ในอดีตการทำศูนย์การค้าคือการรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด One-Stop Service เพื่อให้คนมาจับจ่ายได้ครบจบในครั้งเดียว แต่วันนี้โจทย์เปลี่ยนไป เพราะสินค้าและบริการจำนวนมากสามารถเข้าถึงได้ผ่านออนไลน์ สิ่งที่ศูนย์การค้าต้องแข่งขันจึงไม่ใช่แค่จำนวนร้านค้า แต่เป็นการตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่มากกว่า
แต่ในวันนี้การพัฒนาศูนย์การค้าต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่าคนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างไร มีความต้องการอะไร และยังขาดอะไร ก่อนออกแบบพื้นที่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับการช้อปปิ้ง
แนวคิดนี้สะท้อนชัดผ่าน “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” (Central Northville) โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี ‘The New District of North Bangkok’ ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 59 ไร่ พื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) รวม 210,000 ตารางเมตร นำเสนอประสบการณ์ค้าปลีกรูปแบบใหม่ ที่ผสานแนวคิด Biophilic Design แห่งแรกของประเทศ เชื่อมธรรมชาติกับวิถีชีวิตเมือง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ตอบโจทย์ Well-being และ Longevity เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
พร้อมแผนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในปี 2570 เติมเต็มองค์ประกอบของมิกซ์ยูสอย่างสมบูรณ์ สะท้อนวิสัยทัศน์ A Future-Led Ecosystem ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างการเติบโตให้กับกรุงเทพฯ ตอนเหนือไปพร้อมกัน โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 3 ก.ค. 69 พลิกโฉมรัตนาธิเบศร์สู่ “Northville District” สร้างย่านใหม่กรุงเทพฯ และนนทบุรี
แม้ในเชิงกายภาพจะเป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือวิธีคิดเบื้องหลังการพัฒนาโครงการแห่งนี้

ทำไมต้องนนทบุรี?นนทบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงและเป็นหนึ่งในพื้นที่เติบโตสำคัญของกรุงเทพฯ และปริมณฑล แม้จะเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีความหนาแน่นของประชากรสูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร แต่กลับมีมูลค่าเศรษฐกิจจังหวัด (GPP) สูงเป็นอันดับ 8 ของประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 405,296 ล้านบาทต่อปี ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 213,992 บาทต่อคนต่อปี สะท้อนกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของประชากรในพื้นที่
อีกปัจจัยสำคัญคือการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีชมพู รวมถึงโครงการในอนาคตอย่างสายสีน้ำตาล และเครือข่ายมอเตอร์เวย์ที่ช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ทำให้นนทบุรีกลายเป็นเมืองที่เดินทางสะดวกและมีศักยภาพเติบโตได้อีกมากในอนาคต
นอกจากนี้คือการย้ายถิ่นฐานของคนกรุงเทพฯ จำนวนมากที่เลือกออกมาใช้ชีวิตในนนทบุรี ส่งผลให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมของครอบครัวเมืองที่มีกำลังซื้อสูง และกำลังมองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า
“นนทบุรี เป็นเมืองศักยภาพสูง และเติบโตแข็งแกร่งในทุกมิติ ในฐานะเมืองรองรับการเติบโตของกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการขยายตัวเมือง กำลังซื้อ และคุณภาพประชากร ด้วยศักยภาพของ Mega Infrastructure ที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ทำให้นนทบุรีกลายเป็นหนึ่งใน Strategic Growth Area สำคัญของประเทศ และเป็นฐานของกลุ่มครอบครัวเมืองกำลังซื้อสูงที่มองหา Quality Living หรือการใช้ชีวิตที่สมดุลระหว่างเมือง และความสะดวก สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดนนทบุรีปี 2566-2570 ในการยกระดับสู่การเป็น ‘เมืองน่าอยู่’ (Livable City) โดยมี 4 คอนเซ็ปต์หลักๆ ได้แก่- Connectivity & Transit Hub จุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์แบบ ทั้งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) อนาคตจะมีสายสีน้ำตาล และมีถนนสายสำคัญ เช่น ติวานนท์ งามวงศ์วาน ทางด่วนศรีรัช ใกล้มอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่–กาญจนบุรี มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ทางแยกต่างระดับบางใหญ่ ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่าง ถนนรัตนาธิเบศร์ กับถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวน รอบนอกฝั่งตะวันตก) ประตูสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันตก
- Residential Hub โครงการที่อยู่อาศัยใน Catchment Area กว่า 125 โปรเจกต์ มูลค่าตลาดรวมกว่า 90,000 ล้านบาท กว่า 55% เป็นกลุ่ม High-end ถึง ระดับ Luxury
- Education, Healthcare & Government Hub แวดล้อมด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำและโรงเรียนนานาชาติกว่า 136 แห่ง, โรงพยาบาล 18 แห่ง อาทิ เกษมราษฎร์อินเตอร์, นนทเวช และยังมีหน่วยงานสำคัญมากกว่า 15 แห่ง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงพาณิชย์, สนง.สลากกินแบ่ง, สนง.ปปช.
- Cultural Tourism Hub พื้นที่ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เกาะเกร็ด ท่าน้ำนนท์ และผลผลิตท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างทุเรียนนนท์

Center of the Center ของนนทบุรี
สำหรับเซ็นทรัลพัฒนา นนทบุรีไม่ใช่ตลาดใหม่ แต่เป็นพื้นที่ที่บริษัทปักหมุดมานานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่การเปิดให้บริการเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เมื่อปี 2546 ปัจจุบันบริษัทมีศูนย์การค้าในจังหวัดนี้รวม 4 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ และเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ แต่เซ็นทรัลพัฒนามองว่าแต่ละโครงการมีบทบาทแตกต่างกัน
เวสต์เกตทำหน้าที่เป็นประตูสู่ภาคตะวันตกและเป็นศูนย์กลางการจับจ่ายขนาดใหญ่ แจ้งวัฒนะรองรับกลุ่มคนทำงานและหน่วยงานราชการ ขณะที่เวสต์วิลล์ถูกพัฒนาเป็น Community Mall สำหรับคนในย่านราชพฤกษ์ เป็นต้น
ส่วน “นอร์ทวิลล์” ถูกวางให้มีบทบาทใหญ่กว่านั้น เป้าหมายไม่ใช่การสร้างศูนย์การค้าเพิ่มอีกแห่ง แต่คือการสร้าง “The New District of North Bangkok” หรือย่านใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คนในอนาคต
วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนาเชื่อมั่นศักยภาพของนนทบุรี โดยมองว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในพื้นที่วงแหวนรอบนอก โมเดลการเติบโตนี้เทียบชั้นได้กับมหานครระดับโลกอย่างลอนดอนและโตเกียว ที่ในรัศมีไม่กี่กิโลเมตรมี Retail Infrastructure ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองประชากรที่หนาแน่นกว่า 1.8 ล้านคน รวมถึงประชากรแฝงในพื้นที่ โดยย่านนอร์ทวิลล์มีศักยภาพในการเป็น Mega Hub ที่สมบูรณ์”
เซ็นทรัลพัฒนามองเห็นศักยภาพของพื้นที่ในการเป็น “Center of the Center” ของนนทบุรี จากการเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบคมนาคม รายล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัย สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานสำคัญจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพในการเติบโตเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของเมือง
เจาะอินไซต์ ทำไม? ต้องเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์
เบื้องหลังการพัฒนาโครงการไม่ได้เริ่มจากคำถามว่าจะสร้างห้างแบบไหน แต่เริ่มจากการศึกษาว่าคนในพื้นที่กำลังมองหาอะไร จึงต้องการตอบสนองความต้องการของคนนนทบุรีจริงๆ จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในย่านรัตนาธิเบศร์ พบว่าลูกค้าในพื้นที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการ Urban Lifestyle รูปแบบใหม่ ขณะเดียวกัน คนเมืองกำลังเผชิญปัญหาคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสม การขาดเวลาออกกำลังกาย ปัญหามลภาวะ PM2.5 รวมถึงการลดลงของพื้นที่สีเขียวในเมือง
นี่จึงเป็นที่มาของการออกแบบนอร์ทวิลล์ให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็น “Green Node” หรือปอดแห่งใหม่ของชุมชน แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับเทรนด์ระดับโลกที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ Green Space, Well-being, Social Connectivity และการใช้ชีวิตร่วมกันของคนหลายเจเนอเรชันมากขึ้น

"นอร์ทวิลล์" ยุคต่อไปของ Ville Series
หากเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ คือจุดเริ่มต้นของ Semi-Outdoor Mall และเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ คือการต่อยอดสู่ Low Carbon Mall เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ก็คือวิวัฒนาการขั้นต่อไปของ Ville Series ภายใต้แนวคิด Biophilic Design ที่นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้ชีวิตภายในอาคารอย่างเต็มรูปแบบ
แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านรูปแบบ “Outdoor-in-Indoor Shopping Centre” ที่พยายามดึงบรรยากาศของพื้นที่กลางแจ้งเข้ามาอยู่ภายในอาคาร ตั้งแต่ต้นไม้จริง พื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อน และแสงธรรมชาติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ
ไม่ว่าจะเป็น The Clouds พื้นที่แลนด์มาร์กใจกลางศูนย์การค้า, The Hill พื้นที่ Community และ Co-working Space, Tree Grove พื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ, Stone Atrium พื้นที่จัดกิจกรรมและอีเวนต์, Playville สำหรับครอบครัวและเด็ก ๆ และ Petville สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง รวมถึง Urban Park พื้นที่สีเขียวและลู่วิ่งกลางแจ้งที่เปิดให้คนในชุมชนเข้ามาใช้งานได้จริง
ในวันนี้นนทบุรีกำลังก้าวสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ บทบาทของพื้นที่แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาเติมเต็มให้เมืองมีความสมบูรณ์มากขึ้น
เพราะ “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” ไม่ได้เกิดขึ้นจากคำถามว่านนทบุรียังขาดห้างสรรพสินค้าอะไร แต่เกิดจากคำถามที่ว่าคนในเมืองกำลังต้องการคุณภาพชีวิตแบบไหนต่างหาก