วัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนาเผยว่า“ซีพีเอ็นเล็งเห็นถึงความแข็งแกร่งของจังหวัดภูเก็ตในการเป็นเสมือนเมืองที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่คาดว่าใน 2-3 ปี จะมีนักท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านคน เราจึงปั้น‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’เป็นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ ‘World Elite Tourism’เพื่อสอดรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้ชี้นำเทรนด์ท่องเที่ยวของโลกในปัจจุบัน ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ(Quality Tourists)โดยใช้งบ3,000ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์3 แกนหลัก ได้แก่ การสร้าง Super Magnet, สร้าง World Playlist งานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลก, และผลักดันภูเก็ตเป็น WORLD-CLASS MICE CITY”
วัลยากล่าวเสริมว่า “สำหรับกลยุทธ์ที่1)การสร้าง Super Magnetนั้น เซ็นทรัล ภูเก็ต จะเป็นจุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์เมืองชายทะเลระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย (The Magnitude of Luxury & Leisure Resort Shopping Destination ) ที่รวบรวมทุกจุดแข็งที่จะสร้างความแตกต่างจากศูนย์การค้าอื่นๆ ในเมืองชายทะเลทั่วโลกซึ่งจะมีจุดเด่นเพียงบางอย่าง แต่ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต จะมีครบทุกแม่เหล็กดึงดูดไว้ในโครงการเดียว ทั้งโครงการศูนย์การค้า ลักชูรี่แบรนด์เพื่อตอบรับกำลังซื้อลูกค้าระดับบนเทียบเท่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี รวมถึงแอทแทรคชั่นหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นจิ๊กซอว์ที่จะช่วยเติมเต็มให้ภูเก็ตเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลที่ครบและสมบูรณ์ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์การเดินทาง เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ที่มีเซนโตซา,มารีน่า เบย์ และ ธีมปาร์คต่างๆ”
“ส่วนกลยุทธ์ที่ 2)การสร้าง World Playlist งานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สร้างแลนด์มาร์คของประเทศด้วยการจัดอีเวนท์ในระดับนานาชาติ อาทิ งาน Grand Openingยิ่งใหญ่ระดับโลกเทศกาลดนตรีนานาชาติภูเก็ต (Phuket International Music Festival) และ เทศกาลเคาท์ดาวน์ระดับโลกประจำภูเก็ต (Phuket International Countdown 2019)ซึ่งจะทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ตเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดภูเก็ตเทียบชั้นย่านราชประสงค์ นอกจากนี้ เรายังได้รังสรรค์เมนูอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาทานได้เฉพาะที่เซ็นทรัล ภูเก็ตเท่านั้น หรือ Phuket Menu (Exclusive Menu Only At Central Phuket) โดยทางศูนย์ฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรร้านอาหารส่งเสริมชื่อเสียงของอาหารภูเก็ต และกลยุทธ์ที่ 3)การผลักดันภูเก็ตเป็น WORLD-CLASS MICE CITY ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งให้กับจังหวัดภูเก็ต ให้เป็น “The World’s #1 Preferable Choice for MICE Tourism” ด้วยแผนการสร้างศูนย์การประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตร.ม. และโรงแรมมาตรฐานสากล เพื่อหนุนตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ให้ภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์ระดับโลกที่คนทั่วโลกชื่นชอบที่สุดอย่างแท้จริง”
“เราเชื่อว่า เซ็นทรัล ภูเก็ตจะเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างแท้จริง และจะช่วยเพิ่มปริมาณของนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพให้ใช้จ่ายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูเก็ต เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปทั่วจังหวัด สร้างเงินสะพัดในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ผ่านทางศูนย์การค้า คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม แอทแทร็คชั่น ระบบโลจิสติกส์ เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” คุณวัลยา กล่าว
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของศูนย์การค้าซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวของโลก ประกอบด้วย3 กลุ่ม ได้แก่
1.กลุ่มRich Asian Millennials(ริช เอเชี่ยน มิลเลนเนียล) นักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชีย อาทิ ชาวจีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, ฮ่องกง, สิงค์โปร์,มาเลเซีย เป็นต้น โดยเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีแนวโน้มมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย โดย Asian Millennials มีจำนวนถึง 60% ของมิลเลนเนียลทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกมีประชากรมิลเลนเนียลประมาณ 70ล้านคนซึ่งมีช่วงอายุตั้งแต่ 20-35ปีพร้อมที่จะใช้จ่ายเงินกับการท่องเที่ยว เพื่อซื้อประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ชอบความหวือหวา ชื่นชอบการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม
กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่ม European High Spendersนักเดินทางชาวยุโรป ที่ใช้จ่ายสูงเช่น รัสเซีย เยอรมัน และ อังกฤษ ซึ่งเน้นการพักผ่อนในระยะยาว (Long Stay) ชื่นชอบในสินค้าไทย ของที่ระลึกของฝาก และ เรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ความเป็นโลคอล และ 3)กลุ่มBluxury (Business + Luxury)นักธุรกิจที่เดินทางไปในต่างประเทศเพื่อการประชุม สัมมนา หรือIncentive Trip ซึ่งเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่มีรายได้สูง พักผ่อนแบบพรีเมี่ยม อาจเดินทางมาด้วยตนเองหรือพาครอบครัวมาด้วย และมีแนวโน้มในการขยายเวลาการเดินทางเพื่อพักผ่อนส่วนตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ ถือเป็นผู้ชี้นำเทรนด์ท่องเที่ยวของโลกในอีก 2-3 ปี ข้างหน้าที่จะมีส่วนผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลกให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด