วราพร กล่าวเสริม “โดยภาพรวม ฮาเก้น-ดาส ในปี 2560 ที่ผ่านมายังคงเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดรวมไอศกรีมระดับพรีเมี่ยมอันดับ 1 ในประเทศไทย ผลักดันให้มูลค่าตลาดรวมโตขึ้น 6% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 พร้อมตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้นในปี2561 ไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา”
“โดยวันนี้การเปิดตัวไอศกรีมลิมิเต็ดอิดิชั่น 2 รสชาติใหม่ White Peach & Raspberry ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างครีมและนมสดคุณภาพดีจากฝรั่งเศสกับไวท์พีชเนื้อหวานฉ่ำ พร้อมด้วยซอสราสเบอร์รี่รสเปรี้ยวเข้ากันอย่างลงตัวช่วยเพิ่มความสดชื่น และYellow Peach Frozen Yogurt (Limited Edition) ผลิตจากนมคุณภาพดีจากฝรั่งเศส ด้วยการผสมผสานกับโยเกิร์ตและเยลโลว์พีชหวานฉ่ำ พร้อมกักเก็บความสดใหม่ของเนื้อพีชให้ความกลมกล่อมและเข้ากันเป็นอย่างดี ที่จะมามุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย และต้องการประสบการณ์ที่แตกต่าง”
“อีกทั้งยังมีแผนในการขยายตลาดในประเทศด้วยการเพิ่มสาขาร้านไอศกรีม ฮาเก้น-ดาส ให้บริการจากเดิ มีร้านให้บริการลูกค้าอยู่ทั้งหมด 30 สาขา โดยจะเพิ่มเป็น 33 สาขา ภายในปี 2561 พร้อมกันนี้ยังตั้งเป้าการปรับรูปแบบร้านให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด”
“นอกจากนี้ ฮาเก้น-ดาส ได้มีกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้แคมเปญ “ Let’s Fruity Party” ด้วยการโปรโมทกลุ่มไอศกรีมรสผลไม้ และ โฟรเซ่นโยเกิร์ตไอศกรีม (Frozen Yogurt) โดยเน้นโปรโมททั้งในสื่อออฟไลน์ และ สื่อออนไลน์ พร้อมทั้งมีแผนการสื่อสารการตลาดแบบ 360 องศา เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย และชอบลองสิ่งใหม่ๆ อีกด้วย” วราพร กล่าวทิ้งท้าย