ธุรกิจบริการชำระเงิน (ธุรกิจบริการด้านดิจิทัล)มีพัฒนาการของผู้ใช้บริการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด เริ่มจากRabbit LinePay ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 55.2% เป็น 4.5 ล้านรายโดยปัจจัยสนับสนุนจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานใหม่บน LINE แอพพลิเคชั่น ให้มีความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น และเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 บริษัท แรบบิท-ไลน์เพย์ จำกัด (“RLP”) และ BTS ได้ทดลองให้บริการ “Bind, Tap & Ride” บน 20 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งบริการนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกและให้ประสบการณ์แบบไร้รอยต่อแก่ผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสกว่า 800,000 คนต่อวัน โดยผู้ที่ถือบัตรแรบบิทสามารถผูกบัตรดังกล่าวกับ Rabbit LinePay และเชื่อมช่องทางการจ่ายเงินทั้งสองรูปแบบให้กลายเป็นกระเป๋าสตางค์ใบเดียวกันได้ (single e-wallet) บริการนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญของกลุ่มบริษัทในการผลักดันให้สังคมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด รวมถึงสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นแบบไม่มีสะดุดแก่ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสในส่วนของบัตรแรทบิทที่เป็นช่องทางการชำระเงินแบบออฟไลน์ มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 9.8 ล้านใบ เข้าใกล้เป้าหมายสำหรับที่ตั้งไว้ในปีนี้ที่ 10.5 ล้านใบ และบริการ Rabbit AEON ธุรกิจให้กู้ยืมเงินขนาดเล็ก (micro-loan) มียอดการปล่อยกู้ทั้งสิ้นจำนวน 1,529 ล้านบาทในระยะเวลา 6เดือนที่ผ่านมา โดยการเติบโตของธุรกิจบริการด้านดิจิทัลในไตรมาส 2 ปี61/62 มีรายได้ 299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 243.6%จากช่วงเดียวกันลองปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการควบรวมงบการเงินของกลุ่มทรานส์ แอด โดย MACO รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริหารโครงการและการขายบัตรแรบบิทของ แรบบิท กรุ๊ป
ธุรกิจขนส่ง เพื่อนำเสนอบริการด้านการตลาดครบวงจรรูปแบบใหม่ ผ่าน synergy ของสื่อโฆษณาและธุรกิจขนส่งสินค้า ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา VGI ได้ร่วมมือกับ Kerry Express ทดลองให้บริการส่งสินค้าทดลอง โดยแนบไปกับกล่องส่งสินค้า (“Smart sampling”) ผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ของ Kerry Express ซึ่งภายใน 1 เดือนหลังจากการให้บริการบริษัทฯ สามารถส่ง smart sampling จากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ FMCG ชั้นนำ ได้ถึง 70,000 ชิ้น โดยมีอัตรา Conversion สูงถึง 3 - 5% เทียบกับระดับเฉลี่ยของตลาดที่ 0.5%
สำหรับแนวโน้วตลาดสื่อโฆษณาจากนี้น่าจะมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยรับอานิสงส์จากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในต้นปี 62 ที่คาดว่าจะส่งผลในเชิงบวกต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นผลดีการใช้จ่ายงบประมาณโฆษณา นอกจากนี้การเติบโตตลาดอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ที่มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นถึง 30% ต่อปี จากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่มีความนิยมใช้สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากขึ้น รวมไปถึงผลของการควบรวมงบการเงินของกลุ่มทรานส์ แอด ทำให้บริษัทฯ ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ในปี 2561/62 เป็น 5,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 4,400 – 4,600 ล้านบาท และคาดว่าอัตรากำไรสุทธิของบริษัทฯ จะอยู่ที่ 20 – 25% ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว.