อิมเมจเมคเกอร์ (Image Maker) หรือนักสร้างภาพเป็นอาชีพที่น้อยคนจะรู้จักและเข้าใจ สำหรับ ใบพัด อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอแฟงห์ จำกัด ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ในยุคที่ต้องพึ่งพาสื่อมวลชนมาจนถึงยุคใหม่ที่ใครๆ ก็สามารถนำเสนอตัวตนได้อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ...ไม่มีใครอยากอยู่อย่างไร้ตัวตนและไม่มีใครอยากเป็นคนที่ถูกลืมเลือน
การสร้างภาพลักษณ์ไม่ใช่เรื่องใหม่และก็ไม่ได้ถูกพูดถึงเป็นครั้งแรก มนุษย์คุ้นเคยกับภาพลักษณ์มาตั้งแต่เริ่มรู้จักการเข้าสังคม เราใส่ใจว่าคนอื่นจะคิดกับเรายังไง เราสนใจว่าตัวเราจะเป็นคนแบบไหน ในแต่ละวันที่เราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คน เราห่วงว่าวันนี้เราจะเป็นคนที่ดีหรือยัง ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานของอิมเมจเมคเกอร์
เสน่ห์ของงาน สีสันของการใช้ชีวิต
การเดินทางผ่านช่วงเวลาทำให้ได้เรียนรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญและอะไรเป็นสิ่งที่ควรจะต้องกำจัดทิ้ง ตลอดชีวิตการทำงาน “ใบพัด อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร” ได้สั่งสมประสบการณ์ทางด้านภาพลักษณ์ เรียนรู้ เข้าใจ และผ่าฟันอุปสรรคมาหลายรูปแบบ
“การทำงานในฐานะอิมเมจเมคเกอร์ก็คือ การสร้าง Personal Brand แต่ต้องเข้าใจว่าอิมเมจเมคเกอร์ไม่ใช่สไตล์ลิสต์ (Stylist) เพราะเราไม่ใช่แค่ดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมเท่านั้น แต่รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ตลอดจนสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะปรากฏสู่สายตาสาธารณชนผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งหัวใจของการสร้างภาพลักษณ์ คือ การสื่อสารภาพลักษณ์ให้ชัดเจน”
“เราต้องตระหนักว่าภาพลักษณ์เป็นเรื่องของความจริง ถ้ามันไม่จริงก็จะเป็นได้แค่ภาพลวงตา หลายครั้งที่มีคนมองว่าการทำงานของผมเป็นการสร้างภาพ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะมองแบบนั้น แต่ตัวเราเองต้องรู้ว่ากำลังทำอะไร สิ่งที่เราทำ เราต้องแยกให้ได้ว่าเป็นภาพลักษณ์หรือภาพลวง”
“ถ้าถามถึงความยากของการเป็นอิมเมจเมคเกอร์ สำหรับผม คือ การรักษามาตรฐาน ในทุกๆ วันเราต้องเผชิญหน้าการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเทรนด์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก การทำงานในฐานะอิมเมจเมคเกอร์ทำให้ชีวิตของผมได้โลดแล่นและมีชีวิตชีวา อุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงต่างก็เป็นความท้าทายที่ทำให้การทำงานมีสีสันและไม่น่าเบื่อ”
เหนือกว่าการสร้างภาพลักษณ์ คือ การตอบรับความต้องการ
โลกยังคงหมุนในทุกวัน เช่นเดียวกับนวัตกรรมถูกคิดค้นอย่างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกชีวิตทุกอาชีพต้องดิ้นรนต่อไป ในวันที่ใครก็ดังได้ อิมเมจเมคเกอร์จึงต้องให้อะไรที่มากกว่าการสร้างภาพลักษณ์
“ผมมองว่าการเป็นอิมเมจเมคเกอร์ที่ดีต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ เราต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรและมอบให้ในสิ่งที่เขาต้องการ จุดหมายที่ตั้งไว้ในการทำหน้าที่เป็นอิมเมจเมคเกอร์ให้กับใครซักคน คือ เราต้องสามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับคนๆ นั้นได้ในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องครอบครัว สุขภาพ หรือความรัก เราจะต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องงาน”
“การสร้างภาพลักษณ์ด้วยอิมเมจเมคเกอร์ส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อมุ่งหวังความสำเร็จในเรื่องของหน้าที่การงาน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่มักจะมีโอกาสนำมาประยุกต์ใช้บ่อยๆ คือ การจับคู่ทางธุรกิจ หรือ Business Matching หลายๆ ครั้งที่จะใช้วิธีการสร้างความร่วมมือให้กับลูกค้ากับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้เกิดการต่อยอดและส่งเสริมภาพลักษณ์ซึ่งกันและกัน การสื่อสารภาพลักษณ์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ เพราะภาพลักษณ์มีส่วนช่วยส่งเสริมในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ Business การสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรหรือผู้บริหารถือเป็นการสร้างฐานแฟนคลับที่จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกใกล้ชิดมากขึ้น ทุนการลงทุน คือ การคาดหวังผล ดังนั้น ผมมองว่าการเป็นอิมเมจเมคเกอร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์อย่างเดียว แต่จะต้องเข้าใจและสามารถสร้างการต่อยอดให้กับธุรกิจของลูกค้าได้ด้วย”