สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงไม่กี่ปีมานี้สำหรับการทำตลาดผ่านกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งก็คือ เป้าหมายของการทำ ไม่ได้อยู่แค่การมองถึงการสร้าง Brand Visibility หรือการผลักดันให้แบรนด์เข้าไปปะทะสายตาของกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น
แต่การทำสปอร์ต มาร์เก็ตติ้งในยุคปัจจุบันนี้ ยังมีเป้าหมายรวมอยู่ที่เรื่องของ Engagement ที่ช่วยในการหล่อหลอมความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น แน่นอนว่าจะเป็นการปูทางไปสู่การสร้างแบรนด์เลิฟในระยะยาวอีกด้วย
ทำให้สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งที่เราเคยคุ้นกับการใช้ 3 เครื่องมือในการทำในอดีตที่ผ่านมา อย่างเรื่องของการโฆษณา เพื่อสร้างอะแวร์เนส หรือการรีมายด์แบรนด์ การใช้สปอนเซอร์ชิฟ เพื่อเป้าหมายในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ และการใช้โปรโมชั่นเพื่อเพิ่มยอดขาย มาสู่การรวมเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจผ่านแบรนด์ และพาร์ทเนอร์ที่ใช้ในการทำสปอร์ต มาร์เก็ตติ้งในแต่ละครั้ง
ล่าสุดกับการจับมือเข้าไปเป็นเป็นพันธมิตรของสก็อต วิสกี้ แบรนด์ดังอย่างชีวาส ที่เข้าไปจับมือกับทีมปิศาจแดง ทีมดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฐานะ Official Global Spirits Partner ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือตัวอย่างของการใช้สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งที่มีวัตถุประสงค์ในเรื่องที่ว่านี้
ฌอง-ตริสทอฟ กูตูร์ส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Chivas Brothers ให้ความเห็นว่า ความผสมผสานอยู่ในดีเอ็นเอของพวกเรานับตั้งแต่เจมส์และจอห์น ชีวาส บุกเบิกศิลปะการผสมที่สก็อตแลนด์ในศตวรรษที่ 19 ดังนั้น การเป็นพันธมิตรกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจึงเป็นความลงตัวอย่างเป็นธรรมชาติเพราะเราต่างมีความเชื่อว่า เราสามารถประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ได้เมื่อเรามารวมกัน เหมือนการสร้างสมดุลให้กับส่วนผสมอันสมบูรณ์แบบของมอลต์และเกรนวิสกี้ที่กลายมาเป็นสก็อตช์ การใช้ส่วนผสมที่ลงตัวของทักษะจากผู้เล่นในสนามและสร้างสรรค์ทีมผู้ชนะ เราเฝ้ารอที่จะได้ใช้จิตวิญญาณของเราเพื่อช่วยแสดงถึงจิตวิญญาณของสโมสรและแฟน ๆ ทั่วโลก