แต่คุ้มค่า” ประโยคสั้น ๆ ที่เพชร พะเนียงเวทย์ กรรมการบริษัท และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ใช้สรุปปี 2568 ของการทำตลาด “มาม่า” แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอายุ 54 ปี ที่วันนี้ไม่ได้วัดความสำเร็จแค่ยอดขายหรือมาร์เก็ตแชร์อีกต่อไป แต่รวมไปถึงการเข้าไปอยู่ในชีวิตและวัฒนธรรมการเสพคอนเทนต์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ด้วย
 
แม้มาม่าจะก้าวสู่ 54 ปี แต่เป้าหมายของแบรนด์กลับน่าสนใจคือ อย่าให้มาม่าแก่ตามตัวเลข เพชรเล่าว่า แบรนด์ต้องปรับทั้งมุก วิธีเล่าเรื่อง และรูปแบบการสื่อสาร ให้เข้าไปอยู่ในโลกจริงของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ใช่แค่บนชั้นวางสินค้า โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่เขาใช้เวลาช่วงหนึ่งไปเรียนต่อระดับปริญญาเอกด้าน Influencer Marketing ซึ่งงานวิจัยช่วยยืนยันอย่างชัดเจนว่า อินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก จากเดิมที่มาม่าลองใช้อินฟลูเอนเซอร์ในหลายยุคหลายช่วงเวลา จึงขยับมาเป็นการใช้กลยุทธ์นี้แบบตั้งใจจริงในระดับโครงสร้างขององค์กร
 
เมื่อกลยุทธ์ชัด แบรนด์ก็เริ่มลงมืออย่างจริงจัง หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุด คือการเข้าไปไฮแจ็กเพลงในภาพยนตร์ “รักแรกโคตรลืมยาก” พร้อม Tie-in มาม่าในมิวสิกวิดีโอ แม้จะเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ ในเนื้อเรื่อง แต่กลับสร้างยอดเข้าชมทะลุ 10 ล้านวิวบน YouTube และที่สำคัญทำให้มาม่ากลับมาอยู่ในบทสนทนาของคนรุ่นใหม่ได้อีกครั้ง
 
จากจุดนั้น มาม่าจึงขยับไปสู่การร่วมงานกับศิลปินและครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งอิ้งค์ วรันธร เปานิล เสือร้องไห้ และอีกหลายชื่อที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคย เพชรมองในมุมคนทำงานว่า คนเหล่านี้มีบทบาทเป็น Content Creator ที่เป็นมากกว่าพรีเซ็นเตอร์ เพราะไม่เพียงแค่ยืนถือสินค้า แต่ยังช่วยทำให้ภาษาของแบรนด์ทันสมัย เข้าถึงง่าย และเป็นธรรมชาติ
 
ควบคู่กันนั้น ยังเห็นภาพชัดเจนว่าพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะการดูทีวีที่ลดลงต่อเนื่องแม้แต่ผู้ใหญ่ที่บ้านก็หันมาดูมือถือ อินฟลูเอนเซอร์ที่มาม่าใช้ผ่านโซเชียลมีเดียจึงสามารถลงไปถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อย ๆ ได้จริง ทุกวันนี้เพชรถึงกับบอกว่าแยกไม่ออกแล้วว่าใครคือศิลปิน ใครคืออินฟลูเอนเซอร์ ทุกคนคือผู้สร้างคอนเทนต์ได้หมด และเมื่อทุกคนสร้างคอนเทนต์ได้ การวางมาม่าให้เข้าไปอยู่ในจักรวาลคอนเทนต์เหล่านั้นอย่างถูกที่ ถูกเวลา จึงทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายได้อย่างลึกและแม่นยำ
 
“วันนี้ทุกแบรนด์ก็ใช้อินฟลูเอนเซอร์กันหมด แต่สิ่งที่มองว่าเป็นจุดแข็งของมาม่าคือความต่อเนื่องของแนวคิดการสื่อสารจากโครงสร้างการบริหารที่ค่อนข้างนิ่ง เราโชคดีที่เป็นแบรนด์ที่มีความเป็นเจ้าของอยู่ในแบรนด์ของตัวเอง ผู้บริหารเป็นเจ้าของและไม่เปลี่ยนบ่อย วิธีการสื่อสารเลยไม่เปลี่ยนไปตามผู้บริหารใหม่ ทิศทางการสื่อสารจึงไปในทางเดียวกันเสมอ”
 
สำหรับเกณฑ์การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ เพชรอธิบายว่า แก่นสำคัญเริ่มจากข้อเท็จจริงที่ว่า “มาม่า” มีฐานผู้บริโภคกว้างมากอยู่แล้ว แบรนด์จึงสามารถสื่อสารออกไปได้หลายทิศทาง ขอแค่คน ๆ นั้นสื่อสารกันรู้เรื่อง และมี vibes ตรงกับมาม่า โดยไม่ได้เอายอดไลก์มาเป็นตัวตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ที่มาม่าเลือกใช้จะเป็นอินฟลูเอนเซอร์เบอร์ใหญ่ ๆ ที่มีอิทธิพลในชุมชนของตัวเอง ส่วนกลุ่มนาโนหรือไมโครจำนวนมาก มักจะหยิบมาม่าไปเล่นคอนเทนต์เองโดยไม่ต้องขอ เปรียบเหมือนมาม่าขายให้กับร้านใหญ่เป็นหลัก แต่ร้านเล็ก ๆ จะหยิบไปขายต่อแบบไหน ก็ปล่อยให้ไหลไปตามสายน้ำของมัน
จากนั้นเพชรขยายไปที่เรื่องฐานแฟน ซึ่งเป็นหัวใจของการมองอินฟลูเอนเซอร์ในแบบของมาม่า โดยยกตัวอย่างถ้ามาม่าเป็นอินฟูเอนเซอร์ ฐานแฟนเบสมาม่ากว้างกว่าอินฟูคนใดคนหนึ่งในประเทศ ดังนั้นไม่มีอินฟูคนไหนที่ cover มาม่าได้
 
“เราไม่ได้คาดหวังว่าแฟนคลับของอิ้งค์ วรันธร, นนท์ ธนนท์ หรือเสือร้องไห้ จะต้องกินแต่มาม่า แฟนคลับอิ้งค์จะกินยี่ห้ออื่นผมก็ไม่ว่า เพราะในมุมของผม อินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้คือตัวแทน หรือครอบครัวเดียวกันที่ช่วยเดินไปบอกว่ามาม่ามีอะไรใหม่ กำลังทำอะไรสนุก ๆ มากกว่าจะยืนอธิบายวิธีกินมาม่าอย่างเดียว”
 
เพชรยอมรับตรงไปตรงมาว่า ตัวเขาเองก็ไม่ได้กินแต่มาม่าแบรนด์เดียว ผมก็กินยี่ห้ออื่นด้วย และย้อนถึงช่วง Pride Month ที่บอกว่าหลากหลายแบรนด์เถอะ กินยี่ห้ออื่นบ้าง สิ่งนี้สะท้อนว่าวิธีคิดของมาม่าไม่ได้ตั้งอยู่บนความเป็นเจ้าของผู้บริโภค แต่ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ระยะยาวกับคนที่เลือกแบรนด์ในแบบของตัวเอง
 
เมื่อพูดถึงมิติของ Emotional Marketing มาม่าทำมาตลอด เพียงแต่แพลตฟอร์มเปลี่ยนไป หากย้อนไล่ดูโฆษณามาม่า 10–20 ปีก่อน ก็พูดเรื่องไลฟ์สไตล์ Emotional เหมือนกัน เพียงแต่ผ่านทีวีอย่างเดียว มันไม่ได้จับต้องได้เท่าวันนี้ ขณะที่ปัจจุบัน แคมเปญที่ออกมาผ่านครีเอเตอร์ เช่น เสือร้องไห้ ทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะลูกค้าเจนใหม่ ๆ ที่ไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ แต่ยึดติดกับคอนเทนต์และคนที่พวกเขาติดตามมากกว่า
 
มุมของพอร์ตสินค้า โดยเฉพาะ “มาม่า OK” ที่กำลังมีบทบาทชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เพชรเล่าว่า วันนี้มาม่า OK คิดเป็นราว 10% ของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกแบรนด์รวมกัน และคิดเป็นประมาณ 20% ของยอดขายรวมภายในแบรนด์มาม่าเอง ถ้ามองในภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  เพชรยอมรับตรง ๆ ว่าตลาดโดยรวมไม่ได้เติบโตมากนัก แต่สิ่งที่เติบโตคือมาม่า OK ซึ่งช่วยดันให้ภาพรวมของมาม่าและตลาดดูดีขึ้นตามไปด้วย
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ การตีความ “พรีเมียม” ของมาม่าไม่ได้ผูกติดอยู่กับวัยใดวัยหนึ่ง ซึ่งตอนแรกเพชรคิดว่าพรีเมียมเป็นเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็กินพรีเมียมเหมือนกัน โดยกลุ่มเป้าหมายของมาม่าโอเคกระจายตั้งแต่ Baby Boomer ไปจนถึง Gen Z สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การกำหนดว่ากลุ่มไหนควรกินอะไร แต่คือสื่อสารให้ถึงแต่ละกลุ่มในภาษาที่เขาเข้าใจ
 
แนวทางเติบโตในอนาคต สำหรับตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะโตได้ ต้องโตจาก New Product Development (NPD) หรือการออกสินค้าใหม่เป็นหลัก ซึ่งมาม่าก็มีการเตรียมรสชาติใหม่ ๆ ทั้งมาม่า OK  ทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยว ทั้งตัว Mass มีเตรียมหมด แต่จะออกกี่รส ขึ้นกับจังหวะเวลาและความเหมาะสม 
 
ยกตัวอย่างปีนี้เฉพาะมาม่า OK ออกใหม่ประมาณ 5 รสชาติ ก๋วยเตี๋ยวอีก 4 รสชาติ รวมแล้วประมาณ 9-10 รสชาติ ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร ฝั่งกำลังซื้อ เพชรมองว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี คนก็ยังกินมาม่า เพราะหากลงลึกในรายละเอียดจะพบว่าคนไทย 1 คน กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเฉลี่ย 55 ซองต่อคนต่อปี ซึ่งปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมา (54 ซองต่อคนต่อปี)
จากมุมของการใช้พรีเซ็นเตอร์ อดีตสินค้าประเภท Mass Product จะเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์เพียง 1-2 คนเพื่อสร้างภาพจำที่ชัดเจน ทว่าการสื่อสารยุคใหมม่ที่ซับซ้อนขึ้นทำให้เสียงเดียวไม่พออีกต่อไป กลยุทธ์ Influencer ของมาม่าจึงไม่ได้ทำแบบหว่าน แต่เป็นการแตกย่อย หรือ Fragment มากขึ้น เลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่พูดกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้จริง

แคมเปญ “iPhone 60 วัน 60 เครื่อง” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพชรเล่าว่า ในวันแจกของรางวัล เขาถามผู้โชคดีว่ารู้ข่าวจากไหน พบว่าคนจำนวนมากรู้มาจากพี่อู๋ Spin9 ไม่ใช่จากทีวีหรือสื่อหลัก นี่คือหลักฐานว่าการกระจายผ่านครีเอเตอร์หลายกลุ่ม สามารถสร้างแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ในระดับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแทนที่แบรนด์จะคิดแทนผู้บริโภคว่าควรสื่อสารอย่างไร อินฟลูเอนเซอร์แต่ละกลุ่มกลับช่วยพูดภาษาของชุมชนตัวเองให้แบรนด์ในแบบที่เข้าถึงได้มากกว่าโฆษณาแบบเดิม
 
เรียกว่าการตลาดแมสยุคใหม่ ไม่ใช่การรวมคนด้วยข้อความเดียว แต่คือการรวมใจจากหลายชุมชน และเมื่อแต่ละชุมชนมีคอนเทนต์ของมาม่าอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ภาพรวมของแบรนด์กลับยิ่งใหญ่กว่าเดิม ในขณะที่ความสัมพันธ์กับผู้บริโภคก็ลึกและจริงกว่าการสื่อสารผ่านจอทีวี
 
ท้ายที่สุดเรื่องราวของมาม่าในวันนี้จึงพิสูจน์ว่า การเป็นสินค้าระดับแมสไม่ได้แปลว่าต้องสื่อสารแบบแมสเสมอไป ในยุคที่ผู้บริโภคมีหลายภาษา หลายความสนใจ และกระจายตัวอยู่ในหลายชุมชน การตลาดต้องยอมแตกย่อย แล้วค่อยประกอบพลังกลับมาเป็นความนิยมระดับประเทศ การตลาดของมาม่าที่ดูเหมือนกระจัดกระจาย เป็นอีกยุทธศาสตร์ใหม่ที่ทำให้แบรนด์ 54 ปียังคงสดใหม่ ติดเทรนด์ และเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้ลึกกว่าเดิม ในแบบที่คำว่าสินค้าสำหรับทุกคนมีความหมายใหม่ในโลกยุค Fragmentation อย่างแท้จริง
 
 

อะไรคือ "Community Catalyst" สำคัญอย่างไร “มาม่า” ถึงใช้เป็นกลยุทธ์หลัก เพื่อปูทางให้แบรนด์เป็นมากกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

"เหนื่อยแต่คุ้มค่า" เพชร พะเนียงเวทย์ กับภารกิจพามาม่าหลุดกรอบการตลาดแมส สู่โลก Fragmentation

เรียนรู้ 3 กลยุทธ์ ที่แบรนด์ลีดเดอร์ใช้ในการทำตลาด

บทเรียน “มาม่า” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละ 5 บาท ในโลกธุรกิจที่เริ่มง่าย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะอยู่รอด

“Sound of Flavors” PIANO & I x MAMA มิติใหม่การสร้างจักรวาลแบรนด์ จับมือโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ทำอัลบั้มที่ปรุงรสชาติให้เป็นทำนอง ครองใจทุกเจน

มาม่า x เสือร้องไห้ ใช้กลยุทธ์ Content Marketing เปลี่ยนฐานแฟนคลับให้เป็นแฟนแบรนด์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact