ในปีที่ผ่านมา เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ได้มุ่งขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านแบรนด์ร้านอาหารไทยและญี่ปุ่นใหม่ De Tummour (เดอ ตำมั่ว) Musha (มุฉะ) และ Sushi Cyu (ซูชิ ชู) รวมทั้งรุกขยายเครือข่ายระบบแฟรนไชส์ของร้านอาหาร AKA (อากะ) On the Table (ออน เดอะ เทเบิล) ตำมั่ว เฝอบายตำมั่ว และ Musha (มุฉะ) ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และได้เริ่มผลักดันสินค้าและบริการใหม่ ได้แก่ ธุรกิจรับจัดเลี้ยง (Catering Service) ซึ่งมีแผนจะรุกทั้งตลาด B2C และ B2B โดยนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารกล่อง แพคเกจสำหรับประชุมสัมมนา ไปจนถึงบริการจัดเลี้ยงบริษัททัวร์ สำหรับธุรกิจรับส่งอาหาร (Delivery Service) ตั้งเป้าจะผลักดันยอดขายให้เพิ่มขึ้นเป็น 4-5% นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาบริการผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) การใช้บิ๊กดาต้า (Big data) เพื่อพัฒนาระบบและวิเคราะห์ข้อมูลให้ตรงกับความต้องการลูกค้าเพื่อทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบขายหน้าร้าน (POS) ที่ทันสมัย รองรับการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับแนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) มากขึ้น มุ่งพัฒนาคุณภาพเยาวชนผ่านโครงการการศึกษาระบบทวิภาคี และมีแผนในการจัดตั้งสถาบัน ZEN Academy เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมอาชีพให้แก่เยาวชนในฐานะบุคลากรของเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป พร้อมกับตอกย้ำความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านโครงการพลังเซ็นเพื่อสังคม (Zen Spirit) โดยการสนับสนุนการใช้วัตถุดิบที่ปลอดสารพิษจากชุมชนเกษตรกรท้องถิ่น และช่วยเหลือเกษตรกรผู้พิการจากโครงการปลูกเมล่อนที่จังหวัดชัยนาทซึ่งเป็นจังหวัดนำร่อง และจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติม รวมทั้งเพื่อไปสู่การปลูกผลิตผลอื่นๆ ให้มีอาชีพและรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ภายใต้ความมุ่งมั่นของ เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ที่จะเติบโตเคียงข้างไปกับสังคมไทย
อีกหนึ่งพันธกิจที่สำคัญของบุญยง คือการเตรียมความพร้อมบริษัทสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุน ไปใช้ในการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเตรียมซื้อแบรนด์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เพื่อขยายธุรกิจ และต่อยอดทำธุรกิจรีเทล ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการบริหารบริษัทมหาชนมานานเกือบ 10 ปี จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากคณะกรรมการและคณะผู้บริหารว่าจะสามารถนำพาบริษัทไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน