มร.ไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2561 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านยังคงทรงตัวที่อัตราการเติบโต 0.2% เนื่องจากสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มเครื่องปรับอากาศ มีผลติดลบ 9% อย่างไรก็ตาม เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ยังมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 7% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะเป็นไปในเชิงบวก
“ผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ภาพรวมยอดขายโตชิบา โตขึ้นถึงกว่า 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ในส่วนของการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนในครึ่งปีหลัง โตชิบายังคงใช้ความได้เปรียบจากการรวมกันของ 3 ประเทศ ได้แก่สินค้าคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ความรวดเร็วในการผลิตและการพัฒนาจากประเทศจีน และประสบการณ์การทำตลาดอันยาวนานจากประเทศไทย เปิดตัวคอนเซ็ปต์ A New Chapter Beyond All Limits เพื่อตอกย้ำ โตชิบายุคใหม่ ที่จะก้าวทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด โดยคาดหวังจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าTop 3 ในประเทศไทย ภายใน 3 ปี และต้องเติบโตอย่างน้อย 2 ดิจิตขึ้นไป เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากมาย”
ประเทศไทย ถือเป็นตลาดสำคัญของโตชิบาในการรุกขยายฐานการเติบโตในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนของโตชิบามียอดขายค่อนข้างดี โดยยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนของโตชิบา 70% จะมาจากตลาดในประเทศญี่ปุ่น ส่วนอีก 30% จะมาจากตลาดในภูมิภาคอาเซียน
ขณะที่ตลาดในไทยนั้น ภาพรวมของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเริ่มมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในช่วงก่อนหน้านั้น โดยตัวเลขในเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่า ตลาดสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตขึ้น 0.2% โดยสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นเยอะได้แก่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (SDA – Small Domestic Appliances) ซึ่งมีสัดส่วนการตลาด 31% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ 32% ตู้เย็น 19% และเครื่องซักผ้า 18% ส่วนการเติบโตสินค้ากลุ่มความเย็นและกลุ่มซักผ้า เติบโต 4% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ ติดลบ 9%ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เติบโตสูงถึง 7.1% โดยเครื่องทำน้ำอุ่นโตถึง 31% และไมโครเวฟ 15%
ส่วนผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ยอดขายโตชิบาโตถึงกว่า 20% โดยมาจากตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และเครื่องทำน้ำอุ่นที่เติบโตถึง 38%,35%, 189% และ146% ตามลำดับ ส่วนเครื่องปรับอากาศเติบโตเพียง 1%