จากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องซักผ้าในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด นับตั้งแต่ปี 2012 ที่เกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วมทำให้ตลาดซบเซาลง หลังจากนั้นสามารถฟื้นฟูได้ มาจนปี 2014 ที่ได้เกิดปัจจัยด้านลบทางการเมือง และในปีต่อๆ มาตลาดก็ฟื้นฟูขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาสู่ปี 2017 ที่ Panasonic คาดการณ์มูลค่าตลาดเครื่องซักผ้าในไทยจะเติบโตไว้ที่ 12,300 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 5% จากปีที่แล้วมูลค่ารวมอยู่ที่ 11,700 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนสินค้ากลุ่มพรีเมียม 55% ซึ่งในปีนี้ Panasonic ตั้งเป้าหมายยอดขายเครื่องซักผ้าโดยรวมอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 22% เมื่อเทียบกับปี 2559 โดยแบ่งสัดส่วนเป็นยอดขายสินค้ากลุ่มพรีเมียม 57% อีก 43% เป็นสินค้ากลุ่มอื่นๆ พร้อมกับตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากอันดับ 4 ที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 15% สู่อันดับ 3 ที่มีส่วนแบ่งถึง 18%
โดยทาง Panasonic ได้เห็นถึงมูลค่าตลาดพรีเมียมที่เติบโตขึ้นจากปี 2014 แม้ตลาดซบเซาแต่ตลาดพรีเมียมกลับมียอดการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มาสู่ปี 2016 ที่ตลาดระดับพรีเมียมมีการเติบโตถึง 8% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งตลาดปกติเติบโตเพิ่งแค่ 1% จึงเป็นสัญญาณที่เห็นได้ชัดว่าตลาดพรีเมียมสามารถจะเติบโตต่อไปได้อีก
เป็นผลมาจากลูกค้าตลาดบนที่มีกำลังซื้อสูงยังคงมีความต้องการสินค้า และนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงรูปแบบและคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้คนเราต้องหาสิ่งที่มาตอบสนองความต้องการของตัวเอง เพื่อยกระดับการใช้ชีวิต และความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น โดยจะยอมจ่ายเพื่อทำการซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับฟังก์ชั่น ฟีเจอร์ต่างๆ ที่เข้ากับการใช้ชีวิต พร้อมมองในเรื่องของดีไซน์ เทคโนโลยี ที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
มร.ทาเคชิ โนะโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอ.พี.เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเดินหน้าบุกตลาดพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ทั้งแบบฝาหน้าและฝาบน พร้อมกับกลยุทธ์ทางการตลาด ที่เน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย ชอบดีไซน์เรียบง่ายแบบมีระดับ รวมทั้งใส่ใจเรื่องความสะอาดและการดูแลสุขอนามัย
โดยกลยุทธ์ทางการตลาด ที่มาพร้อมกับ key Message ที่ชวนให้สงสัย และน่าติดตามกับ "ปรากฏการณ์ความสะอาด" เป็นการสร้างความแตกต่างด้วยปรากฏการณ์ความสะอาด กับเทคโนโลยี Blue Ag+ สำหรับเครื่องซักผ้ารุ่นฝาหน้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีคุณสมบัติในการกำจัดสารก่อภูมิแพ้และแบคทีเรียได้ถึง 99.9% สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียแม้ซักในน้ำเย็นด้วย Ag Ion และ UV Light รวมทั้งช่วยถนอมเนื้อผ้าที่ไม่สามารถซักด้วยน้ำร้อนได้ โดย Panasonic ถือเป็นแบรนด์แรกของโลกที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาเสนอสู่ตลาดเครื่องซักผ้า
นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี StainMaster+ ซึ่งเป็นครั้งแรกของเครื่องซักผ้ารุ่นฝาบนที่มีระบบขจัดคราบในน้ำร้อน โดยสามารถเลือกระบบการขจัดคราบที่พบบ่อยได้มากถึง 6 โปรแกรม อาทิ คราบเหงื่อ คราบซอส คราบโคลน และคราบน้ำมัน อีกทั้ง ยังสามารถเลือกอุณหภูมิน้ำในการซักได้สูงสุดถึง 60 องศาเซลเซียส ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดคราบสกปรก โดยไม่จำเป็นต้องขจัดคราบก่อนซักหรือซักมือก่อนนำเข้าเครื่องซักผ้า